
คนไร้บ้านหน้าใหม่มีเพิ่มขึ้น ทั้งจากสถานการณ์เศรษฐกิจ การไร้ที่อยู่อาศัย ชุมชนที่ถูกขับไล่จากการพัฒนาที่ดินหรือการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของเมือง แม้กระทั่งคนถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง อาชีพไม่มั่นคง รายได้น้อย รวมถึงพอใจอยากมีชีวิตที่อิสระ หลากหลายเหตุผลของคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ที่เรียกว่า “คนไร้บ้าน”
เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ มีคนไร้บ้านไม่น้อยกว่า 1,800 คน ขณะที่คนไร้บ้านทั่วประเทศประมาณ 3,500-4,000 คน แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามแก้ปัญหาให้กลุ่มเปราะบางนี้ด้วยการจัดสถานที่สงเคราะห์ เป็นที่อยู่อาศัยทดแทนบ้าน แต่ด้วยคนไร้บ้านมีจำนวนมากเกินการรองรับ และอาจไม่ได้เป็นหนทางในการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน จำเป็นต้องทราบความต้องการที่แท้จริงของคนไร้บ้านคนไร้ที่พึ่ง เพื่อหาแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

มีความพยายามผลักดันแก้ปัญหาคนไร้บ้านเชิงรุกผ่าน โครงการแจงนับคนไร้บ้าน (One Night Count) เป็นความร่วมมือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) และภาคีเครือข่าย อาทิ กรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และมูลนิธิอิสรชน เพื่อสำรวจสถานการณ์ปัญหาของกลุ่มคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้าน 77 จังหวัดทั่วประเทศให้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งสำรวจจำนวนคนไร้บ้านสำหรับนำมาใช้คาดการณ์ทางสถิติ ประชากร นำไปสู่การปรับปรุงพัฒนาบริการของรัฐ ตลอดจนนโยบายของรัฐที่เท่าทันสถานการณ์ปัญหา ป้องกันการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านของกลุ่มเปราะบาง โดยมอบหมายให้ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 77 จังหวัด และเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง กองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ลงพื้นที่แจงนับภายใน 1 คืน
สำหรับการเก็บข้อมูลจำนวนคนไร้บ้านทั่วประเทศ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายที่รับบริการภายในหน่วยงานสังกัด พม. ปัจจุบัน มี 5,083 คน และกลุ่มเป้าหมายคนไร้ที่พึ่งภายนอกหน่วยงานสังกัด พม. ที่ให้บริการอีกกว่า 21,239 ราย ซึ่งเป็นคนไร้บ้านกว่า 2,462 ราย และอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เมืองที่เจริญที่สุดกว่า 1,761 ราย

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัด พม. กล่าวว่า พม. ให้ความช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งหรือคนไร้บ้านอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ แต่ พม. เพียงหน่วยงานเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครอบคลุมทุกมิติ เพราะคนไร้ที่พึ่งหรือคนไร้บ้านเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการคุ้มครองทางสังคมและการเสริมสร้างพลังทางสังคม โครงการนี้มีเป้าหมายร่วมกันในออกแบบระบบการคุ้มครองดูแล และจัดบริการสวัสดิการสังคมอย่างตรงจุด มีศักยภาพในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย และอาชีพ ตลอดจนส่งผลให้คนไร้บ้านสามารถเข้าถึงสวัสดิการและสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างยั่งยืน
ด้าน รศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ ผอ.สถาบันเอเชียศึกษากล่าวว่า การแจงนับคนไร้บ้านครั้งใหม่นี้จะเป็นทั้งการนับจำนวนและเก็บข้อมูลทางประชากรเบื้องต้นของคนไร้บ้านทั้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะและในสถานพักพิงที่รัฐหรือเอกชนจัดให้ป้องกันปัญหาการนับซ้ำ และสามารถกำหนดนิยามคนไร้บ้านให้ครอบคลุมมิติทางวิชาการและมิติทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของคนไร้บ้านในสังคมไทย สู่การพัฒนารูปแบบบริการ นวัตกรรมที่ตรงความต้องการคนเร่ร่อนไร้บ้าน

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ความเปราะบางที่นำมาสู่การเป็นคนไร้บ้าน คือ เศรษฐกิจและครอบครัว จากการศึกษาโอกาสเกิดคนไร้บ้านหน้าใหม่เกี่ยวข้องทั้งรายได้ รัฐสวัสดิการ พฤติกรรมการดื่ม ความพิการ การอยู่ในภาวะไร้บ้านเป็นเวลานาน ส่งผลต่อสุขภาพกาย และสุขภาวะทางจิต
“ สถานการณ์สุขภาพคนไร้บ้าน พบสูบบุหรี่สูงถึง 55% ดื่มสุรา 41% แต่ผู้เข้ารับบริการศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน กลับมีอายุเฉลี่ยสูงกว่าคนไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะ แสดงให้เห็นว่า นโยบายที่อยู่อาศัยมีความสำคัญ สสส. ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย พัฒนาโครงการ “ที่อยู่อาศัยคนละครึ่ง” สสส. สนับสนุน 60 % คนไร้บ้านสมทบ 60 % ในอัตราค่าเช่า 1,700 – 2,200 บาท/เดือน โมเดลนี้ต่อยอดโครงการนำร่อง “บ้านสวัสดิการที่อยู่อาศัยคนจนเมือง” ปรับพื้นที่ตึกร้าง ให้เป็นที่อยู่อาศัยราคาถูก โดย พม. และกทม. อยู่ระหว่างการศึกษาให้คนไร้บ้าน หรือคนที่อยู่ในภาวะก้ำกึ่งต่อการไร้บ้าน สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเสี่ยงจากภาวะไร้บ้านถาวร คนไร้บ้านต้องตั้งหลักชีวิตได้ “ ดร.สุปรีดา เผย

จากการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผศ.ดร.พีระ ตั้งธรรมรักษ์ และ ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ พบว่า โอกาสในการกลายมาเป็นคนไร้บ้านของกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเสี่ยง เกิดคนไร้บ้านหน้าใหม่ นั้น ผู้หญิงมีโอกาสกลายมาเป็นคนไร้บ้านน้อยกว่าผู้ชาย 1.79 % ถ้ามีรายได้เพิ่มขึ้น 1,000 บาทต่อเดือน โอกาสในการกลายมาเป็นคนไร้บ้านลดลง 4% หากดื่มเหล้าจะมีโอกาสกลายมาเป็นคนไร้บ้านโอกาสเพิ่มขึ้น 1.08 %
ถ้ามีความพิการจะมีโอกาสกลายมาเป็นคนไร้บ้านโอกาสเพิ่มขึ้น 1.82 % หากได้รับเบี้ยยังชีพคนชราหรือคนพิการโอกาสในการกลายมาเป็นคนไร้บ้านลดลง 1.41 % หากมีสิทธิในการรักษาพยาบาล เช่น สิทธิบัตรทอง โอกาสในการกลายมาเป็นคนไร้บ้านลดลง 4.86 %
ความพยายามบรรเทาปัญหาคนไร้บ้าน มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ภาคีเครือข่าย และ สสส. ผลักดันผ่าน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคงทางอาหาร จัดทำครัวกลาง จำหน่ายอาหารราคาถูก ,ด้านที่อยู่อาศัย พัฒนาศูนย์พักคนไร้บ้านใน 4 พื้นที่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี เชียงใหม่ และขอนแก่น ให้มีกระบวนการพัฒนาศักยภาพรายบุคคลให้ตั้งหลักชีวิตได้ มีความสามารถในการอยู่ร่วมกับคนอื่น และประสานงานกับภาคส่วนต่างๆ ได้

ด้านบริการสาธารณสุข สนับสนุนเวชภัณฑ์ที่จำเป็นการรับรองสิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพ , การจัดตั้งจุดประสานงานเพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลประชากรกลุ่มเปราะบาง ดำเนินการติดตามคนไร้บ้านและช่วยเหลือให้ข้อมูลข่าวสารกับคนไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะ และด้านการประกอบอาชีพเพื่อให้คนไร้บ้านสามารถพึ่งพาตัวเองได้ และกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน
ถือเป็นการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไร้บ้านไม่ถดถอยลง อยู่ข้างถนนก็ยังอยู่ได้ด้วยการมีงานทำ มีมาตรการรองรับ หรือเพื่อให้โอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Be Healthy More Productivity” เมื่อสุขภาพคนทำงาน คือคานงัดผลิตภาพประเทศ
วันที่ 30 เมษายนของทุกปี คือวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย แต่ในปี 2569 วันดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาอีกมิติหนึ่งที่ลึกกว่าเรื่องสิทธิผู้บริโภค นั่นคือ “สิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงาน” เพราะในโลกความเป็นจริง
'พท.' ดันพรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว 'นิกร' ลั่นทุกพื้นที่ต้องปลอดภัย
พรรคเพื่อไทย ผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ‘นิกร โสมกลาง’ รมว.พม. ชี้ทุกพื้นที่ส่วนตัวต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ย้ำความรุนแรงไม่ใช่เรื่องในบ้าน แต่กระทบสังคมทั้งระบบ
'เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ'ครั้ง25 สสส.จัดยิ่งใหญ่ ปลุกพลังขยับประเทศสู้NCDs
สสส. ร่วมกับสมาพันธ์เดินวิ่งฯ-ภาคี ใช้พลังศาสนา “ผลักดันคนไทยมีกิจกรรมทางกายสู้โรค NCDs” จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข ปี 2569 ” ครั้งที่ 25 พร้อมกัน70 พื้นที่ทั่วประเทศ ดีเดย์ 31 พ.ค. 2569 จุดกระแสเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยลดเนือยนิ่ง วิ่งด้วยสติ“หยุดนิ่ง = เสี่ยงโรค ลุกวิ่ง = เปลี่ยนชีวิต”
ปลดล็อก “ความเหลื่อมล้ำ” ด้วยบ้านและครอบครัว นวัตกรรมเชิงนโยบายคืนศักดิ์ศรีคนไร้ที่พึ่ง สู่หลักประกันระยะยาวของสังคมไทย
ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ จากสังคมสูงวัย อัตราการเกิดที่ลดลง และจำนวนกลุ่มเปราะบางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพของ “คนไร้ที่พึ่ง”
สสส. ผนึก 6 หน่วยงาน MOU ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานไทย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หนุนสถานประกอบการใช้แนวคิด “Happy Workplace” และเครื่องมือ “10 Packages Plus”
ขับเคลื่อนพื้นที่ตัวอย่าง “ปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน” สร้างเกราะคุ้มกันเยาวชน...ด้วยพลังชุมชน
ปัญหายาเสพติดในไทยไม่ได้เริ่มที่ปลายทางของการปราบปราม แต่เริ่มตั้งแต่ต้นทางของ “ความเปราะบาง” ในครอบครัวและชุมชน ช่องว่างระหว่างวัย ความไม่เข้าใจกันของพ่อแม่ลูก ครูศิษย์

