'นิด้าโพล' เผยสังคมไทยยังขาดความเข้าใจเรื่องความรุนแรงทางเพศ

27 พ.ย. 2565 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับ ศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความเข้าใจเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศในสังคมไทย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-15 พฤศจิกายน 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,311 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเข้าใจในรูปแบบหรือลักษณะความรุนแรงทางเพศในสังคมไทย การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความเข้าใจในรูปแบบหรือลักษณะความรุนแรงทางเพศ พบว่า

1.การที่นักเรียนชายรุ่นพี่พยายามข่มขืนนักเรียนหญิงรุ่นน้องที่คิดว่าชอบตัวเอง ตัวอย่าง ร้อยละ 97.86 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 2.14 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

2.การที่สามีบังคับให้ภรรยา (ซึ่งไม่มีงานทำหรือไม่มีรายได้) ค้าบริการทางเพศ โดยขู่ว่าจะไล่ออกจากบ้านหากไม่ยอมทำตาม ตัวอย่าง ร้อยละ 91.30 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 8.70 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

3.การหว่านล้อมจากการคุยออนไลน์ให้ผู้หญิงส่งรูปเปลือยของตนเองไปให้ แล้วขู่ว่าจะประจานให้เสียชื่อเสียงหากไม่ส่งเงินมาให้ ตัวอย่าง ร้อยละ 84.90 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 15.10 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

4.เหตุการณ์จากหัวข้อข่าว “สาวสวยถูกแฟนทำร้ายดับ อ้างหึงหวง” ตัวอย่าง ร้อยละ 83.14 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 16.86 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

5.การที่ผู้หญิงแต่งตัวโป๊และถูกแอบถ่ายรูปไปลงในโซเชียลมีเดียและวิพากษ์วิจารณ์ จนเธอรู้สึกอับอาย ตัวอย่าง ร้อยละ 76.81 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 23.19 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

6.การที่พนักงานรู้สึกอึดอัดใจที่ผู้บริหารมักเล่าเรื่องขำขันเชิงเพศและแชร์รูปโป๊เปลือยบ่อยครั้ง รวมทั้งแซวรูปโฉมผู้หญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 76.81 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 23.19 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

7.การที่สามีบังคับให้ภรรยามีเพศสัมพันธ์ด้วยในขณะที่ภรรยาไม่ยินยอม ตัวอย่าง ร้อยละ 72.31 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 27.69 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

8.การที่เด็กหญิงไม่พอใจที่ญาติสนิทผู้ชายชอบกอดและหอมแก้ม ตัวอย่าง ร้อยละ 71.32 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 28.68 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

9.การที่สามีหรือภรรยามีชู้หรือนอกใจ จนกระทั่งอีกฝ่ายเกิดความเศร้าโศกเสียใจ ตัวอย่าง ร้อยละ 52.17 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 47.83 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

10.การชักชวนให้เหยื่อออนไลน์หลงรัก และหลอกให้โอนเงินให้ ตัวอย่าง ร้อยละ 50.88 ระบุว่า เป็นความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ร้อยละ 49.12 ระบุว่า ไม่ใช่ความรุนแรงทางเพศ

ท้ายที่สุดเมื่อถามประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรงทางเพศ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.15 ระบุว่า ผู้ชายขาดความเคารพในผู้หญิง รองลงมา ร้อยละ 50.04 ระบุว่า ผู้ชายขาดความเข้าใจในความรู้สึกยินยอมหรือไม่ยินยอมของผู้หญิง ร้อยละ 47.52 ระบุว่า ผู้หญิงแต่งตัวไม่ดี ให้ท่าผู้ชาย ร้อยละ 3.51 ระบุว่า การเลียนแบบพฤติกรรมที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อ เช่น ละคร สื่อสังคมออนไลน์ ร้อยละ 1.53 ระบุว่า ยาเสพติดและสิ่งมึนเมา ร้อยละ 0.69 ระบุว่า การเลี้ยงดูของครอบครัว ร้อยละ 0.53 ระบุว่า ขาดสติ/อารมณ์ชั่ววูบ ร้อยละ 0.46 ระบุว่า ปัญหาชู้สาว ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่เกรงกลัวบทลงโทษตามกฎหมาย และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ค่านิยมผู้ชายเป็นใหญ่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โพลชี้คนใต้ส่วนใหญ่หนุน 'แลนด์บริดจ์' แต่กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569

รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส

รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้