นักวิชาการแนะรัฐแก้ กม. หนุนเอกชนลงทุน ปั้นไทยสู่ศูนย์กลางการบิน

นักวิชาการธรรมศาสตร์ หนุนผลักดัน “ประเทศไทย” เป็น “ศูนย์กลางการบิน” ชี้ประเทศไทยมีศักยภาพเชิงความพร้อม-พื้นที่ เหมาะเป็นจุดเชื่อมต่อภาคตะวันตกและภาคตะวันออกของโลก เชื่อหาก “อนุทิน” เดินหน้า Aviation Hub อย่างจริงจัง จะสร้างเศรษฐกิจ-โกยเม็ดเงินเข้าประเทศมหาศาล แนะรัฐแก้กฎหมายส่งเสริมเอกชนลงทุน

8 ตุลาคม 2568 - รศ. ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า นโยบายการเป็นศูนย์กลางการบิน หรือ Aviation Hub ที่จะทำให้สนามบินไทยเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมต่อเที่ยวบินการเดินทางของผู้โดยสาร (Transfer) หรือสายการขนส่งและกระจายสินค้าทางอากาศต่อไปยังปลายทางอื่นๆ ได้สะดวกรวดเร็ว เป็นนโยบายที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาส และสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้อย่างมหาศาลในระยะยาว จึงอยากเสนอให้รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พิจารณาและขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม

รศ. ดร.ธีร กล่าวว่า การเป็นศูนย์กลางการบิน หรือ Aviation Hub ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้นโยบายด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยบรรลุผล ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การนำเข้า-ส่งออกที่จะนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพเชิงพื้นที่ในการเป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันตกและภาคตะวันออกของโลกได้ ฉะนั้นหากมีการขับเคลื่อนนโยบาย Aviation Hub อย่างจริงจัง มั่นใจว่าจะก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล

รศ. ดร.ธีร กล่าวอีกว่า โจทย์ที่สำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายการเป็นศูนย์กลางการบิน หรือ Aviation Hub คือจะทำอย่างไรให้สายการบินทั่วโลกมีความต้องการที่จะนำเครื่องบินมาจอดที่สนามบินในประเทศไทย ซึ่งหัวใจที่จะชี้วัดการตัดสินใจเลือกจอดที่สนามบินไทยหรือสนามบินประเทศอื่นๆ คือการบริการภาคพื้นดิน หรือ Ground Services ที่ต้องสะดวกและรวดเร็ว เพราะทุกสนามบินแข่งขันกันที่ความรวดเร็วเพื่อเอาชนะใจผู้บริโภคทั้งสิ้น

“Ground Services จึงครอบคลุมทั้งการบริการผู้โดยสารและสายการบินตั้งแต่วินาทีแรกที่ผู้โดยสารเดินทางมาถึงสนามบิน ไปจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่เครื่องบินจะเทคออฟออกจากรันเวย์ คือนับตั้งแต่การเช็คอิน การยืนยันตัวตน การดูแลเรื่องกระเป๋าสัมภาระ การดูแลความเรียบร้อยภายในอาคารสนามบิน การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารจนขึ้นเครื่องบิน เราจะทำอย่างไรให้ Ground Services มีศักยภาพสูงสุด” รศ. ดร.ธีร กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า ภายใต้การเป็น Aviation Hub ยังจำเป็นต้องมีบริการที่ครบวงจรเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้เวลาในสนามบินอย่างสะดวกสบาย คุ้มค่าและไม่เสียเวลา รวมถึงการยกระดับบริการขนส่งสินค้า (Cargo) ทั้งขาเข้าและขาออกเพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วมากที่สุดเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนอย่างจริงจัง และต้องมีการปรับแก้กฎหมายแม่บทและกฎหมายลูกเพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาประกอบธุรกิจได้อย่างคล่องตัว เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ รวมถึงการประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่าประเทศไทยพร้อมเดินหน้าอุตสาหกรรมการบินที่จะเป็น Aviation Hub อย่างแท้จริงแล้ว

“ในหลายๆ มิติหากจะรอให้ภาครัฐมาเป็นผู้ลงทุนด้วยตนเองคงเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นโจทย์คือจะทำอย่างไรที่เอกชนลงทุนแล้วรัฐได้ประโยชน์มากที่สุด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับแก้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคอยู่ เพราะการปรับปรุงกฎระเบียบเหล่านี้รัฐบาลสามารถสามารถทำได้ทันทีและทำได้ง่ายกว่าการลงทุน ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่กฎระเบียบเอื้อ เมื่อนั้นการลงทุนจากเอกชนจะหลั่งไหลเข้ามาโดยอัตโนมัติ” รศ. ดร.ธีร กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาความมั่นคงแห่งชาติ เห็นชอบจัดตั้งศูนย์ควบคุมต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. กล่าวภายหลังการประชุม สมช. ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานว่า ที่ประชุมมีการพิจารณา 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ แนวทางมาตรการป้องกันแก้ปัญหาเรื่องอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งที่ประชุม สมช.เมื่อปี 68 เคยมีมติมอบหมายกองทัพอากาศ (ทอ.)

นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นำไทยสู่ฮับอาเซียน

นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างงานรายได้สูงให้คนรุ่นใหม่ มอบ 'ดีอี' ปั้นไทยสู่ฮับเกมอาเซียน

รัฐบาลยกมาตรฐาน 'เครื่องมือแพทย์' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย. นี้ กำชับฉลาก–เอกสารกำกับต้องชัดเจน ปลอดภัย ไม่โอ้อวดเกินจริง

'แผ่นดินไหวเมียนมา' ขนาด 4.7 'แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่' รับรู้แรงสั่นสะเทือน

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 03.07 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 5 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา