นิด้าโพล เผย คุณภาพชีวิต:สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุไทย ปี 2565

นิด้าโพล เผย คุณภาพชีวิต:สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุไทย ปี 2565 สวนใหญ่ได้รับความเคารพนับถือจากผู้ที่อยู่รอบ ๆ ตัว ชีวิตปลอดภัย ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกับสังคมในชุมชน ร้อยละ 61.84 รายได้เพียงพอในการเลี้ยงดูตนเอง

13 เม.ย.2565- เนื่องในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ตรงกับวันผู้สูงอายุ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับ ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ (Center for Aging Society Research – CASR) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “คุณภาพชีวิต: สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุไทย ปี 2565” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2565 จากผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมือง กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,313 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตด้านสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของผู้สูงอายุที่พักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมือง เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตด้านสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ร้อยละ 94.74 ระบุว่า ได้รับความเคารพนับถือจากผู้ที่อยู่รอบ ๆ ตัว (ทั้งคนในครอบครัว/ในชุมชนที่อยู่อาศัย) รองลงมา ร้อยละ 91.47 ระบุว่า รู้สึกว่าชีวิตปลอดภัยในบริเวณที่อาศัยอยู่ ร้อยละ 83.93 ระบุว่า สถานที่ราชการหรือเอกชนที่ต้องติดต่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ

สำหรับสูงอายุ ร้อยละ 72.66 ระบุว่า ในรอบปีที่ผ่านมา ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเด็นสำคัญทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในชุมชนที่อยู่อาศัย ร้อยละ 62.99 ระบุว่า สามารถเดินทางจากบ้านถึงป้ายรถเมล์/ที่จอด/สถานีรถโดยสารประเภทต่าง ๆ ได้ (เช่น รถประจำทาง รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน) โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ร้อยละ 61.84 ระบุว่า ในรอบปีที่ผ่านมา รายได้เพียงพอในการเลี้ยงดูตนเองโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือกู้ยืมเงินจากผู้อื่น ส่วนผู้สูงอายุ ร้อยละ 50.34 ระบุว่า ในรอบเดือนที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรม (เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานทำบุญ) อย่างน้อย 1 ครั้ง ร้อยละ 54.23 ระบุว่า ในบริเวณที่อยู่อาศัย มีถนนหรือทางเดินสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ (นั่งรถเข็น) สามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก และร้อยละ 54.15 ระบุว่า สามารถใช้อินเทอร์เน็ตที่บ้านในการติดต่อกับลูก หลาน ญาติ หรือเพื่อน

ในขณะที่ผู้สูงอายุ ร้อยละ 86.82 ระบุว่า ในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ได้ได้ลงทะเบียนหรือเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษา ลงทะเบียนหรือเข้ารับการฝึกอบรมออนไลน์ หรือการฝึกอบรมความรู้จากหน่วยงานรัฐ/เอกชน ร้อยละ 73.95 ระบุว่า ในรอบเดือนที่ผ่านมา ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครอย่างน้อย 1 ครั้ง และร้อยละ 59.71 ระบุว่า ไม่มีโอกาสที่จะได้ทำงานตามที่ต้องการ หากต้องการทำงานเพื่อหารายได้

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 9.52 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.67 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 21.32 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 31.76 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 11.73 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 44.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 55.06 เป็นเพศหญิง ตัวอย่างร้อยละ 68.55 มีอายุ 60 - 69 ปี ร้อยละ 27.11 มีอายุ 70 - 79 ปี และร้อยละ 4.34 มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 97.41 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 1.75 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.76 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 0.08 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 56.81 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 20.26 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 4.19 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 14.62 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 4.04 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 0.08 ไม่ระบุการศึกษา

 

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โพลชี้คนใต้ส่วนใหญ่หนุน 'แลนด์บริดจ์' แต่กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569

รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส

รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้