ขีดเส้น10พ.ย.ส่งงบมูลนิธิ ยึดทรัพย์‘บุ๋ม-สามี’60ล้าน

"มท.2" จ่อล้างบาง "มูลนิธิ-สมาคม" ลวงโลก เล็งปัดฝุ่นกฎหมายอุดช่องโหว่ทั้งระบบ สั่งศึกษาเปิดข้อมูลการบริจาคให้โปร่งใสตรวจสอบได้ ฮึ่ม! เส้นตาย “มูลนิธิองค์กรทำดี” ส่งบัญชีรายรับ-รายจ่าย-งบดุล ก่อน 10 พ.ย. ชี้ไม่พบข้อมูล กัน จอมพลัง ซื้อที่ดินให้ “บุ๋ม ปนัดดา” ขณะที่ "มท.3” เผย ปภ. MOU กับ 100 มูลนิธิ ด้าน "ผบช.ก." เผย 1-2 วันรู้ผลออกหมายเรียก-หมายจับ ด้าน "ตร.ปอศ." อายัดทรัพย์สิน “บุ๋ม ปนัดดา” และคนใกล้ชิด "ทร." นั่งไม่ติดเปิดโต๊ะแถลง ปัด “บิ๊กทหารเรือ” โยงเส้นเงิน

เมื่อวันพุธ ที่กระทรวงมหาดไทย นายพลพีร์  สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมจัดระเบียบมูลนิธิว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบอย่างเต็มที่ เบื้องต้นจะมีการบูรณาการในกระทรวง โดยจะมีการแก้ไขกฎกระทรวงและกฎหมายบางฉบับที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูล โดยกรมการปกครองนั้นมีระบบออนไลน์ที่จะให้มูลนิธิและสมาคมต่างๆ ได้แจ้งตามระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นวาระการประชุม เงินที่ได้รับบริจาค และรายจ่ายของมูลนิธิ รวมถึงงบดุล โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้มีการปรับปรุงระบบว่าจะสามารถสืบค้นได้ถึงบุคคลที่บริจาคหรือไม่ เพื่อให้คนที่บริจาคจะสามารถตรวจสอบได้ว่าเงินที่บริจาคให้ ถูกนำไปใช้เพื่อการกุศลหรือสาธารณะอย่างไรบ้าง รวมทั้งได้หารือถึงการกระจายอำนาจหน้าที่ให้กับนายทะเบียนแต่ละท้องที่ในการตรวจสอบมูลนิธิ และบทลงโทษของกฎหมายฉบับเก่าที่มีการร่างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2535  ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 “จะต้องไปออกแบบระบบเพื่อไม่ให้กระทบกับสิทธิส่วนบุคคล หรือขัดกับกฎหมาย PDPA เรื่องนี้ต้องการที่จะให้เกิดความโปร่งใส ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้มากที่สุด และไม่ใช่เพียงแค่มูลนิธิหรือสมาคมเดียว แต่จะต้องทำเหมือนกันในทุกแห่ง” นายพลพีร์ระบุ

เมื่อถามถึงบทลงโทษที่ไม่ได้มีการแจ้งบัญชีหรือกระทำความผิด นายพลพีร์กล่าวว่า หากมีการกระทำที่ผิด ขัดต่อข้อบังคับอาจถึงขั้นเพิกถอนมูลนิธิ แต่ขั้นตอนการเพิกถอนนั้นไม่สามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที ต้องมีการส่งไปที่ศาล เพื่อให้ศาลมีคำตัดสินลงมา ซึ่งทรัพย์สินของมูลนิธิ กรณีที่ทำผิดกฎหมายทรัพย์สินก็จะตกเป็นของแผ่นดิน หรืออีกกรณีที่มีการปิดมูลนิธิ ก็จะมีการระบุว่าจะมอบทรัพย์สินให้กับที่ใด

เมื่อถามว่า ผู้มีชื่อเสียงในสังคมเปิดใช้บัญชีส่วนตัวในการเปิดรับบริจาค รมช.มหาดไทยกล่าวว่า มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ เรียกร้องให้ผู้ที่ยังกระทำแบบนี้อยู่ออกมาแสดงถึงความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่ามีเงินเข้าเท่าไหร่  รวมทั้งยังมีประเด็นเรื่องของการแยกแยะระหว่างเงินส่วนตัวกับเงินรับบริจาค จึงขอให้เข้ามาพูดคุยกับกระทรวงมหาดไทย ยอมรับว่าไม่สามารถไปห้ามคนเหล่านี้ไม่ให้ใช้บัญชีส่วนตัว เบื้องต้นหากประชาชนมีข้อสงสัย กระทรวงมหาดไทยอาสาเป็นคนกลางในการประสานหน่วยงานอื่นเพื่อเข้าตรวจสอบได้

ส่วนกรณีมูลนิธิองค์กรทำดีได้ส่งบัญชีรายรับ-รายจ่ายถูกต้องหรือไม่นั้น นายพลพีร์กล่าวว่า   ตั้งแต่มีการจัดตั้งเป็นมูลนิธิเมื่อปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการส่งข้อมูลใดๆ มาถึงกระทรวงมหาดไทยหรือกรมการปกครองเลย ไม่ว่าจะเป็นวาระการประชุม เนื้อหาการประชุม บัญชีรายรับ-รายจ่าย รวมถึงงบดุลต่อปี แต่ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งหนังสือไปยังมูลนิธิแล้ว แต่มูลนิธิยังไม่ได้ส่งรายละเอียดกลับมาให้กับกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบ โดยเอกสารที่ทำส่งไปได้ขีดเส้นวันสุดท้ายวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ที่จะให้ทางมูลนิธิได้ส่งข้อมูลให้กับกระทรวงมหาดไทย

 “หากไม่ได้มีการส่งมา ก็ต้องทำเรื่องถึงศาล เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งมีบทลงโทษอยู่แล้วทั้งทางแพ่งและทางอาญา และทรัพย์สินของมูลนิธิถ้าหากพบการกระทำผิดจริง ก็จะตกเป็นของแผ่นดินหรือสภากาชาดไทย ตามวัตถุประสงค์ที่ทางมูลนิธิองค์กรทำดีได้จดแจ้งไว้ตั้งแต่เริ่มต้น” มท.2 ระบุ

สำหรับกรณีกระแสข่าวว่า กัน จอมพลัง เป็นผู้ซื้อที่ดินให้กับบุ๋ม ปนัดดานั้น นายพลพีร์กล่าวว่า  เบื้องต้นสั่งการให้กรมที่ดินตรวจสอบ ผลจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีชื่อ กัน จอมพลัง เป็นผู้โอนที่ดินให้กับบุ๋ม ปนัดดา

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานร่วมกับมูลนิธิว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีการทำงานร่วมกันกับมูลนิธิ โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีการทำ MOU กับมูลนิธิกว่า 100 แห่ง  เพื่อให้คำแนะนำหรือการช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากมีกู้ภัยหลายหน่วยที่อาจจะเกิดความไม่สบายใจ ส่วนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเองที่อยู่ในมูลนิธิ หากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ต้องแยกส่วนกัน  ซึ่งมูลนิธิไหนที่จะเข้าไปในพื้นที่ ก็จะต้องไปรายงานตัวศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ก่อน

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)   พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการดำเนินกิจการของมูลนิธิองค์กรทำดี ว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบด้าน ส่วนการพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับ น.ส.ปนัดดา พร้อมสามีและผู้เกี่ยวข้องนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วน โดยขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอีกราว 1-2 วัน เพื่อจัดประชุมสรุปความพร้อมของสำนวนคดี

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบมูลนิธิ ที่ทาง บก.ปอศ.ได้วางแนวทางในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดูว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการโพสต์เชิญชวนให้โอนเงินบริจาคแล้วนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และการแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด

ด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) กล่าวว่า ประเด็นข้อต่อสู้ของบุ๋ม ปนัดดา ซึ่งอ้างว่าเป็นเหยื่อถูกสามีหลอกลวง รวมถึงประเด็นที่อ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นนั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้ให้น้ำหนักกับคำกล่าวอ้างดังกล่าว เพราะบุ๋ม ปนัดดามีสถานะเป็นประธานมูลนิธิ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการการเงิน บัญชี การติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินให้ตรงตามวัตถุประสงค์ รวมถึงมีหน้าที่ลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินและรายงานประจำปีต่อกรมสรรพากร

ส่วนการเรียกสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับเหมา โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจำแนกสถานะบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นเพียงพยานใกล้ชิดเหตุการณ์หรือมีส่วนร่วมกระทำความผิดในฐานะผู้ร่วมขบวนการวงแรกหรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายละเอียดเส้นทางการเงินทั้งหมดอย่างรอบคอบ แต่ยืนยันว่า บุ๋ม ปนัดดา มีการนำเงินบริจาคของมูลนิธิไปใช้จ่ายส่วนตัว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า บุ๋ม ปนัดดานำเงินจากมูลนิธิ 800 ล้านบาทมาใช้จ่ายส่วนตัวนั้น ตำรวจยังไม่มีข้อมูลในประเด็นนี้

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของบุ๋ม ปนัดดาและสามีไปแล้วประมาณ 15-17 บัญชี รวม 60 ล้านบาท ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมทำการอายัดตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ อาทิ บ้านพัก ที่ดิน รถยนต์ หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ นำมาตรวจสอบประวัติการครอบครองอย่างละเอียด

เบื้องต้นพบว่ามีบ้านพักหลายหลังและรถยนต์อีกจำนวน 22 คัน ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างจำแนกช่วงเวลาในการได้มาซึ่งทรัพย์สินทุกรายการ หากพบว่าเป็นการได้มาหลังจากการกระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดและยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ไปประสานงานกับฝ่ายปกครอง ปปง. ร่วมตรวจสอบเรื่องนี้ หาข่าวสืบสวนมูลนิธิ องค์กร กลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย

 “หากพบว่าเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน  ลวงโลก โดยอาศัยความใจดีมีน้ำใจของพี่น้องประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากไปหากิน และนำเงินบริจาคไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง ก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดย สตช.พร้อมเปิดรับเบาะแส หากประชาชนพบเห็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายมูลนิธิ องค์กร บุคคล ฉ้อโกงหรือทำไม่ถูกต้อง  แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” โฆษก สตช.ระบุ

ขณะที่ พล.ร.ต.ชานินท์ ศรียาภัย โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีมีข่าวเชื่อมโยงนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือกับเส้นทางการเงินของ “บุ๋ม” ปนัดดา ว่าเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากบริบทของการสนทนาในวันแถลงข่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามพาทรัมป์แพ้ยับ

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ รีพับลิกันพ่ายหมดรูป เดโมแครตกวาดที่นั่งทั้งในสภาสูงและสภาล่าง เข้าสู่ยุคความยากลำบากของรัฐบาลสหรัฐ "ทรัมป์" ขู่จะใช้อำนาจวีโตแหลก!

ปธ.ใช้อำนาจมิชอบ จ่อยื่นฟันคุกคามฝ่ายค้าน อนุทินปลุกการเมืองนํ้าดี

“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent  การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง

สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.

"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ

ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว

“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน”  อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