แฟ้มภาพ
24 มิ.ย.2567 - นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับหนังสือที่ อส 0004 (คก 1)/2381 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2567 จากสำนักงานอัยการสูงสุด เรื่องขอให้สอบวินัยและจริยธรรมนายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ตามที่ขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนปกป้อง นช.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาในสำนวน ส.1 เลขรับที่ 20/2567 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 โดยใช้คำว่า “ป่วยขั้นวิกฤต” ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระเบียบและประมวลจริยธรรมหรือไม่ และขอให้นายปรีชา สุดสงวน พ้นจากหน้าที่ในการดูแลคดีดังกล่าว และแต่งตั้งพนักงานอัยการที่มีความเป็นกลางเป็นที่ประจักษ์และเชื่อถือได้มาดูแลคดีต่อไป และขอทราบความคืบหน้านั้น
สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วฟังได้ว่ากรณีนายปรีชา สุดสงวน ตอบคำถามสื่อมวลชน ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ว่านายทักษิณ ชินวัตร “ป่วยขั้นวิกฤต” นั้นเป็นกรณีที่นายปรีชา สุดสงวน เข้าใจอย่างสุจริตว่านายทักษิณ ชินวัตร มีอาการเจ็บป่วยมากเป็นลักษณะของคนป่วยที่ไม่แข็งแรงเพราะเห็นสภาพนายทักษิณ ชินวัตร ต้องนั่งรถเข็นมามีคนคอยประคองอยู่ตลอดเวลาจากสภาพภายนอกเห็นได้ว่านายทักษิณ ชินวัตร มีอาการอิดโรย ดูอ่อนเพลียมาก ไม่มีแรงเดินไม่ได้ต้องมีคนคอยอุ้มถึง 2 คน มีอุปกรณ์บล็อกคอไว้มีการเข้าเฝือกอ่อนที่แขน สังเกตจากการพูดจา ดูเชื่องช้ามีน้ำเสียงแหบแห้งและเบามาก นายปรีชา สุดสงวน ต้องชะโงกเข้าไปใกล้ถึงจะจับความหมายจากคำพูดได้ แม้อาจจะเป็นถ้อยคำที่เกินเลยจากความเห็นที่ต้องการสื่อสารไปบ้าง แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการพูดถึงอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร ดังกล่าวเพื่อคุ้มครองปกป้องหรือช่วยในการปล่อยชั่วคราวนายทักษิณ ชินวัตร การกระทำของนายปรีชา สุดสงวน จึงยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดกฎหมายระเบียบและประมวลจริยธรรมตามข้อร้องเรียนแต่อย่างใด
ส่วนกรณีขอให้นายปรีชา สุดสงวน พ้นจากหน้าที่ในการดูแลคดีนั้นเนื่องจากคดีนี้เป็นความผิดตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่พิจารณาสั่งคดีของอัยการสูงสุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ประกอบระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 208 นายปรีชา สุดสงวน ในฐานะอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาสั่งคดีนี้แต่อย่างใด จึงไม่มีกรณีที่จะต้องพิจารณาดำเนินการในส่วนนี้และอัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ยุติเรื่องแล้ว ลงชื่อ นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ
นายวัชระ กล่าวว่า เมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดกรุณาตอบหนังสือ ผมขอขอบคุณที่ตอบคำถาม ท่านเขียนได้ดีอ่านแล้วคล้อยตามคล้ายบทละครอย่างมากซึ่งเป็นที่คาใจของสังคมไทย แต่สังคมจะหายข้อข้องใจหรือไม่ ผมไม่อาจทราบได้ เรื่องอัยการทำตัวเป็นหมอก็จะเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของตำนานอัยการไทยที่เล่าขานกันไม่รู้จบและไม่ผิดกฎหมายระเบียบและจริยธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น นายปรีชา ไม่มีอำนาจพิจารณาสั่งคดีนี้ก็จริง แต่นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 อัยการผู้ว่าความคดีนี้คือลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาสายตรงของนายปรีชา ผู้เป็นอธิบดีนั่นเอง แล้วจะให้ประชาชนไว้วางใจได้อย่างไร
นายวัชระกล่าวตอนท้ายว่า เพื่อประกอบคำชี้แจงของหนังสือชี้แจงฉบับนี้และเพื่อความยุติธรรมต่อนายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ขอให้พี่น้องประชาชนกรุณาเปิดดูคลิปคำแถลงของนายปรีชาที่บอกว่านายทักษิณป่วยขั้นวิกฤตประกอบไปด้วยก็จะเป็นการดีที่สุด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี
วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง
ศาลอนุญาต 'วัชระ' ขยายเวลายื่นฎีกา ฟ้อง 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จสร้างรัฐสภา ถึง 16 ต.ค.นี้
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งอนุญาตให้นายวัชระ เพชรทอง ขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช และนายชัชวาล อภิบาลศรี ออกไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังโจทก์ระบุเหตุผลว่าสำนวนพยานเอกสารและประเด็นข้อกฎหมายมีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เวลาเรียบเรียงให้รัดกุมก่อนยื่นต่อศาลฎีกา
'ทักษิณ' ยื่นศาลภาษี เบรกสรรพากรยึดทรัพย์ 'ภาษีหุ้นชินคอร์ป' 1.5 หมื่นล้าน นัดไต่สวน 7 ต.ค.นี้
"ทักษิณ" ยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลาง หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน "วิญญัติ" ชี้ทั้งที่เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้านถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง ศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว 7 ต.ค. นี้
'วัชระ' ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษีรถ ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งจราจรสูบเลือดประชาชน
นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน
เปิดไทม์ไลน์พิรุธสอบวินัย 'ผอ.ยักษ์' กังขาสปีดฟ้าผ่า 'ปลัด ยธ.'
กางไทม์ไลน์พิรุธสอบวินัย 'ผอ.ยักษ์' สปีดฟ้าผ่า 'ปลัดปิยะศิริ' เซ็นตั้ง กก. ใน 2 วัน สวนทางเรื่องเดิมค้าง 8 เดือนสมัย 'พงษ์สวาท' จี้เปิดแฟ้มเคลียร์ให้ชัด มีพยานหลักฐานใหม่หรือไม่ เหตุใดไร้ไต่สวนรอบด้าน
ชาวบุรีรัมย์ร้องถูกสวมสิทธิเป็นคนพิการ ปลอมลายมือค้ำประกันกู้เงินธกส.
นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาววิภา หายโศรก อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ความว่า ด้วยดิฉันนางสาววิภา หายโศรก ขอร้องเรียนว่า ดิฉันถูกมิจฉาชีพนำชื่อดิฉันไปสวมสิทธิ์ทำบัตรคนพิการ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประเภท4-5 ป่วยติดเตียงและจิตเวช ที่จังหวัดบุรีรัมย์

