ศูนย์จีโนมฯ เจาะลึก 'วัคซีนอีโบลา' ออกฤทธิ์ไว หลังฉีด 30 นาที ป้องกันติดเชื้อได้

3 ก.พ. 2568 – ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เจาะลึกวัคซีนอีโบลาล่าสุด : สร้างเกราะป้องกันได้ใน 30 นาทีก่อนได้รับเชื้อ

ในความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้น องค์การอนามัยโลก (WHO) และพันธมิตรได้จัดส่งวัคซีนทดลองต้านไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานไปยังยูกันดาแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน วัคซีนที่มีชื่อว่า IAVI C108 หรือ rVSVΔG-SUDV-GP จำนวน 2,160 โดส ได้ถูกลำเลียงไปยังกรุงกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568

เทคโนโลยีล้ำสมัยเบื้องหลังวัคซีน: IAVI C108 เป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยองค์กร International AIDS Vaccine Initiative (IAVI) โดยใช้เทคโนโลยีไวรัสเวสิคูลาร์สโตมาไตติสแบบดัดแปลงพันธุกรรม (rVSV) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับวัคซีน ERVEBO ที่ใช้ป้องกันไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ไซแอร์ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว วัคซีนนี้ถูกออกแบบให้ฉีดเพียงครั้งเดียวและคาดว่าจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างรวดเร็ว

การทดลองทางคลินิกที่น่าจับตามอง: การทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ของ IAVI C108 เริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2566 ในสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความปลอดภัยและการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีน การทดลองนี้จะทดสอบวัคซีนในปริมาณ 3 ระดับ คือ 2 × 10^6, 2 × 10^7 และ 2 × 10^8 PFU โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด 36 คน

ผลการทดลองในสัตว์ที่น่าตื่นเต้น ประสิทธิภาพการป้องกันอย่างรวดเร็ว: วัคซีน IAVI C108 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานในลิงได้อย่างรวดเร็วมาก โดยสามารถป้องกันการติดเชื้อได้แม้จะฉีดวัคซีนเพียง 30 นาทีก่อนได้รับเชื้อ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างรวดเร็วอย่างยิ่ง คุณสมบัตินี้มีความสำคัญอย่างมากในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการระบาด เนื่องจากสามารถให้การป้องกันได้ทันทีหลังจากการฉีดวัคซีน

ประสิทธิภาพแม้ใช้ปริมาณน้อย: นอกจากนี้ วัคซีน IAVI C108 ยังแสดงประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแม้ใช้ในปริมาณต่ำเพียง 2 × 10^2 PFU (Plaque-Forming Units) ซึ่งเป็นหน่วยวัดปริมาณไวรัสที่มีชีวิต การที่วัคซีนมีประสิทธิภาพแม้ใช้ในปริมาณน้อยเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความแรงของวัคซีนและศักยภาพในการผลิตวัคซีนจำนวนมากจากปริมาณไวรัสที่จำกัด ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการผลิตวัคซีนในปริมาณมากเพื่อรับมือกับการระบาดขนาดใหญ่

ความสำคัญของผลการทดลอง: ผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันสูงของ IAVI C108 ในการเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงต่อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดาน คุณสมบัติการป้องกันอย่างรวดเร็วและการใช้ปริมาณน้อย ทำให้วัคซีนนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินและการควบคุมการระบาด อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมในมนุษย์เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้ในวงกว้าง

ผลการทดลองนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสอีโบลาที่มีประสิทธิภาพสูงและตอบสนองได้รวดเร็ว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับการระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การมีวัคซีนที่สามารถให้การป้องกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพแม้ใช้ในปริมาณน้อย จะช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความพยายามระดับโลกในการเตรียมพร้อม: การจัดส่งวัคซีนทดลองครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาด โดย WHO ยังได้จัดสรรเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนฉุกเฉินเพื่อเร่งการควบคุมการระบาดอีกด้วย ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่ได้รับการอนุมัติสำหรับไวรัสซูดาน ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 41-100% ในการระบาดที่ผ่านมา

การส่งวัคซีนทดลองนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระดับโลกในการพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโรคติดเชื้อร้ายแรง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผงะ! คนไทยเกือบ 2 ล้านติดบ่วงยาเสพติด หนุนรัฐผนึกชุมชนแก้ติดซ้ำ

6 อำเภอ จ.ขอนแก่น ผนึกกำลังสกัดยาเสพติด หลังพบถูกใช้ลำเลียงยาบ้าเข้าพื้นที่ รุกป้อง-ปราบ-บำบัด-ติดตาม ตัดวงจรเสพซ้ำ  ด้าน สสส.เปิดข้อมูลสุดอึ้ง คนไทย 1.9 ล้านคนติดหนัก หนุนใช้สูตรชุมชนล้อมรักษ์ แก้ปัญหายั่งยืน ปักหมุด 5 จังหวัดไปต่อภายในปี 70