เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ รีพับลิกันพ่ายหมดรูป เดโมแครตกวาดที่นั่งทั้งในสภาสูงและสภาล่าง เข้าสู่ยุคความยากลำบากของรัฐบาลสหรัฐ "ทรัมป์" ขู่จะใช้อำนาจวีโตแหลก! จับตาผลกระทบสงครามตะวันออกลาง ขณะที่หัวหน้าผู้เจรจาของอิหร่านชี้ชาวอเมริกันไม่เอาสงครามแล้ว สมช.เชิญคณาจารย์-ส่วนราชการ ประชุมวาง 4 ฉากทัศน์รับมือวิกฤต ย้ำไม่ถึงขั้นต้องตุนอาหาร
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า พรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ และส่งผลให้มีที่นั่งในฐานะเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการเข้าควบคุมสภาคองเกรสอย่างเบ็ดเสร็จ และจะสร้างความยากลำบากให้กับรัฐบาลพรรครีพับลิกันภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเดโมแครต จะทำให้ฝ่ายค้านมีอำนาจในการขัดขวางกฎหมาย, เปิดการสอบสวนอย่างกว้างขวางต่อรัฐบาล และขัดขวางการแต่งตั้งผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล
ผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างมากต่อค่าครองชีพ, ภาษี และสงครามของทรัมป์กับอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและเพิ่มความไม่พอใจต่อผู้นำประเทศที่ไม่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว
หลังทราบผลทรัมป์แสดงท่าทีประนีประนอม แม้เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยบอกกับสื่อว่าเขายินดีอย่างยิ่งที่จะยอมรับผลการเลือกตั้ง
"ผมคิดว่าพรรคเดโมแครตทำได้ดี ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ พวกเขาต่อสู้กันอย่างหนัก" ชายวัย 80 ปีกล่าว ซึ่งเป็นการชมเชยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก
แต่เขาพยายามที่จะแยกตัวเองออกจากผลงานที่ย่ำแย่ของพรรครีพับลิกัน โดยกล่าวเสริมว่า "ผมไม่ได้มองว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตคือการโจมตีสิ่งที่ผมทำมา"
เขายอมรับว่าความขัดแย้งกับอิหร่านมีส่วนทำให้พ่ายแพ้ ในขณะเดียวกันก็ปกป้องการรณรงค์ทางทหาร และเขาเสนอแนะว่าพรรคคู่แข่งสามารถหาจุดร่วมกันได้ในประเด็นการอพยพ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างความแตกแยกมากที่สุดในวาระประธานาธิบดีของเขา
สว.มุสลิมคนแรก
พรรคเดโมแครตพลิกชนะในพื้นที่ที่พรรครีพับลิกันครอบครองมานาน โดยประสบความสำเร็จทั้งในรัฐเซาท์แคโรไลนา, นอร์ทแคโรไลนา, ไอโอวา, แคนซัส, โอไฮโอ, เท็กซัส และเมน
ในรัฐเมน ทรอย แจ็กสัน อดีตคนตัดไม้ สามารถเอาชนะซูซาน คอลลินส์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันซึ่งดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน ทำให้พรรคเดโมแครตชิงสัดส่วนวุฒิสภาเพิ่มอีก 1 ที่นั่งได้จากพรรครีพับลิกัน
ในรัฐแคนซัส อดัม แฮมิลตัน นักบวชเมธอดิสต์ กลายเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่วุฒิสภาจากรัฐที่สนับสนุนอนุรักษนิยมมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 1932 ขณะที่รัฐไอโอวาเองก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เลือกวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตมาตั้งแต่ปี 2008
เจมส์ ทาลาริโก จากพรรคเดโมแครตในรัฐเท็กซัส ประกาศว่า เขาล้มยักษ์ได้ และคว้าที่นั่งในวุฒิสภา ขณะที่จีนา ฮิโนโฮซา โค่นเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกัน ถือเป็นการยุติการปกครองของพรรครีพับลิกันที่ยาวนานหลายทศวรรษ
นอกจากนี้ พรรคเดโมแครตยังรักษาที่นั่งสำคัญในวุฒิสภาของตนเองไว้ได้ด้วย รวมถึงที่นั่งในรัฐจอร์เจียและนิวแฮมป์เชียร์
ความยิ่งใหญ่ของชัยชนะเพิ่มขึ้นอีกเมื่ออับดุล เอล-ซาเยด เอาชนะไมค์ โรเจอร์ส อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครีพับลิกันในรัฐมิชิแกน ทำให้เขาเป็นชาวมุสลิมคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาสูงของรัฐสภา
เอล-ซาเยดได้รับชัยชนะแม้มีเหตุการณ์พลิกผันในนาทีสุดท้ายของการหาเสียง เมื่อเฮลีย์ สตีเวนส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตให้กับเอล-ซาเยด ออกมาสนับสนุนโรเจอร์สในนาทีสุดท้าย
ผู้ว่าการรัฐหญิงผิวดำคนแรก
ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ส่งผลให้ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นในรัฐเพนซิลเวเนีย, เคนทักกี, แอริโซนา นอร์ทแคโรไลนา, วิสคอนซิน และนิวเจอร์ซีย์ รวมถึงเขตเลือกตั้งที่ทรัมป์เคยชนะอย่างสบายๆ ในปี 2024
ในการเลือกตั้งสำคัญที่หลายคนจับตามอง เจ.ดี. ฟอร์ด จากพรรคเดโมแครต โค่นวิกตอเรีย สปาร์ตซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันในรัฐอินดีแอนา คว้าชัยชนะในเขตเลือกตั้งที่ทรัมป์เคยชนะด้วยคะแนนเสียงถึง 17 คะแนนเมื่อ 2 ปีก่อน
พรรคเดโมแครตยังชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย โดยเคียชา แลนซ์ บอตทอมส์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา ทำให้เธอกลายเป็นผู้ว่าการรัฐหญิงผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐ
พรรครีพับลิกันได้ชัยชนะปลอบใจบ้างในรัฐฟลอริดา ที่ไบรอน โดนัลด์ส ผู้ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ กลายเป็นผู้ว่าการรัฐผิวดำคนแรกของรัฐ และแอชลีย์ มูดี รักษาที่นั่งในวุฒิสภาไว้ได้ แต่ก็หนักหนาสาหัสในการเอาชนะคู่แข่งจากพรรคเดโมแครตที่แข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ
การที่พรรคเดโมแครตควบคุมสภาคองเกรสได้จะทำให้พรรคสามารถดำเนินการสอบสวนสงครามอิหร่าน, การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง และข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ในขณะเดียวกันก็สามารถขัดขวางวาระการทำงานและการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญของทรัมป์ได้
'ทรัมป์' ขู่ใช้อำนาจวีโต
โรเบิร์ต การ์เซีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเดโมแครต ซึ่งคาดว่าจะได้เป็นผู้นำคณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ได้เตือนพรรครีพับลิกันผ่านโซเชียลมีเดียว่า "เตรียมหาทนายความไว้ได้เลย"
ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร อาจกลายเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรผิวดำคนแรก เมื่อสภาคองเกรสชุดใหม่เปิดประชุมในเดือนมกราคม
แม้มีการกล่าวถ้อยคำประนีประนอม แต่ทรัมป์ก็ยังยืนยันในโซเชียลมีเดียว่า พรรครีพับลิกันจะชนะอย่างถล่มทลายแน่นอนหากเขาลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยตัวเอง โดยตลอดการหาเสียงเขาจะเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนแสร้งทำเป็นว่าตัวเขาอยู่ในรายชื่อผู้สมัครด้วย
เขายังย้ำคำขู่ที่จะใช้สิทธิยับยั้งกฎหมายที่พรรคเดโมแครตอนุมัติ โดยโพสต์ภาพหมวกเบสบอลสีแดงที่มีข้อความว่า "วีโต" บนโซเชียลมีเดีย
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าผู้เจรจาของอิหร่านในการเจรจากับสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันพุธว่า ชาวอเมริกันลงคะแนนเสียง “ไม่เอาสงคราม” หลังจากพรรคเดโมแครตเอาชนะพรรครีพับลิกันอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งกลางเทอม
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางศีลธรรมหรือค่าครองชีพ ชาวอเมริกันต่างกล่าวว่า ‘ไม่เอาสงคราม’ และเราสนับสนุนข้อความนี้” กาลีบาฟโพสต์บน X
สมช.เชิญนักวิชาการถก
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงภายหลังการประชุมส่วนราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลางว่า สมช.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเรียนเชิญคณาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยมาร่วมกันระดมความคิดเกี่ยวกับแนวทางเตรียมพร้อมในการรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งวันนี้อาจารย์หลายท่านให้ใช้คำว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วงของวิกฤตซ้อนวิกฤต แต่ประเทศไทยยังอยู่วงรอบนอกของวิกฤตดังกล่าว เพราะฉะนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นย่อมแตกต่างจากประเทศทางยุโรปหรือตะวันออกกลาง แต่เพื่อความไม่ประมาท เราได้เตรียมความพร้อมแผนและแนวทางปฏิบัติ
พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวว่า สมช.จะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ ศบก.สมช.ขึ้น เพื่อร่วมงานกับภาควิชาการ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ และหน่วยงานต่างๆ เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และปรับปรุงแนวทางหรือแผนในการดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับการแจ้งเตือนประชาชน เราได้เชิญหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมประชาสัมพันธ์ มาเตรียมการหากมีอะไรที่จำเป็นต้องแจ้งเตือนประชาชนเราจะทำให้เร็วที่สุด ให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
