"น้ำเงิน-ส้ม" ยังเดือด! "ศุภชัย" เดินหน้าแฉฮั้ว สว.ส้ม ซัด "นันทนา" พูดเท็จลงขันจ่ายค่าเช่าห้องจัดเลี้ยง ยันมีใบเสร็จ "ฟ้าเดียวกัน" ทั้งจองทั้งจ่ายให้หมดแล้วนำไปยื่นหักภาษี "สว.นันทนา" สวนอย่าแถเลยกอลลัม หลักฐานชัด "สว.แดง-สว.สมพาน" ขึ้นโรงพักเมืองอำนาจเจริญ แจ้งจับ "ยิ่งชีพ" หมิ่นฯ ด้อยค่าแม่ค้าขายหมู แนะลดอัตตา-เลิกจมไม่ลง "ผอ.ไอลอว์" ข้องใจใครเขียนข่าวให้ "2 สว." เหน็บค้าขาย 10 ปีเข้าสภา 2 ปีก็พัฒนาทักษะได้ดีทีเดียว
เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand โดยออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานในการตรวจสอบการเลือกตั้ง สว.ว่า โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) คณะก้าวหน้า มีการจัดทำแคมเปญ Senate 67 และเปิดตลาดนัด สว. รณรงค์ให้ประชาชนสมัคร สว. ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งโดยข้อเท็จจริง กติกาการเลือกตั้ง สว. มีความซับซ้อน ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ถึงระดับประเทศ จึงทำให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้สมัคร
“สิ่งที่ท่านกล่าวหากลุ่มที่ท่านเรียกว่า สว.สีน้ำเงินมีพฤติการณ์ต่างๆ ผมถามว่าทั้งสองกลุ่มก็ทำวิธีเดียวกัน แล้วความแตกต่างมันอยู่ตรงไหน คุณบอกการทำแบบสีน้ำเงินมันฮั้ว มันผิด แต่พอของคุณก็ทำเหมือนกันกลับบอกว่าฮั้วแต่ไม่โกง” นายศุภชัยกล่าว
ประธานด้าน กม.พรรค ภท.กล่าวว่า ตนมีข้อมูลและหลักฐานซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มที่อ้างว่าเป็น สว.ประชาชนหรือ สว.สีส้ม มีกระบวนการจัดตั้งกันแบบเปิดเผยหลายจังหวัด รวมถึง กทม. เช่น การนัดพบที่หอศิลป์จิม ทอมป์สัน เบื้องหลังมีการแอบตั้งกลุ่มไลน์ กำหนดเบอร์เป้าหมายเพื่อบล็อกโหวต และการแบ่งบทบาทให้ผู้สมัครบางคนเป็นเพียงโหวตเตอร์ เพื่อให้บุคคลเป้าหมายให้ได้รับเลือกเป็น สว.
“สิ่งที่ท่านทำกันตรงนั้นคิดว่าผมไม่มีข้อมูลหรือ คุณคิดว่ามีแต่คนรักพวกคุณกัน ไม่คิดว่าคนจะรักผมแล้วเอาข้อมูลมาให้ คุณไม่คิดว่าจะมีคลิปเสียง มีโพยที่คุณเขียนกันว่าจะต้องเลือกใครหรือ ผมมาตรวจดู และพบว่ามีคนบอกให้เลือก กทม. 40 คน คุณได้มากี่คนผมรู้หมด เพราะฉะนั้นอย่าประมาท อย่ากล่าวหาคนอื่น และบอกว่าตัวเองกลุ่มเดียวรักประชาธิปไตย คุณจัดตั้งให้เลือกเบอร์อะไรผมรู้หมด ในที่สุดท่านก็ได้เป็น สว. อย่าดัดจริต อย่าทำตัวเป็นคนดี ผมไม่ได้บอกว่าทำกันทุกกลุ่ม ที่จริงสีอื่นก็มี แต่ด้วยเหตุผลว่ากติกามันซับซ้อนเขาจึงต้องรวมกลุ่มกันมา และสิ่งที่ผมขีดเส้นใต้ก็คือบางคนก็เพียงแต่มาเป็นโหวตเตอร์ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม” ประธานด้าน กม.พรรค ภท.ระบุ
นายศุภชัยกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ออกมาระบุกลุ่มผู้สมัคร สว.กว่า 300 คน ที่มาร่วมประชุมที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นการรวมตัว ลงขันจ่ายค่าห้องจัดเลี้ยงและวิ่งออกไปซื้อน้ำดื่มกันเองว่า เป็นความเท็จ ซึ่งตนมีหลักฐานใบเสร็จชัดเจนว่า การเช่าห้องจัดเลี้ยงดังกล่าวมีตัวแทนจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เป็นผู้จองและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด จึงอยากให้ไปดูว่าสำนักพิมพ์ดังกล่าวนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายนี้ไปใช้ยื่นหักภาษีประจำปี 2567 หรือไม่ ซึ่งตนได้โพสต์ระบุเพียงนามสกุล และยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ได้เป็นการกล่าวหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ศุภชัย-สว.นันทนาซัดเดือด
