
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร้อนเป็นไฟ! ด้วยเชื้อปะทุ “ส่วยเว็บพนัน-ซื้อขายตำแหน่ง” ที่ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.หันมาจับมือกับอดีตคู่กัด นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม สาดน้ำมันเข้ากองไฟเผา "องค์กรตำรวจ" แทบไม่เหลือซาก
ปฐมบทแห่งความหายนะจากการแย่งชิงอำนาจ "เจ้ากรมปทุมวัน" ทำให้ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชชฐ์ ต้องกระเด็นออกนอกรั้วปทุมวัน ถูกไล่ออกจากราชการฐานผิดวินัยร้ายแรง คดีฟอกเงินรับส่วยเว็บพนัน คู่แคนดิเดต "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ได้กลับ สตช.เกษียณในตำแหน่ง “ผบ.ตร.” ถึงแม้จะถูกร้องมีส่วนเกี่ยวข้องรับส่วยเว็บพนันเช่นเดียวกันกับ บิ๊กโจ๊ก เรื่องยังอยู่ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ก็อยู่ที่คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ชี้มูลอดีต ผบ.ตร.ผิดวินัยร้ายแรง ที่ ก.ร.ตร.ต้องประมวลผลการสอบสวน ส่งให้ สตช.ดำเนินการลงโทษย้อนหลังถึงแม้เกษียณไปแล้วภายใน 3 ปี
แต่การออกมาเคลื่อนไหวรายวันของ บิ๊กโจ๊ก ก้าวข้าม บิ๊กต่อ อดีตคู่กรณีไปแล้ว เล่นใหญ่หวังโค่น บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ลงจากเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ด้วยเพราะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้อดีตรอง ผบ.ตร.ต้องหลุดโคจรสีกากี ที่เซ็นคำสั่งไล่ออกจากราชการฐานผิดวินัยร้ายแรง สกัดขึ้นเป็น “ผบ.ตร.”
“บิ๊กโจ๊ก” เตะใต้กางเกง “เปิดแผล” องค์กรตำรวจ โดยเฉพาะส่วยเว็บพนัน ที่ตัวเองถูกกล่าวหาจนถูกไล่ออกจากราชการ ยันตัวเองบริสุทธิ์ ไม่เคยรับเงินสีเทา ย้อนเกล็ดชุดเฉพาะกิจ “ตำรวจ PCT” ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปราบเว็บพนัน โดยเฉพาะชุด PCT4 ที่มี “บิ๊กอรรถ” พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดในขณะนั้น ถูกลากเข้าสภาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชนเป็นประธาน
อดีตรอง ผบ.ตร.รุกหนัก นำ น.ส.พิมพ์วิไล ปล้องอ่อน เจ้าแม่เว็บพนันภาคใต้ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีที่ถูกตำรวจ PCT จับ เข้าห้องประชุม กมธ.มั่นคงด้วย ตั้งคำถามนำให้ น.ส.พิมพ์วิไลตอบยืนยันว่ามีการจ่ายส่วยให้ตำรวจพีซีทีทั้ง 5 ชุด จนเกิดวลี “จ่ายเงินให้ตำรวจแล้วทำไมโดนจับ” ขณะที่ “บิ๊กโจ๊ก” ชิงความได้เปรียบเมื่อการเข้าชี้แจงครั้งนั้น ประธาน กมธ.อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไลฟ์สดชมกันทั้งประเทศ ตัวแทน สตช.ที่เข้าร่วมชี้แจง “บิ๊กแจง” พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. ดันเกิดประเด็นดรามาโต้แย้งอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ถึงแม้จะไม่ปฏิเสธหรือยอมรับว่าตำรวจรับส่วย สังคมโซเชียลขุดฉ่ำถ่ายภาพร่วมเฟรมกับนักการเมืองที่ถูกพาดพิงเจ้าของเว็บพนัน รวมทั้งกลุ่มนักธุรกิจจีนเทา
กลายเป็นสงครามวาทกรรมตอบโต้กันไปมาทางสังคมโซเชียล “บิ๊กโจ๊ก” ซัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด ทำให้ตำรวจทั่วประเทศ ไม่รู้ว่าจะมีคำสั่งหรือไม่ ต่างออกมาปฏิญาณตน “ตำรวจไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม” 4 องค์กรตำรวจ ทั้งสมาคมตำรวจ ชมรมพนักงานสอบสวน สมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ ออกมาโต้แย้งทำให้องค์กรเสียหาย ทั้งที่ตัวเองเคยรับราชการตั้งแต่ “ร.ต.ต.-พล.ต.อ.” กินเงินเดือนมาทั้งชีวิต แต่ทำผิดจนถูกไล่ออกจากราชการ แต่กลับย้อนมาเผาบ้านตัวเอง
ทันทีที่ตั้งตัวได้ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง พล.ต.อ.วินัยทองสอง, พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตรอง ผบ.ตร. รวมทั้ง บิ๊กอรรถ พยายามใช้เวทีสื่อมวลชนชี้แจง รวมทั้งตั้งโต๊ะตอบโต้วาทกรรม “ให้ประชาชนรับฟังอย่างรอบคอบ ชี้คนพูดถูกไล่ออกจากราชการ เป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเว็พนัน ต้องฟังความให้รอบด้าน” แต่ด้วยต้นทุนทางสังคมตำรวจค่อนข้างต่ำ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านเชื่อไปแล้วว่าตำรวจ "รับส่วย" ด่ากันขรมทั้งประเทศ
