
ส่งออกม.ค.66 ทำได้มูลค่า 20,249.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.5% ขยายตัวติดลบ 4 เดือนติดต่อกัน มูลค่าต่ำสุดรอบ 23 เดือน เหตุเงินเฟ้อคู่ค้าพุ่ง ทำกำลังซื้อลด และการผลิตโลกหดตัว แต่หลายสินค้ายังส่งออกได้ดี ทั้งข้าว ไก่ ผลไม้ รถยนต์ ประเมินครึ่งปี 66 ส่งออกยังชะลอตัว หรือลดลง แต่ครึ่งปีหลัง ดีขึ้น มั่นใจเป้า 1-2% ยังทำได้ แจงยอดนำเข้าพุ่ง 2.48 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่ม 5.5% เป็นการนำเข้าน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น และมีสัดส่วน 21% ของนำเข้าทั้งหมด อีก 60% เป็นสินค้าทุนและวัตถุดิบ เผยเดือนนี้ ขาดดุลการค้า 4,649.6 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงสุดในรอบ 10 ปี
3 มี.ค. 2566 – นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนม.ค.2566 มีมูลค่า 20,249.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.5% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 700,127 ล้านบาท โดยการส่งออกที่ลดลง มาจากการลดลงของสินค้าเกษตร 2.2% สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ลด 3.3% และสินค้าอุตสาหกรรม ลด 5.7% และยังได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศคู่ค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อกำลังซื้อ และการผลิตโลกหดตัว ทำให้มีการนำเข้าลดลง
ทั้งนี้ แม้การส่งออกจะลดลง แต่สินค้าสำคัญหลายตัว ยังคงส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เช่น ข้าว เพิ่ม 72.3% ไขมันจากพืชและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เพิ่ม 124% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่ม 50% ผลไม้สด เพิ่ม 2.5% โดยทุเรียนสด เพิ่ม 53.3% มะม่วงสด เพิ่ม 21.9% มังคุดสุด เพิ่ม 821% ส่วนผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ลด 7.6% ยางพารา ลด 37.6% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ลด 4.8% น้ำตาลทราย ลด 2.3% ไก่แปรรูป ลด 2.2% อาหารสัตว์เลี้ยง ลด 11%
ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมที่ส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ที่กลับมาเพิ่ม 9.2% อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด เพิ่ม 72.3% รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เพิ่ม 16.4% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่ม 44.9% เครื่องใช้สำหรับเดินทาง เพิ่ม 47.1% ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ลด 21.2% ผลิตภัณฑ์ยาง ลด 8.2% อัญมณีและเครื่องประดับ ลด 3.8% เม็ดพลาสติก ลด 30% เคมีภัณฑ์ ลด 17.6%
สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ ภาพรวมยังคงลดลง โดยตลาดหลักลด 5.3% เช่น สหรัฐฯ ลด 4.7% จีน ลด 11.4% ญี่ปุ่น ลด 9.2% CLMV ลด 11.1% แต่อาเซียน 5 ประเทศ เพิ่ม 2.3% สหภาพยุโรป เพิ่ม 2.2% ตลาดรอง ลด 3.1% เช่น เอเชียใต้ ลด 4.3% ทวีปออสเตรเลีย ลด 7.2% รัสเซียและกลุ่ม CIS ลด 46.4% แต่ตะวันออกกลาง เพิ่ม 23.7% ทวีปแอฟริกา เพิ่ม 14.7% ลาตินอเมริกา เพิ่ม 1.5% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 6.1% และตลาดอื่น ๆ เพิ่ม 17.4% เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 18.6%
ทางด้านการค้าชายแดนและผ่านแดน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในตัวเลขการส่งออกรวม เดือนม.ค.2566 การค้ารวมมีมูลค่า 146,166 ล้านบาท ลดลง 3.68% แยกเป็นการส่งออก มูลค่า 71,670 ล้านบาท ลดลง 6.44% และนำเข้า มูลค่า 68,499 ล้านบาท ลดลง 0.61% โดยส่งออกชายแดน ไปมาเลเซีย กัมพูชาและเวียดนาม ลดลง แต่ส่งออกไปสปป.ลาว เพิ่มขึ้น และการส่งออกผ่านแดนไปจีน สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น แต่เวียดนาม ลดลง
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ ได้มีการหารือกับภาคเอกชนในกลายกลุ่มสินค้า ประเมินเหมือนกันว่าการส่งออกในข่วงครึ่งปีแรก 2566 จะชะลอตัว และลดลง แต่ครึ่งปีหลัง การส่งออกจะกลับมาขยายตัวดีขึ้น และยังมั่นใจว่าเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ที่ 1-2% จะยังคงใช้เป็นเป้าในการทำงาน โดยจะเพิ่มกิจกรรมบุกเจาะตลาดที่มีโอกาสมากขึ้น เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ CLMV รวมถึงตลาดจีน ที่มองว่ามีโอกาสส่งออกสูง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่วาว่า การนำเข้าในเดือนม.ค.2566 มีมูลค่า 24,899.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.5% โดยปัจจัยที่ทำให้การนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น มาจากการนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้น โดยมีมูลค่า 5,262 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 84% หรือคิดเป็นสัดส่วน 21% ของมูลค่าการนำเข้ารวม และมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดือนธ.ค.2565 ที่ 77 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเฉลี่ย 80.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนม.ค.2566 และมีการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบสัดส่วนประมาณ 60% ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกในระยะต่อไป
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมาตั้งแต่เดือนก.ย.2565 ทำให้การส่งออกตั้งแต่ต.ค.2565 จนถึงม.ค.2566 ชะลอตัวลงตาม และคาดว่าจะลดลงต่อเนื่อง ในไตรมาส 1 ส่วนไตรมาส 2 ยังมีปัจจัยที่ไม่รู้อีกเยอะมาก ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ จีน ยุโรป สงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ ค่าเงินเป็นยังไง แต่เชื่อว่าจะดีกว่าไตรมาส 1 และคาดว่าครึ่งปีหลังจะดีขึ้น โดยตอนนี้ ปัญหาเรื่องการขนส่ง ค่าระรางเรือ ไม่มีแล้ว ตู้มีเพียงพอ ค่าระวางกลับสู่ระดับปกติ และต่ำกว่าก่อนโควิด-19 ก็มี ส่วนค่าเงินบาท ตอนนี้ 35 บาทบวกลบ ก็เป็นตัวช่วยให้ส่งออกมีแต้มต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า การส่งออกในเดือนม.ค.2566 ที่ขยายตัวติดลบ 4.5% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน นับจากเดือนต.ค.2565 ที่ลบ 4.4% พ.ย.2565 ลบ 6% และธ.ค.2565 ลบ 14.6% และมีมูลค่าต่ำสุดในรอบ 23 เดือน ส่วนการนำเข้าที่สูงขึ้น ทำให้ยอดขาดดุลการค้ามีมูลค่า 4,649.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นยอดขาดดุลที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”
นายกฯ ลุยตลาดบางใหญ่ เช็ก 'ไทยช่วยไทย' ขายของถูก
นายกฯ ลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ นนทบุรี ตรวจ 'ไทยช่วยไทย X Local Low Cost' ดันสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ลดสูงสุด 60%
อดีตโฆษก ศบก.วิเคราะห์ยิบไลฟ์พิมรี่พายขายทุเรียน! บอกผลงานพูดแทนชัดเจน
ณัฏฐา มหัทธนา อดีตโฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)