“การรวมกลุ่มและพฤติการณ์ต่างๆ อาจเข้าข่ายอาจผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สว.หรือไม่ จึงขอให้ กกต.ใช้อำนาจตามกฎหมายสืบสวนไต่สวนเรื่องดังกล่าว ว่าสิ่งที่กลุ่มนี้ทำถูกหรือผิด" นายศุภชัยกล่าว
ขณะที่นางนันทนาได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพ "กอลลัม" ตัวละครจาก The Lord of the Rings พร้อมข้อความในภาพระบุว่า "หลักฐานชัดเจน อย่าแถเลยกอลลัม"
ต่อมานายศุภชัยโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ทันทีว่า นันทนา ขวัญใจของผม พุทธภาษิตว่าไว้ "นตฺถิ สจฺจสมํ ธมฺมํ" "ไม่มีธรรมใดเสมอด้วยความสัตย์" พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า "ผู้ที่ไม่ละการพูดเท็จ ย่อมทำบาปได้ทุกอย่าง" ที่คุณกล่าวว่าผู้มาชุมนุมกัน 300 คน ลงขันกันเอง จ่ายค่าห้องจัดเลี้ยง มีใบเสร็จหรือไม่ เพราะ "ใบเสร็จ" ที่ผมมีมันระบุว่าคุณ..หิรัญ…จากฟ้าเดียวกัน นะจ๊ะ
"ใครเท็จใครแท้ก็จะได้พิสูจน์กัน แต่เรื่องบาปใครพูดเท็จก็รับบาปเอาก็แล้วกัน เรื่องนี้ตัวใครตัวมัน จะให้ผมเป็น "กอลลัม" ก็โอเคนะ อย่างน้อยผมก็ได้หลอกล่อคุณมาอยู่ที่ปากปล่องภูเขาไฟได้แล้ว รอดูกันว่าใครจะตกลงไปในปล่องภูเขาไฟนั้น FC ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แบบพี่ติ๊ก ชิโร่ เลย" นายศุภชัยระบุ
ที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา นางแดง กองมา สว.กลุ่ม 10 (กลุ่มประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณากับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ และผู้เกี่ยวข้อง
นางแดงให้สัมภาษณ์ว่า นายยิ่งชีพโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Yingcheep Atchanont" เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2569 เป็นการกล่าวหา ใส่ความยืนยันข้อเท็จจริงซึ่งทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าการเขียนใบสมัครว่าเป็นแม่ค้าขายหมูหน้าเขียง เป็นการแสดงข้อมูลในใบสมัครหรือเอกสารหรือหลักฐานประกอบการสมัครอันเป็นเท็จ ขาดคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกวุฒิสภากลุ่ม 10 โดยเป็นการสมัครผิดกลุ่ม ซึ่งสื่อความหมายไปในลักษณะใส่ความว่าตนขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทั้งที่ กกต.มีการวินิจฉัยแล้วว่าตนมิใช่ผู้ขาดคุณสมบัติตามที่นายยิ่งชีพกล่าวหาแต่อย่างใด