ไทยมีความพร้อม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาค่อนข้างชัดว่าโดนัลด์ ทรัมป์ อาจแพ้ จะมีผลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางให้เบาลงหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวว่า ผลที่จะเกิดขึ้นเรามองไว้ทั้ง 2 อย่าง ว่าสถานการณ์อาจจะดีขึ้น หรือสถานการณ์อาจจะเลวร้ายลง ในฉากทัศน์ที่เราตั้งไว้รองรับทั้ง 2 สถานการณ์
เมื่อถามว่า จะบอกกับประชาชนอย่างไรที่อาจมีการซื้อของกักตุนเตรียมรับมือหากเกิดสถานการณ์วิกฤต เลขาธิการ สมช.ตอบว่า ถึงแม้สถานการณ์ในโลกเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต มีสงครามที่เกิดในพื้นที่ต่างๆ หลายพื้นที่ และมีเหตุการณ์ใหญ่อยู่ 2 พื้นที่นั้น เรื่องดังกล่าวยังอยู่ห่างจากประเทศไทยเรา เราอยู่ในวงรอบที่ 3 ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวในปัจจุบันเป็นเรื่องในการเตรียมตัวของส่วนราชการกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อสักครู่ได้มีการเตรียมแผน เตรียมความพร้อมแล้ว เช่น ด้านพลังงาน อาหาร ยกตัวอย่างเรื่องอาหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่าข้าวเหลือเกินกว่าจำนวนที่เราบริโภคอยู่แล้ว ไข่ไก่ สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มีบางอย่างเท่านั้นที่อาจอยู่ขั้นไม่บาลานซ์ เช่น ผลิตภัณฑ์นม น้ำมันใช้ในการปรุงรส ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะไปเตรียมแผนและปรับปรุงแก้ไข
"หากเกิดสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น จะทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคไม่ขาดแคลนในประเทศ หากประชาชนจะสำรองอย่าเรียกว่ากักตุน หากท่านจะสำรองอาหารให้ครอบครัวก็กระทำได้บ้าง แต่ถามว่าจำเป็นหรือไม่ ณ ขณะนี้คงยังไม่ได้จำเป็นถึงขนาดนั้น เรายังมีรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะสำรองอาหารและเตรียมแผนต่างๆ เอาไว้รองรับ" เลขาธิการ สมช.กล่าว
ด้านนายพิชญเดช โอสถานนท์ โฆษก สมช. แถลงว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานด้านการเตรียมความพร้อมของภาครัฐตามกรอบ แผนและกลไกที่มีอยู่ ไม่ได้เป็นการประกาศเตือนภัยหรือการส่งสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังจะเผชิญสถานการณ์วิกฤตแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางและกลไกที่สามารถนำมาใช้บริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมหากมีความจำเป็น โดย สมช.จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ประกอบการพัฒนาแผนและแนวทางปฏิบัติให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย สำหรับประชาชน ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้ หากมีข้อมูลหรือคำแนะนำที่จำเป็น หน่วยงานที่รับผิดชอบจะสื่อสารให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ท้ายที่สุดขอให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประเทศในทุกมิติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลุยโรดโชว์ญี่ปุ่นลงทุนไทย
"เอกนิติ" ย้ำชัดไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ต่อจีดีพี เดินหน้าคุมวินัยการคลัง พร้อมปรับโครงสร้างภาษี
ขีดเส้น10พ.ย.ส่งงบมูลนิธิ ยึดทรัพย์‘บุ๋ม-สามี’60ล้าน
"มท.2" จ่อล้างบาง "มูลนิธิ-สมาคม" ลวงโลก เล็งปัดฝุ่นกฎหมายอุดช่องโหว่ทั้งระบบ สั่งศึกษาเปิดข้อมูลการบริจาคให้โปร่งใสตรวจสอบได้
ปธ.ใช้อำนาจมิชอบ จ่อยื่นฟันคุกคามฝ่ายค้าน อนุทินปลุกการเมืองนํ้าดี
“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง
สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.
"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ
ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว
“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน” อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ
ขวาง‘ศาลฎีกา’รื้อฮั้วสว. กกต.ส่งศาลรธน.ตีความ
กกต.ยื่นศาล รธน.ชี้ขาดศาลฎีกามีสิทธิรื้อคำวินิจฉัยปมคุณสมบัติ สว.หรือไม่

