
กพท.รับ “รถไฟเชื่อมสามสนามบิน” กระทบแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา-เมืองการบิน หลังยังไร้ข้อยุติจุดเชื่อมต่อสถานีกับเทอร์มินัลใหม่ จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา ด้าน UTA เชื่อโครงการเกิดขึ้นแน่นอน ส่วน “กองทัพเรือ“ ฟุ้ง 30 รายแห่ซื้อซอง ภายในปี 67 ได้ผู้รับเหมา
30 มี.ค. 2567 – นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยภายในงานเสวนา “เช็กความพร้อมอุตสาหกรรมการบิน รองรับการบินใหม่ในอนาคต” ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งยอมรับตอนนี้โครงการมีความล่าช้า เนื่องจากติดปัญหาความชัดเจนและข้อสรุปในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ส่งผลให้บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีอู่ตะเภากับอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ จึงยังไม่สามารถส่งมอบหนังสือให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ได้
“การมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่อู่ตะเภาอย่างเดียว แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญเกี่ยวกับรายละเอียดของสามสนามบินทั้งระบบ การไม่มีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจะทำให้ไม่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในการเข้าถึงสนามบินมีอุปสรรค แต่ก็มั่นใจว่าถ้ากรณีที่โครงการสะดุดติดขัด รัฐบาลจะหาทางแก้ปัญหาเพื่อให้เดินหน้าตามแผนได้” นายสุทธิพงษ์กล่าว
ด้าน นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA กล่าวว่า ในการดำเนินการพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังใหม่นั้น จะต้องเกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามยืนยันว่าโครงการดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ขณะที่ นาวาเอก รตน วันภูงา หัวหน้าฝ่ายอำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) ที่ 2 และทางขับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา วงเงินโครงการ 15,200 ล้านบาท ว่า ความล่าช้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินนั้นไม่กระทบต่อการดำเนินโครงการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 เนื่องจากมีเพียงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้รันเวย์เท่านั้น ซึ่งสามารถมาดำเนินการภายหลังได้
ส่วนความคืบหน้าโครงการดังกล่าว ขณะนี้มีเอกชนมาซื้อซองประมูลกว่า 30 ราย โดยกองทัพเรือมีกำหนดยื่นข้อเสนอในวันที่ 20 พ.ค.2567 คาดได้ตัวผู้รับเหมาภายในปลายปี 2567 และเริ่มก่อสร้างทันที โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี จะดำเนินการติดตั้งพร้อมทดสอบระบบประมาณ 1 ปี และจะเปิดใช้งานภายในปี 2571
ขณะที่ แหล่งเงินในการลงทุนโครงการนี้ ได้รับทุนจากเงินกู้ของธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย หรือAIIB สัดส่วน 85% ของต้นทุนการจัดซื้อจัดจ้าง และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยจะต้องจัดให้มีกองทุนคู่สัญญา 15% อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 0% เท่านั้น นำไปใช้กับการจัดหาเงินทุนของ AIIB และรูปแบบการประมูลจะดำเนินการผ่านการประกวดราคาแบบนานาชาติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วิเวียน' ยื่น 3 ข้อเสนอนโยบาย แก้มลพิษ ลักลอบทิ้งกากสารเคมีในเขต EEC-ปราจีนบุรี
นางสาววิเวียน จุลมนต์ นักวิจัย ทีมศูนย์ออกแบบและวิจัยนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (BluePrint) แถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อปัญหามลพิษทางอุตสาหกรรมและการลักลอบขนถ่ายกากสารเคมีพิษในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเปิดแพลตฟอร์ม "จับตา" รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน จนได้หลักฐานปฐมภูมิชี้ชัดถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่
ไทยเนื้อหอม! เรืออเมริกาถอนสมอ เครื่องบินรบญี่ปุ่นแลนดิ้งครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
เรืออเมริกาถอนสมอ เครื่องบินรบญี่ปุ่นแลนดิ้ง! F-2 ญี่ปุ่นจอดไทยครั้งแรก! หมู่บิน JASDF แวะอู่ตะเภา เติมน้ำมัน ก่อนมุ่งอินเดีย ร่วมฝึก “Veer Guardian 26”
ประชาธิปัตย์ เปิด 6 ข้อเสนอ รับมือ 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ในพื้นที่อีอีซี แฉล้มเหลวแก้ปัญหากากอุตสาหกรรม
นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ รายงานความคืบหน้าปัญหากากอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อนโครงการ Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
'เท้ง' ชวน 'สุชาติ' เดินรับฟังปัญหาอีอีซี ย้ำต้องไร้ทุนเทา ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า ประชาชนในปราจีนบุรีให้ความห่วงใย
SMART เผย Q2/69 กำไรสุทธิ โต 124%อานิสงส์อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์บูม
SMART เผยผลประกอบการไตรมาส 2/69 รายได้รวม 101.94 ล้านบาทกำไร เติบโต 124% รับอานิสงส์การเร่งลงทุนภาคเอกชนใน EEC กลุ่มโรงงาน คลังสินค้า Data Centeบูม