นางแดงระบุว่า นายยิ่งชีพยังบิดเบือนข้อกฎหมาย โดยการโพสต์ข้อความว่า "กลุ่ม 10 คือ กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ที่ใหญ่กว่า SMEs ตามนิยามของกฎหมาย แปลว่าต้องมีลูกจ้างมากกว่า 200 คน..." เพื่อมาจับผิดตน ซึ่งเป็นการกำหนดเงื่อนไขกฎหมายขึ้นมาเอง การกระทำของนายยิ่งชีพซึ่งเป็นนักกฎหมาย ต้องยึดหลักการที่ว่า "ไม่มีกฎหมายบัญญัติ ย่อมไม่เป็นความผิด" นอกจากนี้ ยังมีการชี้เป้า ปลุกระดม และคุกคามสิทธิส่วนบุคคล โดยโพสต์ข้อความว่า "ฝากถ่ายรูปไว้ให้ดูกันบ้างนะครับ" ดิฉันเหมือนถูกด้อยค่าในอาชีพแม่ค้าขายหมูซึ่งเป็นอาชีพสุจริต ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้คนหลากหลายอาชีพ
"นายยิ่งชีพคงคิดว่าตัวเองทำถูก เพราะจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นแสดงความรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่รู้ว่า กกต.วินิจฉัยคุณสมบัติของดิฉันและเผยแพร่เอกสารทางเว็บไซต์แล้ว แม่ค้าขายหมูคนนี้จึงอยากขอให้นายยิ่งชีพลดอัตตาลงบ้าง จะได้เลิกเป็นคนจมไม่ลง” นางแดงกล่าว
2 สว.แจ้งจับ 'ยิ่งชีพ' หมิ่นฯ
เช่นเดียวกับ นายสมพาน พละศักดิ์ สว.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ แจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณากับนายยิ่งชีพและผู้เกี่ยวข้อง จากกรณีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งค่าแบบสาธารณะ ชี้นำสังคมให้เกิดความเข้าใจผิดว่านายสมพานเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกวุฒิสภา และบิดเบือนข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 10
"นายยิ่งชีพซึ่งเป็นนักกฎหมาย น่าจะตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้ มิเช่นนั้นสังคมจะมองว่านายยิ่งชีพใช้หลักไอลอว์หรือหลักกฎหมายของฉันมาตีความแทนหลักการทางกฎหมายปกติที่ กกต.และคนทั่วไปใช้กัน" นายสมพานกล่าว
ด้านนายยิ่งชีพ โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่า เห็นข่าวนายสมพานไปแจ้งความที่อำนาจเจริญ เรื่องยิ่งชีพควรจะลดอัตตา ... อะไรต่างๆ ไล่เรียงมาเหมือนกัน ประเด็นมีเท่ากัน ภาพข่าวก็จากมุมเดียวกัน สองท่านนั่งอยู่หน้าโต๊ะตำรวจมุมคล้ายๆ กัน โดยแต่ละสำนักก็ไม่ได้อ้างอิงว่าเอามาจากสำนักอื่น หรือเอามาจากไหน และไม่มีคลิป สว. ทั้งสองท่านออกมาให้สัมภาษณ์เองหรือมาตอบคำถามนักข่าวในลักษณะที่พูดเอง
นายยิ่งชีพกล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานของตน ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการทำงานที่เรียกว่า "ข่าวแจก" คือ ในความเป็นจริง สว.อาจจะไม่ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแล้วให้ทุกสำนักเอากล้องมาถ่ายทำ ไม่จำเป็นต้องมีนักข่าวไปลงสนามที่ สน. แต่มีการไปที่ สน. โดยมีคนทำหน้าที่ถ่ายภาพ และมีคนเขียนเนื้อหาให้ออกมาเป็นรูปแบบข่าว แล้วส่งข้อความเหล่านั้นพร้อมกับภาพจำนวนหนึ่งไปให้กับนักข่าวหลายๆ สำนักเอาไปเผยแพร่ตามที่มีคนเขียนมาแล้ว โดยข่าวเมื่อวันอังคารตอนที่ทั้งสองท่านประกาศจะดำเนินคดีกับผมก็มีลักษณะทำนองนี้เช่นกัน
"หากท่าน สว.จะเขียนข่าวตัวเองว่าตัวเองพูดอะไรบ้าง ตัวฉันกล่าวว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วส่งให้นักข่าวเอง ผมก็ขอชื่นชมว่า ท่านค้าขายอยู่นานกว่าสิบปี จนเมื่อได้มาทำงานในสภาสองปีก็พัฒนาทักษะการทำงานสื่อสาร เขียนข่าว และติดต่อกับสื่อมวลชนได้ดีทีเดียว โดยท่านก็มีสิทธิทำอย่างนั้นได้ ไม่เป็นความผิดใด ผมแค่ตั้งข้อสังเกตเรื่องที่มาของข่าวเฉยๆ หลายคนที่เพิ่งทำงานเกี่ยวกับการเมืองมา 2 ปี ก็ยังทำแบบนี้ไม่เป็น ก็ชมจริงๆ นะครับ หรือท่านอาจจะให้ผู้ช่วยของท่านที่มีทักษะด้านนี้ช่วยทำให้ก็ได้ ก็ถือว่ามีผู้ช่วยดี ผู้ช่วยเก่ง ก็ดีไป" นายยิ่งชีพกล่าว
