
27 ก.ย.2565 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2565 เป็น 3.1% จากเดิมที่ 2.9% เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศ การท่องเที่ยว และการส่งออกที่กำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลผลิตภาคการเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) ซึ่งประเทศไทยจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะสินค้ายานยนต์ ขณะที่ปี 2566 เวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ที่ระดับ 4.1%
นอกจากนี้ เวิลด์แบงก์มองว่ามาตรการด้านการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งเป้าสนับสนุนภาคธุรกิจยังเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ขณะที่การอ่อนค่าลงของเงินบาทนั้น ก็สอดคล้องกับค่าเงินสกุลอื่น ๆ ในภูมิภาค ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกดดันของเงินเฟ้อ และผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ทำให้สกุลเงินดอลล่าร์ปรับแข็งค่าขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ทั้งหมด 23 ประเทศในปีนี้ เหลือ 3.2% จากปีก่อน อยู่ที่ 7.2% โดยปัจจัยส่วนใหญ่มาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน แต่หากไม่รวมจีน การเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก คาดว่าปีนี้จะขยายตัวถึง 5.3% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 2.6% ขณะที่เศรษฐกิจจีนซึ่งครองสัดส่วน 86% ของจีดีพีภูมิภาค คาดว่าปีนี้จะชะลอตัวเหลือ 2.8% จากปีก่อนอยู่ที่ 8.1%
“การฟื้นตัวของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคมาจากการบริโภคของภาคเอกชนที่ฟื้นขึ้นมาหลังจากการระบาดของโควิด-19สายพันธุ์เดลตาในปีที่ผ่านมาและความต้องการจากทั่วโลกสำหรับการส่งออกของภูมิภาคยังคงอยู่ ขณะที่การคุมเข้มนโยบายการเงินหรือการคลังยังคงมีจำกัด” เวิลด์แบงก์ ระบุ
ขณะเดียว เวิลด์แบงก์ ยังคาดการณ์ว่า เวียดนามจะเป็นผู้นำในภูมิภาคด้วยการเติบโตของจีดีพีปีนี้ที่ระดับ7.2%รวมทั้งคาดการณ์ว่าจีดีพีของฟิลิปปินส์ ไทย และกัมพูชา จะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโรคระบาดภายในสิ้นปี 2565
อย่างไรก็ดี มี 3 ปัจจัยที่เป็นภัยคุกคามต่อการเติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืนของภูมิภาคนี้ ได้แก่ 1. แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะกดดันความต้องการส่งออก การผลิต และสินค้าโภคภัณฑ์ของภูมิภาค 2. ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในต่างประเทศยังคงเร่งให้ธนาคารกลางขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้เกิดการไหลออกของเงินทุน การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น และทำให้ภาระในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น และ 3. มาตรการเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อและหนี้สินบางประการกำลังบิดเบือนตลาดอาหาร เชื้อเพลิง และการเงิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
KGENปักหมุดดันไทยฮับฐานผลิตและส่งออกรถอีวี
’KGEN‘จับมือ ’Chery‘เร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ‘Omoda & Jaecoo’เพิ่มกำลังผลิตแตะ 8 หมื่นคันในปี 2570 ส่งออก 10 ประเทศทั่วภูมิภาค ปักธงไทยเป็นศูนย์กลางผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าอาเซียน คาดยอดขายปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท
ส.อ.ท.เผยเชื่อมั่นภาคอุตฯดิ่ง หวังไทยช่วยไทยพลัสกระตุ้น GDP
ส.อ.ท. เปิดยอดดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมงวด พ.ค. ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ 84.7 หลังต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่งสูง หวังอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส-เติมเงินบัตรรัฐ” กระตุ้นจีดีพี 0.6-0.8%
'ภัทรพงศ์'ปลื้ม2แอร์ไลน์ยุโรปบินตรงกระบี่ดันฮับท่องเที่ยวคุณภาพ
'ภัทรพงศ์' เดินหน้านโยบาย Airport for Regional Development สายการบินขอสล็อตบินตรงกระบี่จากฟินแลนด์และเดนมาร์ก รับฤดูหนาว 69/70ชี้ช่วยดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากยุโรปเหนือ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภาคใต้
กกร.ขยับเป้าจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2%
กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีปี 2569 สู่ 1.6-2% จาก 1.2-1.6% หวังอานิสงส์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นใช้จ่าย คาดส่งออกโต 8-10% เงินเฟ้อเพิ่มเป็น 2.5-3%

