
‘จตุพร’ แนะทักษิณ เหลืออีก 3 วันต้องไปศาลคดี ม.112 ให้ทบทวนสถานการณ์ด้วยเกียรติยศ ให้ใช้ตาดำมากกว่าตาขาว อย่าจมจ่อมกับคิดเผ่นหนีอีกรอบ ฟาดปากกล้าด่าต้นไม้พิษ ซัดควรไปศาลฟังคำวินิจฉัยให้ประกันตัวหรือไม่ด้วยตัวเอง
16 มิ.ย.2567-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์เรียกร้องทักษิณ ชินวัตร ให้ยึดหลักแห่งเกียรติยศ ไปพบอัยการสูงสุดเพื่อส่งตัวฟ้องศาลคดี ม.112 ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ว่า เหลืออีก 3 วันจะถึงวันที่ 18 มิ.ย. ผมต้องการให้ทักษิณ คิดทบทวนเหตุการณ์ชุมนุมในอดีต มีคนมาตายและสูญสิ้นอิสรภาพให้ตัวเองมากเท่าไร แต่เมื่อกลับมายังประเทศแล้วแทนที่จะชดใช้ในความรู้สึกที่ตัวเองเอาหนีเอาเปรียบทุกคนที่สู้มาเนินนาน
ในห่วงเวลา 3 วันจากนี้ ต้องการให้คิดว่า สิ่งที่ใหญ่ที่สุดของคนไม่ใช่เงินทอง มันคือเกียรติมากกว่า ดังนั้น เมื่อปากดีฟาดฟันเรื่องผลไม้พิษ ต้นไม้พิษ และไม่ยอมต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตามที่ตัวเองถวายฎีกาว่า เคารพในกระบวนการยุติธรรม และสำนึกในความผิดแล้ว
“อยากให้ (ทักษิณ) จุดประกายความกล้า ใช้ตาดำมากกว่าตามขาวสักหน่อย โดยในวันอังคารนี้ (18 มิ.ย.) ต้องไปพบอัยการให้นำตัวฟ้องศาล อีกอย่างคนมีหน้าที่ในบ้านเมืองต้องจัดการสถานการณ์ให้เข้าสู่ภาวะปกติ คืนกระบวนการยุติธรรมให้ถูกต้อง และมีมาตรฐานในการพิจารณาคดีแบบเดียวกัน”
นายจตุพร ค่อนข้างเชื่อและมั่นใจว่า ในวันอังคารนี้ โอกาสที่ทักษิณ จะไม่ไปพบอัยการมีอยู่มาก นอกจากไม่ไปโดยอ้างว่าป่วยแสนสาหัสแล้ว ยังมีทางเลือกไม่สู้ตามคำพูดที่กล้าหาญ แล้วหลบหนีออกนอกประเทศอีกครั้งหนึ่ง หรืออ้างสารพัดเหตุการป่วยไม่ไปศาลตามนัด
นายจตุพร กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไฟเขียวไม่มีอยู่จริง ด้วยการอ่านคำฟ้องคดี ม.112 เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งที่ทักษิณ ไม่ไปพบตามนัดหมายกันไว้ โดยอ้างป่วยโควิดกระทันหัน จึงเท่ากับแสดงถึงความจริงได้ปรากฎแล้ว ดังนั้น บ้านเมืองย่อมได้เดินไปสู่ความถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะความเสียหายจากความพยายามจะเปิดบ่อนกาสิโนให้ได้โดยเอาวิถีบ้านเมืองมาแลกกับความต้องการด้านเศรษฐกิจส่วนตัวของตัวเองทั้งนั้น