ผอ.ไอลอว์ระบุว่า ตอนนี้คนที่กุมข้อเท็จจริงอยู่ในมือว่าใครเป็นคนเขียนและใครเป็นคนส่งข่าวให้นักข่าว ไม่ใช่ตนหรอก แต่จริงๆ แล้วคือนักข่าวทุกสำนักนั่นแหละ ใครกันนะเป็นคนทำหน้าที่นี้ ท่าน สว.ทำเองส่งเอง ผู้ช่วยท่าน สว.ส่งให้ หรือใครน้า ข้อเท็จจริงที่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขาตอนนี้ไม่ได้อยู่ในมือผมเท่านั้นครับ แต่อยู่ในมือของสื่อมวลชนทุกสำนักครับ
วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 41 ในการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน กรณีมีการพูดกันว่า มีกลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 300 คน ที่มาพบกันที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี มีพฤติการณ์หรือการกระทำที่มีการวางแผนจัดคนฝ่ายของตนมาดำเนินการในการเลือก สว. อันมิชอบด้วยกฎหมาย หรือทำให้การเลือกดังกล่าวอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ อย่างไร
"เพื่อมิให้เป็นการเลือกปฏิบัติ กกต.ในฐานะที่เป็นผู้ใช้อำนาจ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ปี 2560 จะต้องทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม จำต้องดำเนินการสืบสวนและไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติตามกฎหมายโดยพลัน โดยตนได้ทำคำร้องพร้อมพยานหลักฐานเบื้องต้นมามอบให้ กกต.ได้ตั้งเรื่องเพื่อนำไปสู่การสืบสวนและไต่สวนตามครรลองของกฎหมายต่อไป" นายศรีสุวรรณระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินลั่นไม่ปรับคณะรัฐมนตรี
“อนุทิน” บอกให้โอกาส รมต.จัดทัพ ขรก. ยันหนักแน่นไม่มีปรับ
เคาะ6มาตรการ ดูแลปัญหาไฟใต้ จัดหนักผู้ก่อเหตุ
“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะประชุม สมช. เคาะ 6 มาตรการเข้ม ทั้งเรื่องดูแลความปลอดภัย-บังคับใช้
กต.ยัน‘จอร์เจีย’ แจ้งข่าวฮลุนช้า ‘ย่า’กำลังใจดี!
จบดรามาจอร์เจีย "สีหศักดิ์" แจงสถานทูตไทยไม่ได้ช่วย "ฮลุน" ล่าช้า หลังทราบเรื่อง 28, 29 ก.ค. ไปทันที
ฝัน12ปีไทยประเทศรํ่ารวย
ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด ลุ้นไตรมาส 3 ทยอยฟื้นตัว “เอกนิติ” ถกเอกชนตั้ง 5 คณะทำงานปั้นยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่
ห้ามเยาวชนโอนเกินหมื่น หวังสกัด‘บัญชีม้า-นอมินี’
แบงก์ชาติยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า ปรับลดวงเงินโอน-ชำระเงินเยาวชนครั้งใหญ่
ดร.ณัฏฐ์ ชี้บัตรเลือก สว. รอบสุดท้าย ไม่มีผลต่อคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีฮั้ว สว.
ดร.ณัฏฐ์ ให้ความเห็นปม สว.นันทนา ยกสุภาษิตไทย “กินปูนร้อนท้อง” ตอบโต้ทางการเมืองกับนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ยกปมฮั้ว สว.สีส้มปั้น สว.ประชาชน เป็นเพียงการตอบโต้ทางการเมืองกันไปมาเท่านั้น

