สมศ.ปลื้มสถานศึกษา 2.1 หมื่นแห่ง แห่ประเมินคุณภาพภายนอก จนทะลุเป้า ปี65 ยังยึดประเมินผ่านระบบออนไลน์

8ธ.ค.2564- นางสาวนันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวสรุปผลการประเมินประจำปี 2564 พร้อมแนวทางการประเมินรอบใหม่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตอนหนึ่งว่า ภาพรวมในปีมีจำนวนสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวน 21,277 แห่ง ถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่ทาง สมศ.ตั้งเป้าไว้จากเดิม 17,000 แห่ง ถึงร้อยละ 20 โดยการประเมินในปีนี้ยังพบว่า สถานศึกษาส่วนใหญ่มีผลการประเมินตามมาตรฐานอยู่ในระดับ “ดี” ทั้ง 3 ด้าน ร้อยละคือ 1.คุณภาพของเด็ก/ผู้เรียน 2.การบริหารและการจัดการ และ 3.การจัดประสบการณ์ หรือการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเด็ก / ผู้เรียนเป็นสำคัญ และเมื่อแบ่งสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมิน ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็ก เข้ารับการประเมิน 7,698 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็นร้อยละ 65.6 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้ารับการประเมิน 12,189 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็นร้อยละ 95.5 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทวัตถุประสงค์พิเศษ เข้ารับการประเมิน 709 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้านคิดเป็นร้อยละ 78 ด้านการอาชีวศึกษา เข้ารับการประเมิน 451 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้านคิดเป็นร้อยละ 78.85 นอกจากนี้ สมศ. ยังได้ประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา ตามแผนที่ได้กำหนดไว้ 13 แห่ง ในขณะนี้อยู่ระหว่างการรับรองผลและแจ้งไปยังสถาบันอุดมศึกษาต่อไป ซึ่งการประเมินถือว่าสถานศึกษาทุกสังกัดได้คะแนนเกิน ร้อยละ 50 ทั้งหมด

นอกจากนี้ สมศ. ยังได้สำรวจความพึงพอใจจากกลุ่มสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่งได้จากการประเมินผ่านระบบ QC100 พบว่าเกือบ 100% ให้ความเห็นว่าการประเมินคุณภาพภายนอกด้วยเทคโนโลยีออนไลน์เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือเข้ารับการประเมินกับ สมศ. เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากขั้นตอนและระยะเวลาของการประเมินที่มีความรวดเร็ว ช่วยลดภาระและอุปสรรคการทำงานในช่วงการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เนื่องจากในการเข้าถึงระบบต่าง ๆ นั้นมีความง่ายและไม่ซับซ้อน พร้อมกันนี้การประเมินในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ยังเป็นการสะท้อนถึงการทำงานของตัวผู้ประเมินที่สถานศึกษาต่างลงความเห็นว่า ผู้ประเมินส่วนใหญ่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ สามารถแนะนำในส่วนที่ต้องพัฒนา หรือแนวทางการนำผลประเมินไปใช้ให้กับสถานศึกษาได้อย่างตรงจุดมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา รวมถึงยังทำให้เกิดการแบ่งปันแนวทางที่ประสบความสำเร็จจากสถานศึกษาที่ได้รับผลการประเมินในระดับที่ดี ไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ที่กำลังพัฒนาระบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย และเป็นคำแนะนำที่นำไปใช้ได้และตรงจุดกว่ารอบที่ผ่านมา อีกทั้งสถานศึกษาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม ให้นำผลการประเมินภายในของสถานศึกษามารายงานเท่านั้น ส่งผลให้สถานศึกษาพึ่งพอใจการประเมินของ สมศ

นางสาวนันทา กล่าวต่อว่า สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สมศ. ยังคงมุ่งสู่บทบาทในการช่วยยกระดับสถานศึกษา ด้วยการทำหน้าที่สะท้อนระบบการศึกษาผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพภายนอก ด้วยรูปแบบการประเมินแบบออนไลน์เช่นเดิม แต่จะมีระบบเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เช่น ระบบคลาวด์ในการเก็บข้อมูล ระบบ e-Testing e-Service และ e-Certificate โดยหลังจากที่สถานศึกษาได้รับการประเมินจาก สมศ. และประเมินผู้ประเมินของ สมศ.แล้ว สถานศึกษาสามารถรับใบรับรองผ่านระบบออนไลน์ทันที พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพของผู้ประเมินให้เข้ารับการอบรมหลักสูตรที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับ รวมถึงนำปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นของแต่ละสถานศึกษามาวิเคราะห์ให้ผู้ประเมินได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

“สมศ.ยังได้หารือร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษา นำผลการประเมินภายนอกไปใช้จริง โดยขณะนี้มีสถานศึกษาเข้าร่วมแล้วจำนวนหนึ่ง และจะขยายผลให้สถานศึกษาทุกแห่งสามารถนำผลการประเมินไปใช้ได้จริง เพื่อทำให้คุณภาพของสถานศึกษาได้พัฒนามากยิ่งขึ้น สำหรับเป้าหมายให้สถานศึกษาเข้ารับการประเมินในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 นั้น สมศ.วางไว้ ทั้งสิ้น 18,050 แห่ง แบ่งออกเป็น ศูนย์พัฒนาเด็ก 6,376 แห่ง ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 10,468 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทวัตถุประสงค์พิเศษ 326 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน (โรงเรียนนานาชาติ) 50 แห่ง การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 360 แห่ง ด้านการอาชีวศึกษา 440 แห่ง ระดับอุดมศึกษา 30 แห่ง ถ้ามีสถานศึกษาสนใจเข้ารับการประเมินเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการได้ โดยสถานศึกษาจะต้องเสนอเรื่องไปยังต้นสังกัด เพื่อที่จะให้ต้นสังกัดดำเนินการเสนอชื่อมาที่ สมศ.เพื่อเข้ารับการประเมินต่อไป”นางสาวนันทากล่าว

เพิ่มเพื่อน