องค์กรสีกากียังไม่ทันหายเมามัดประเด็นส่วยเว็บพนัน “บิ๊กโจ๊ก-อัจฉริยะ” เปิดแผลต่อเนื่องจี้ปม "ซื้อขายตำแหน่ง" ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ “รอง ผบก.-สว.” ที่จะต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ในพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) อ้างมีตำรวจในพื้นที่อึดอัดเสียขวัญกำลังใจในการทำงาน จะขึ้นเป็น ผกก.ต้องจ่ายเงินให้ผู้บังคับบัญชา ราคาค่างวดอยู่ที่ 5-8 ล้านบาท หรือ ผกก.คนใดจะอยู่ที่เดิมก็ต้องเสียค่าเช่าที่ "บิ๊กโจ๊ก" ถึงกับเอ่ยปากผ่านสื่อ “โคตรเลว” พร้อมร้องไปยัง นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล มีคำสั่งให้ “ผบ.ต่าย” ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
สังคมเฝ้าจับตา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เต้นถึงกับต้องมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 เพื่อนร่วมรุ่น นรต.41 พร้อมรอง ผบช.ทุกคนเข้าชี้แจงด่วนที่ สตช. ก่อนออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังถูกมรสุมเข้าถาโถม ยัน ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งตามที่ถูกกล่าวอ้าง ถ้ามีตำรวจคนใดกล้าซื้อขายตำแหน่งถือว่าโง่สุดๆ ยังไม่ทันข้ามคืน “อัจฉริยะ” ร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เอาผิดขบวนการซื้อขายตำแหน่งในพื้นที่ บช.ภ.4 อ้างคลิปหลักฐานการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างตัวแทนการวิ่งเต้น และแชตข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ การตกลงซื้อขายตำแหน่ง เป็นภาพเงินสด กล่องของขวัญ กระเป๋า นาฬิกาแบรนด์เนม จากผู้หญิงที่อ้างตัวเป็น คุณหญิง ในการแต่งตั้งวาระปี 67 พร้อมระบุแชตไลน์บางส่วนเป็นไลน์ที่ ผบ.ตร.ใช้อยู่จริง
หลักฐานที่ดีเอสไอได้รับจะจริงหรือไม่ ต้องรอการสอบสวน แต่ คุณหญิง “จ.” หนึ่งในตัวละครวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งมีอยู่จริง ทันทีที่เรื่องแดงขึ้นมา ราชกิจจานุเบกษาประกาศเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญรัตนาภรณ์ เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ในวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา
มหากาพย์เปิดโปงองค์กรตำรวจคงไม่จบง่ายๆ วันที่ 26 พ.ย.นี้ ทั้ง "บิ๊กโจ๊ก-อัจฉริยะ" จะเข้าให้ข้อมูลกับ กมธ.ความมั่นคงอีกครั้งที่รัฐสภา แย้มมีหลักฐานเด็ดแบบเอ็กซ์คูลซีฟ ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ทั้งเรื่อง “ส่วยเว็บพนัน-ซื้อขายตำแหน่ง” ถึงขั้นน็อก “ผบ.ต่าย” และองค์กรสีกากีได้เลย!
“กรมปทุมวัน” อยู่ในภาวะอึมครึมอีกครั้ง ถึงแม้นายกฯ อนุทินจะไม่เข้ามาล้วงลูก โยนให้ “ผบ.ตร.” แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ ผบ.ตร.จะเพิกเฉยยืนกระต่ายขาเดียว “ตำรวจไม่รับส่วย-ตำรวจไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง” ไม่ได้ เมื่อหลักฐานที่ส่งถึงดีเอสไอ เจาะจงที่ตัว “ผบ.ต่าย” และคนใกล้ชิด
นับเป็นการเขย่าเก้าอี้ครั้งรุนแรงที่สุดตั้งแต่ "บิ๊กต่าย" เข้ามากุมบังเหียนกรมปทุมวัน เหลือเวลาอีกเกือบปี มรสุมที่กำลังเล่นงานจะแก้อย่างไร เมื่อคนที่ออกมาแฉเป็นถึง "พล.ต.อ." รู้ไส้ทุกขดของตำรวจด้วยกัน ประชาชนจึงเชื่อโดยไม่ต้องไตร่ตรอง องค์กรตำรวจถึงขั้นหลังพิงฝาแล้ว จะมารอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ศักดิ์ศรีตำรวจกว่า 2 แสนนาย คงถูกย่ำยีไม่เหลือชิ้นดี
“ผบ.ตร.” จะจัดการปัญหาอย่างไร ต้องรีบทำให้โปร่งใส และตอบคำถามสังคมให้ได้!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
ลุยจับเว็บพนันบอลโลกแล้ว 388 URL
รัฐบาลเดินหน้าปราบสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ ช่วงฟุตบอลโลก 2006 จับเว็บพนันแล้ว 388 URL เจ้ามือ 135 ราย ผู้เล่น 1,363 ราย พบเงินหมุนเวียนรวมกว่า 3,371 ล้านบาท
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
พาณิชย์ลุยตรวจเข้มย่านห้วยขวางพบกลุ่มเสี่ยงส่อเค้านอมินี-โยงใยเว็บพนันออนไลน์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลังส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร บ่อตกกุ้ง และธุรกิจสปา พื้นที่ห้วยขวาง พบกลุ่มเสี่ยงส่อเค้านอมินี-โยงใยเว็บพนันออนไลน์ และรับชำระเงินผ่านบัญชีบุคคลชาวต่างชาติ เตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและระบบชําระเงินเชิงลึกหากพบผิด ดำเนินการตามกฎหมายทันที
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

