คะแนนนิยม‘หนู’ดิ่ง ปชช.เชียร์เท้งนั่งนายกฯ กรวีร์ชูได้ใช้‘กม.นิรโทษ’

นิด้าโพลเผยคะแนนนิยมการเมืองล่าสุดคนเชียร์ "เท้ง" นั่งนายกฯ สูงกว่า "อนุทิน" หนุน  ปชน.มากกว่า ภท. สวนดุสิตโพลยกให้ "อนุทิน-รักชนก" นักการเมืองโดดเด่น รัฐบาลได้แต้มจาก "ไทยช่วยไทยพลัส" แต่สอบตกปราบโกง-ยาเสพติด  นายกฯ ฟิตจัด! ใช้วันหยุดเข้าทำเนียบฯ เคลียร์แฟ้มค้าง ประธานวิปรัฐบาลมั่นใจ กม.นิรโทษฯ ได้ใช้แน่ แค่ช้าหรือเร็ว ย้ำไม่เหมารวม 112 "พท." ให้ฟังวิปรัฐบาล เชื่อจะได้ข้อสรุปและสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง "จตุพร" หวัง 8 ก.ค.ผ่านฉลุยได้เริ่มต้นสร้างสันติสุข ย้ำเขียนล็อกไว้แล้วคดี "ฮั้ว สว.-112-ทุจริต" ไม่ได้นิรโทษฯ ติงอย่าตีความกฎหมายบิดเบี้ยว 

เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569” ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน  2,500 หน่วยตัวอย่าง เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.08 ระบุว่าเป็นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน), อันดับ 2 ร้อยละ 21.68 ระบุว่าเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย), อันดับ 3 ร้อยละ 11.80 ระบุว่าเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์), อันดับ 4 ร้อยละ 11.64 ระบุว่าเป็นนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย), อันดับ 5 ร้อยละ 10.24 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 6 ร้อยละ 4.08 ระบุว่าเป็น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), อันดับ 7 ร้อยละ 2.72 ระบุว่าเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย), อันดับ 8 ร้อยละ 2.56 ระบุว่าเป็น พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ), อันดับ 9 ร้อยละ 2.16 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย), อันดับ 10 ร้อยละ 2.04 ระบุว่าเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), อันดับ 11 ร้อยละ 1.32 ระบุว่าเป็นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)  

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.80 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน, อันดับ 2 ร้อยละ 17.00 ระบุว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย, อันดับ 3 ร้อยละ 16.84 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย, อันดับ 4 ร้อยละ 12.68 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์,  อันดับ 5 ร้อยละ 5.32 ระบุว่ายังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้, อันดับ 6 ร้อยละ 2.96 ระบุว่าเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ, อันดับ 7 ร้อยละ 2.76 ระบุว่าเป็นพรรคไทยภักดี, อันดับ 8 ร้อยละ 2.04 ระบุว่าเป็นพรรคเศรษฐกิจ, อันดับ 9 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็นพรรคไทยสร้างไทย, อันดับ 10 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็นพรรคเสรีรวมไทย

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2569”  กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,054 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือน มิ.ย. เฉลี่ย 3.69 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค.2569 ที่ได้ 3.66 คะแนนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.17 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.03 คะแนน

สำหรับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 35 รองลงมาคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 27.84 ตามด้วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 16.11, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ร้อยละ 13.02, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร้อยละ 8.03 ส่วนฝ่ายค้าน คือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 30.12 รองลงมาคือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 24.11, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 23.6, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ร้อยละ 11.62, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ร้อยละ 10.55

ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบคือ ไทยช่วยไทยพลัส ร้อยละ 62.37 ตามมาด้วยนโยบายเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 23.91, การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา 13.72 ด้านผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบคือ การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ร้อยละ 44.14 รองลงมา คือการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 ร้อยละ 35.58, การติดตามตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 20.28

มั่นใจ กม.นิรโทษได้ใช้แน่

  เมื่อเวลา 14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้เข้ามานั่งเซ็นแฟ้มเอกสารทางราชการที่ฝ่ายเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทีมงานได้จัดเตรียมไว้ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ และทันทีที่ถึงเมืองไทย ได้มีภารกิจประชุมหลายวง จึงมีเอกสารรอการเซ็นอยู่จำนวนมาก นายกฯ จึงใช้เวลาวันหยุดราชการเข้ามาเซ็นเอกสารดังกล่าว เพื่อให้วันจันทร์การทำงานจะได้เดินหน้าอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม วันจันทร์ที่ 6 ก.ค.นี้ นายกฯ มีภารกิจที่สำคัญที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น โดยเปิดโอกาสให้บุคคลสำคัญเข้าพบหลายคณะ

ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิไทย (ภท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีสภาผู้แทนฯ จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่าง พ.ร.บ.นิรโทษ กรรมคดีชุมนุมทางการเมืองในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือปี 2548-2568 หลังวุฒิสภาปรับแก้ถ้อยคำในบางมาตรา เช่น ไม่นิรโทษฯ การกระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า วันที่ 6 ก.ค. ทางวิปรัฐบาลจะมีการประชุมประจำสัปดาห์ถึงกฎหมายที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดานี้ ซึ่งมีเรื่องของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ทาง สว.ส่งกลับมา ในที่ประชุมจะได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลถึง สิ่งที่ สว.แก้ไขมาว่ามีความเห็นอย่างไร เท่าที่ดูจากประเด็นที่ สว.แก้ไขมา ยังอยู่ในแนวทางที่ฝ่ายการเมืองรับได้ หรือถ้ามีประเด็นไหนติดใจจำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการร่วมของทั้งสองสภาก็ไม่ขัดข้อง แต่ถ้าดูแล้วทุกฝ่ายพอรับได้เราก็เดินหน้าไปเลย เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาได้เร็ว

"ทางพรรคภูมิใจไทยไม่มีประเด็น ก็ต้องหารือกับเพื่อไทยว่ามองอย่างไร รับได้ไหมกับสิ่งที่ สว.แก้มา หากรับได้ก็เดินหน้า ถ้าต้องปรับก็ไม่มีปัญหา  ส่วนท่าทีของฝ่ายค้านชัดเจนไม่รับแล้วขอไปตั้งกรรมาธิการร่วม ซึ่งจุดยืนเรื่องนิรโทษฯ คดีการเมืองแต่เว้น 112 เป็นจุดยืนของภูมิใจไทยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสุดท้ายกฎหมายฉบับนี้ออกมาใช้แน่นอน ถ้าทุกคนเห็นตรงกันและรับได้ กฎหมายก็ออกมาเร็ว ถ้าไปตั้งกรรมาธิการร่วมก็ต้องเข้าสภาในสมัยประชุมหน้า ก็ใช้เวลา 2-3 เดือน ก็จะล่าช้าออกไป" นายกรวีร์กล่าว

ด้านนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า  เรื่องนี้ต้องฟังวิปรัฐบาลว่าจะพิจารณาอย่างไร เพราะตัวแทนแต่ละพรรคจะนำความคิดเห็นของสมาชิกมาคุยกัน ตนเชื่อว่าเรื่องนี้คงได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และสามารถผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมาได้สำเร็จ เนื่องจากผู้ที่ได้รับประโยชน์มีทั้งกลุ่มที่ผิดพลาดหลงผิด เมื่อกฎหมายนี้ออกมาจะเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้กลับมาใช้ชีวิตสร้างความปรองดองสมคีเกิดขึ้นในชาติ ให้เขาได้ใช้ศักยกาพของเขาในการร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป

หวัง 8 ก.ค.นิรโทษผ่านฉลุย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน อดีตแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยหวังว่าการผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมในวันที่ 8 ก.ค.นี้ จะเป็นการเริ่มต้นสังคมที่ดีและช่วยเสริมสร้างสังคมสันติสุข เพราะในช่วงท้ายๆ ชีวิตของคนซึ่งเข้าใกล้เวลาพรากจากจะได้มีชีวิตที่เหลืออยู่โดยหลุดพ้นคดีทางการเมือง นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 มา มีการนิรโทษกรรมแล้วถึง 23 ครั้ง โดยตราเป็น พ.ร.บ. 19 ฉบับ และ พ.ร.ก. 4 ฉบับ ซึ่งนิรโทษกรรมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นฉบับล่าสุด กระทั่งมาถึงการตรากฎหมายสร้างเสริมสังคสันติสุข หรือนิรโทษกรรม ที่ผ่านการพิจารณาของ สว.แล้ว และอยู่ระหว่าง สส.จะมีมติรับรองหรือไม่ในขณะนี้

"หลักการนิรโทษกรรมครั้งนี้อยู่ที่ล้างผิดให้กับคดีชุมนุมทางการเมืองช่วงปี 2548-2568 ส่วนคดี ม.112 คดีทุจริต และคดีฆาตกรรม ไม่ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรม สิ่งสำคัญยังแตกต่างจากการพยายามตรากฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยและเหมาเข่งช่วงปลายปี 2556 สมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ"