สิ่งสำคัญ ทักษิณ พูดขออนุญาติกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน เป็นการพูดหลังจากดีลกับคณะดีลสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งเป็นคำพูดเพื่อให้เกิดความมั่นใจ แต่มีข้อกังขาว่า ทักษิณ ขออนุญาติใครและหมายถึงใคร เมื่อกลับมาแล้ว ยังไม่ทำตามที่คำพูด ซ้ำร้ายกลับทำบ้านเมืองเสียหายยับเยิน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองขณะนี้ วันที่ 18 มิ.ย.อาจเป็นจุดเริ่มต้นปัญหาขยายลุกลามใหญ่โตมากขึ้นหรือไม่ เพราะเป็นวันที่ศาล รธน.นัดวินิจฉัย พรป. (พระราชบัญญัติประกอบ รธน. หรือที่เรียกว่ากฎหมายลูก รธน.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว.จะขัด รธน.หรือไม่ รวมถึงทักษิณจะไปพบอัยการหรือไม่ ดังนั้น ถ้า พรป.สว.ขัด รธน.ย่อมลามไปถึงการยุติเลือกตั้ง สว.ที่เป็นอยู่ในขณะนี้
ไม่เพียงเท่านั้น ปัญหาของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ที่ถูกยื่นถอดถอนจากตำแหน่งนั้น อาจส่ออาการให้ตัดสินใจลาออกก่อนศาล รธน.มีคำวินิจฉัยก็มีโอกาสมากขึ้น เพราะต้องการยุติปัญหาข้อกฎหมายอื่นที่ต้องเผชิญหน้าหลังจาก ศาล รธน.ตัดสินว่า ผิดแล้วด้วย ดังนั้น หวังว่า บ้านเมืองคงจะได้กลับคืนสู่ความถูกต้องเสียที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' ฟาด กกต.เหิมเกริม ดึงศาลรธน.ชนศาลฎีกา อัด ปธ.สภาฯ รื้อ กมธ.ช่วยพวก
'จตุพร' ฟาด กกต.หลังผิงฝา ลุอำนาจยื่นดึงศาลรธน.ชนศาลฎีกา ส่อลากวิกฤตศรัทธาไปกันใหญ่ ส่วนสภาหลับหูหลับตาแก้กฎ กมธ.ช่วยพวก ไม่หวั่นถูกตำหนิ ขณะที่กองเชียร์ทักษิณ เอาแต่ปั่น ไม่ใส่ใจความจริง อ้างสารพัดให้ได้นิรโทษฯจต096
ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว
“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน” อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ
'นิรโทษสุดซอย' หลอน! ล้างมลทิน 'ทักษิณ' ระวังบ้านเมืองลุกเป็นไฟ
'จตุพร' เตือนระวังบ้านเมืองลุกเป็นไฟ 'ทักษิณ' พยายามเล่นซ้ำรอยเดิม ยุคเพื่อไทยกุมเสียงสภาข้างมาก ปี 56 ดันทุรังออกนิรโทษสุดซอย ชี้ขึ้นอยู่ที่ 'คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' พิจารณา และ พท. ตัดสินใจ
'เต้น' เข้าใจหัวอก 'ทักษิณ' ยื่นนิรโทษฯ ลั่นโดนรัฐประหารยึดอำนาจ ย่อมมีสิทธิ์สู้ทุกช่องทาง
ณัฐวุฒิ บอกเมื่อคณะรัฐประหารนิรโทษกรรมตัวเองได้ตั้งแต่นาทีแรก นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกยึดอำนาจ ย่อมมีสิทธิ์ต่อสู้ทุกช่องทางจนถึงนาทีสุดท้าย
ดับฝัน"ทักษิณ" วืด"นิรโทษ"-ปัดตก ล้างมลทิน
มีกระแสข่าวความคืบหน้ากรณี ทักษิณ ชินวัตร ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
ตอกฝาโลง‘ทักษิณ’ ไม่เข้าเกณฑ์นิรโทษฯ/พท.ปัดแลกโหวต
"ทักษิณ" ส่อแห้ว "คกก.สันติสุข" แจ้งนายกฯนอกรอบ ชี้ไม่เข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรม

