ลุยโรดโชว์ญี่ปุ่นลงทุนไทย

"เอกนิติ" ย้ำชัดไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ต่อจีดีพี เดินหน้าคุมวินัยการคลัง พร้อมปรับโครงสร้างภาษี แจงแผนกู้ 2 แสนล้านบาทเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ดันจีดีพีโตเกิน 3% พลัส ปั๊มลงทุนเพิ่มแตะ 30% จ่อบินโรดโชว์ญี่ปุ่น แจงมาตรการภาษี 6 ค่ายรถที่ลงทุนไทย เพิ่มเชื่อมั่น-ลงทุนระยะยาว "ม็อบรถบรรทุก" บุกกระทรวงพลังงาน จี้ตรึงดีเซล 35 บาท     

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน The Standard  Economic Forum 2026 : Reinvent Thailand ในหัวข้อ ‘เส้นทางไทยสู่ประเทศรายได้สูง’ ว่า แผนการคลังระยะปานกลางนั้น ยืนยันว่าจะไม่มีการขยายเพดานหนี้สาธารณะจากปัจจุบันอยู่ที่ 70%  ต่อจีดีพีอย่างแน่นอน แต่รัฐบาลจะพยายามดึงตัวเลขหนี้สาธารณะจากปัจจุบันอยู่ที่ราว 67-68%   ต่อจีดีพีให้ลดลงมา โดยหนี้สาธารณะระดับดังกล่าวถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เข้มแข็งเมื่อเทียบกับอัตราส่วนหนี้สาธารณะมาตรฐานโลกที่ 90-100%  ต่อจีดีพี

ส่วนเรื่องการจัดเก็บรายได้ รัฐบาลพยายามสร้างความเป็นธรรมจากคนในและต่างประเทศ  โดยมีแนวทางปรับโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยมี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ภาษีสรรพสามิตรถยนต์นำเข้า ปรับโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ผลิตที่เข้ามาลงทุน ตั้งโรงงาน และสร้างการจ้างงานในประเทศไทย 2.ภาษีขั้นต่ำทั่วโลก เตรียมจัดเก็บภาษีในอัตรา 15% ให้สอดคล้องกับมาตรฐานภาษีระหว่างประเทศ และ 3.ภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ชะลอแนวคิดการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เพื่อไม่เพิ่มภาระประชาชนและไม่กระทบภาคการท่องเที่ยวในช่วงที่ต้องเร่งฟื้นตัว

สำหรับพระราชกำหนดกู้เงิน 2 แสนล้านบาท  เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานนั้น รัฐบาลวางแนวทางสำหรับเปลี่ยนผ่านประเทศใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.พลังงานไฟฟ้า สนับสนุนโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน  วงเงิน 50,000 ล้านบาท เปิดทางให้ประชาชนขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบ พร้อมลงทุนพัฒนาโครงข่ายสายส่งอัจฉริยะ อีกกว่า 20,000 ล้านบาท  เพื่อรองรับการใช้พลังงานสะอาด 2.การขนส่ง ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ด้วยการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งเอทานอล (E20) และไบโอดีเซล (B20) และ 3.การพัฒนาทักษะแรงงาน ยกระดับทักษะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยกว่า 100,000 บาทต่อปี ซึ่งมีจำนวนราว 6 ล้านคน ผ่านการฝึกอบรมร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงแรงงาน

 “หน้าที่ผมในฐานะคนดูแลเศรษฐกิจ คือจะเปลี่ยนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจากรูป K-Shape เป็น V-Shape ให้ได้ ต้องดึงกลุ่มขาล่างขึ้นมา เปิดประตูให้คนไทยและบริษัทไทยเข้าสู่ High Speed Train ให้เร็วที่สุดและมากที่สุด เราต้องมีความฝันว่าประเทศไทยต้องเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ตั้งเป้าจีดีพีโต 3% พลัส เพิ่มสัดส่วนการลงทุนจาก 22% เป็น 30% ของจีดีพี และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ Top 20 ของโลกให้ได้” นายเอกนิติระบุ

วันเดียวกัน นายเอกนิติเปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สำเร็จรูปนำเข้าจากต่างประเทศที่อัตรา 35% รัฐบาลเตรียมนำรายละเอียดของมาตรการภาษีนี้ไปชี้แจงแก่ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ในต่างประเทศที่มีการลงทุนสร้างฐานการผลิตในไทย โดยกิจกรรมโรดโชว์ ณ ประเทศญี่ปุ่น จะมีการชี้แจงมาตรการนี้ให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นได้รับทราบด้วย ซึ่งมาตรการนี้เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ ที่ได้เข้ามาลงทุนสร้างฐานการผลิตมาจ้างงานคนไทย

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 18-20 พ.ย. นายเอกนิติจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย (ทีมไทยแลนด์) เดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รมว.อุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมศุลกากร และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  และประธานสมาคมธนาคารไทย รวมถึงคณะผู้ประกอบการไทยกว่า 40 คน

 โดยมีกำหนดการเข้าพบภาคเอกชนของญี่ปุ่นในหลายอุตสาหกรรม รวมทั้งเข้าพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น 6 ราย ที่มีฐานการผลิตหลักในไทย ได้แก่ โตโยต้า, ฮอนด้า, อีซูซุ, มิตซูบิชิ, มาสด้า และนิสสัน เพื่อนำเสนอแผนการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของรัฐบาลไทย ความร่วมมือในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนยานยนต์ ตลอดจนร่วมรับฟังแผนการลงทุน ข้อเสนอแนะ และแนวทางการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระชับความร่วมมือการลงทุนในระยะยาว

ที่กระทรวงพลังงาน สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย 13 สมาคมขนส่งทั่วประเทศ นำมวลชนจัดกิจกรรม “TRUCK POWER V” นำโดยนายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์ฯ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เรียกร้องให้เร่งแก้วิกฤตราคาน้ำมันแพง 10 ข้อ อาทิ ขอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซล (B7) ไว้ที่ 35 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 1 ปี รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ เพื่อกำจัดค่าใช้จ่ายแอบแฝง ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันทุกชนิดให้เหลือ 5 สตางค์ต่อลิตร ตรวจสอบกรณีน้ำมันสูญหายกว่า 700 ล้านลิตร เป็นต้น

โดย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการ รมว.พลังงาน และนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับหนังสือ พร้อมระบุว่าจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเสนอต่อนายเอกนัฏ เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด และคาดว่าจะเชิญตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการเข้าพบ รมว.พลังงาน ได้ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ทั้งนี้ นายทองอยู่ระบุว่า มาตรการลดราคาน้ำมัน B20 ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการรถบรรทุกส่วนใหญ่ที่ใช้น้ำมัน B7 จึงต้องการให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันที่ใช้งานจริง หากครบกำหนด 60 วันแล้วยังไม่มีความคืบหน้าที่น่าพอใจ สหพันธ์ฯ จะยกระดับการเคลื่อนไหวหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีสำคัญ ระดมรถบรรทุก 500-1,000 คันเข้ากรุงเทพฯ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามพาทรัมป์แพ้ยับ

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ รีพับลิกันพ่ายหมดรูป เดโมแครตกวาดที่นั่งทั้งในสภาสูงและสภาล่าง เข้าสู่ยุคความยากลำบากของรัฐบาลสหรัฐ "ทรัมป์" ขู่จะใช้อำนาจวีโตแหลก!

ปธ.ใช้อำนาจมิชอบ จ่อยื่นฟันคุกคามฝ่ายค้าน อนุทินปลุกการเมืองนํ้าดี

“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent  การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง

สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.

"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ

ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว

“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน”  อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