นายจตุพรระบุว่า ในช่วง 20 ปีตั้งแต่ 2548-2568 ที่เป็นคดีทางการเมืองจะได้รับการนิรโทษกรรมนั้น มีผู้ต้องคดีได้รับโทษแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาคดี โดยกลุ่มพันธมิตรฯ กปปส. และ นปช.รวมกันมีประมาณ 3,000 คน ส่วนคดีการชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ช่วงปี 2563-2564 ที่ไม่ใช่คดี ม.112 รวมกันแล้วประมาณ 3,000 คน ส่วนการฮั้ว สว.ไม่ได้รับการยกเว้นหรือได้ประโยชน์จากการนิรโทษฯ มีคนบางส่วนอธิบายว่า จะนิรโทษกรรมให้กับผู้หลบหนี หรือ พยายามล็อกเป้าว่าหมายถึงคดีชั้น 14 ซึ่งเป็นคดีทุจริต ซึ่งไม่มีการยกเว้น ส่วนผู้ชุมนุมทางการเมืองล่าสุดคือ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ชุมนุมถึงปี 2568 ต้องมีสิทธิ์ด้วย เพราะเป็นการชุมนุมทางการเมือง

 “การพยายามอธิบายนิรโทษกรรมว่าเป็นการไปช่วยการฮั้ว สว. ไปช่วยคุณอุ๊งอิ๊ง คุณเศรษฐา คุณทักษิณ ซึ่งเป็นความเท็จทั้งหมด เอาข้อกฎหมายไหนเข้ามา ซึ่งการอธิบายกฎหมายใดๆ ก็ตาม ต้องไม่เกินกฎหมายที่กำหนด”

  นายจตุพรกล่าวอีกว่า ในอดีต พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยังกล้าตรา พ.ร.ก.นิรโทษกรรมให้กับคนใช้กำลังมายึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.เปรมถึง 2 ครั้ง แต่มาวันนี้ก็แปลกใจกับการพยายามอธิบายการนิรโทษกรรมโดยจงใจเข้าใจผิดทางกฎหมาย  พยายามแปรเจตนาตั้งคำถามว่าทำไมไม่ให้ศาลอยู่ในคณะกรรมการ ซึ่งขั้นตอนนี้เลยการพิจารณาคดีของศาลแล้ว คณะกรรมการเป็นการจัดการของฝ่ายบริหารที่กระทำโดยชอบกฎหมาย

 "ถ้ามีการนิรโทษกรรมฮั้ว สว.จริงตามที่กล่าวหาแล้ว เมื่อเขียนล็อกแล้วไปทำ บ้านเมืองก็ลุกเป็นไฟ แต่ไม่ใช่ไปคิดกันก่อนไฟไหม้ ถ้าข้อเท็จจริงไม่เป็นอย่างนั้น แสดงว่ามีเจตนาพิเศษ กฎหมายนิรโทษกรรมถูกบันทึกรายละเอียดและข้อสงสัยไว้อย่างครบถ้วนแล้ว ดังนั้นหวังว่าการเสริมสร้างสังคมสันติสุขจะเป็นการเริ่มต้นสังคมที่ดี เพราะในช่วงท้ายๆ ของชีวิต คนเข้าใกล้เวลาพรากจะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติด้วยคุณค่า ส่วนอื่น (คดี ม.112) ที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ ยังมีทางออก แต่อย่าได้บิดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง และการตีความกฎหมายก็อย่าได้เกินความจริงใน 3 เรื่องคือ ดคี ม.112, คดีทุจริต และคดีฆ่าคนตาย ซึ่งกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ให้การยกเว้นโทษอยู่แล้ว” นายจตุพรกล่าว

'มาร์ค'นำ ปชป.ลุยอีสาน

นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังมีผลเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่ วันที่ 4 ก.ค.2569 ว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย ยืนยันว่าจะทุ่มเทชีวิตและจิตใจทั้งหมดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชน การได้ทำหน้าที่ สส.ถือเป็นโอกาสสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต เพราะเป็นตำแหน่งที่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจตลอดชีวิตที่อยากเป็นผู้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม จะปฏิบัติหน้าที่ทุกด้านด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาทั้งหมด โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ

"ผมปรารถนาให้ประเทศไทยมีความมั่นคงในทุกมิติ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก และสามารถรักษาวิถีชีวิตของคนไทยไว้ได้อย่างยั่งยืน โดยหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันนำบทเรียนจากประวัติศาสตร์มาใช้สร้างอนาคตที่มั่นคงและสดใสให้กับประเทศและคนรุ่นต่อไป" นายจักรภพกล่าว

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น หรือไคซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่พบปะเครือข่าย, อดีตผู้สมัคร และสมาชิกพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้บริหารพรรคและคณะกรรมการพรรคเข้าร่วมพบปะและร่วมประชุมกับสมาชิกพรรคในภาคอีสานอย่างพร้อมเพรียง

โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ปชป.ยังพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน แม้ปัจจุบันจะไม่มี สส.ในพื้นที่ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการจัดการภายในพรรค แต่ต้องการระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางรับมือความท้าทายของภาคอีสาน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและภาคการเกษตร ซึ่งจำเป็นต้องก้าวข้ามการแก้ปัญหาระยะสั้นเรื่องราคาสินค้า ไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างโอกาสใหม่จากเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานทางเลือก ซึ่งพรรคยังคงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันภาคอีสานเป็นประตูเชื่อมประเทศไทยกับจีนและกลุ่มประเทศ CLMV และเสียดายที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีนมีความคืบหน้าล่าช้า ทั้งที่ริเริ่มมาตั้งแต่กว่า 15 ปีก่อน พร้อมเห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานในภาคอีสานมากกว่ามุ่งเน้นเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้

"การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคมีข้อจำกัดด้านเวลา หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารพรรคได้เพียงเดือนเดียวก็มีการยุบสภา ส่งผลให้ผู้สมัครหน้าใหม่ไม่มีเวลาสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนเพียงพอ  แต่ย้ำว่าครั้งหน้าจะไม่มีข้อจำกัดดังกล่าวอีก พร้อมเชื่อว่าหากพรรคทำงานต่อเนื่องและมีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน ก็จะได้รับโอกาสจากชาวอีสาน โดยยังไม่ขอประเมินจำนวนที่นั่ง สส. เพราะต้องการให้น้ำหนักกับการทำงานมากกว่าการคาดการณ์ตัวเลข" นายอภิสิทธิ์กล่าว 

ร้อง ป.ป.ช.สอบ 5 สส.พ่วงปลัด มท.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย เงินได้พึงประเมินของ สส. 5 คน และปลัด มท. ว่ามีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยการปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินตามความใน พ.ร.ป. ป.ป.ช.พ.ศ.2561 มาตรา 114 หรือมาตราอื่นหรือไม่ จากการตรวจสอบข้อมูลบัญชีทรัพย์สินเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายร้อยคนที่เว็บไซต์ ป.ป.ช.เปิดเผยไว้นั้น ส่วนใหญ่ยื่นบัญชีไม่ละเอียด ไม่ชัดเจน และไม่ครบถ้วนตามกฎหมายตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งอาจต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป โดยวันนี้มี สส. 5 ราย และปลัด มท. ที่ควรขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามเลขรับที่ 704 วันที่ 18 มี.ค.69

ข้อ 2. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามเลขรับที่ 930 วันที่ 1 เม.ย. 69, ข้อ 3. ว่าที่ร้อยตรีสมชาติ เตชถาวรเจริญ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามเลขรับที่ 957 วันที่ 9 เม.ย. 69, ข้อ 4. น.ส.ชนก จันทาทอง ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามเลขรับที่ 873 วันที่ 20 มี.ค.69, ข้อ 5. นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามเลขรับที่ 760 วันที่ 23 มี.ค.69              

ข้อ 6. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวนายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อยู่บ่อยครั้ง ในข่าวต่างๆ มีรูปนายอรรษิษฐ์ใส่นาฬิกาต่างกัน ทำให้ต้องย้อนไปดูบัญชีทรัพย์สินของนายอรรษิษฐ์ที่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง/ประธานกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งแจ้งนาฬิกาไว้ 1 เรือน ไม่ระบุวัน/เดือน/ปี ที่ได้มา แสดงมูลค่า 100,000 บาท ดังนั้นจากการค้นใน Google พบรูปนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ที่ใส่นาฬิกา มีมากกว่า 1 เรือน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กแมตช์‘โปรตุเกส’ชน‘สเปน’ อาจต้องดวลกันถึงฎีกา

เข้าสู่วันที่สามของการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย เวิลด์ คัพ 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ค่ำคืนวันที่ 6 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย เกมบิ๊กแมตช์ “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน พบกับ “ฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส ฟาดแข้งกันที่ เอทีแอนด์ที สเตเดียม เวลา 02.00 น.

พม.วอนสังคม อย่า‘เผยแพร่’ รูปเด็ก11ขวบ

ผู้ช่วยรัฐมนตรี พม.เยี่ยมพระสงฆ์ที่อาพาธจากอุบัติเหตุ เตรียมถอดบทเรียนพร้อมวอนสังคมอย่าเผยแพร่ภาพเด็กผู้ก่อเหตุ “กมธ.ศาสนาฯ” รีบปัดไม่มีความคิดสอบวินัยพระธุดงค์

'หมอวรงค์' ปลื้มผลโพลความนิยมเพิ่ม ลั่นยังต้องทำงานหนัก ลุยบำนาญสส.-สว. ด่านรีดไถ่

หมอวรงค์ ลั่นจากพรรคการเมืองที่เป็นม้านอกสายตา มี สส. 1 เสียงในสภา ทำงานการเมืองภายใต้เจตจำนงค์ ยืนข้างความถูกต้อง ต้องขอบคุณเสียงสนับสนุน