
“บิ๊กตู่” ปิดปากเงียบเรื่องมติ ครม.ให้ต่างชาติซื้อบ้านและที่ดิน ส่วน "วิษณุ" แจงยังทบทวนได้เพราะแค่อนุมัติหลักการไม่สะเด็ดน้ำ "สาวเพื่อไทย" ป้องนายใหญ่ดูไบ โทษ “ประชาธิปัตย์” เป็นต้นตอกฎหมาย “นิติธร-จตุพร” บุกศูนย์ร้องเรียน จี้เป็นเรื่องใหญ่ควรทำประชามติ ตุ๊ดตู่ข้องใจกองเชียร์ที่เคยด่าขายชาติในอดีตทำไมหายหัว เตรียมบุกถามกองทัพเรื่องปกป้องดินแดน
เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 ต.ค.
ที่อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์มติ ครม.ดังกล่าว
ในขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า แม้ ครม.จะอนุมัติหลักการไปแล้ว แต่ยังสามารถทบทวนได้ จากนี้ ครม.จะต้องส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา และเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วต้องส่งกลับมาที่ ครม.อีกครั้ง ส่วนที่จะเสนอความคิดเห็นต่างๆ เข้ามาก็สามารถเสนอเข้ามาได้ ซึ่งเมื่อใดที่พูดถึงเรื่องการให้คนต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินในประเทศไทยจะเป็นปัญหามาตลอด ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ปี 2531 ต่อมาปี 2545 ก็ได้ร่างกฎกระทรวงออกมาในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำหนดให้คนต่างชาติที่มีเงินลงทุน 40 ล้านบาทขึ้นไปสามารถเข้ามาซื้อที่ดินได้คนละไม่เกิน 1 ไร่เพื่อการอยู่อาศัย รวมถึงมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ
“ตั้งแต่ปี 2545 มาจนถึงปัจจุบันนี้ก็เป็นเวลานานพอสมควร หลักเกณฑ์เดิมที่เคยมีในตอนนั้นบางเรื่องถือว่าตึงเกินไป แต่บางเรื่องก็หละหลวมเกินไป เราจึงอยากจำกัดหลักเกณฑ์ผู้ที่มาซื้อที่ดินในประเทศ ว่าไม่ใช่ให้ใครก็ได้เพียงแค่มีเงิน 40 ล้านบาท จึงได้กำหนดกลุ่มคนต่างชาติ 4 ประเภท เพื่อกำหนดคนผู้ได้รับสิทธิ์ให้วงแคบลง และมีการเพิ่มเงื่อนไขหรือปรับบางอย่างก็ได้ ซึ่งการแสดงความคิดเห็นกันในขณะนี้ บางคนก็เสนอให้มีการเติมเงื่อนไข ซึ่งรัฐบาลยินดีรับไว้พิจารณา อาทิ ข้อเสนอที่ห้ามนำไปขายต่อ ห้ามมิให้ผู้ซื้อที่ดินนำที่ดินมาต่อรวมกัน” นายวิษณุระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางฝ่ายเสนอให้ปรับหลักเกณฑ์ จาก 40 ล้านบาทเป็น 100 ล้านบาท นายวิษณุกล่าวว่าไม่ทราบ ต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาอีกครั้ง รัฐบาลเพียงอยากให้มีคนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุน และคิดว่า 40 ล้านบาทก็น่าจะมากพอหากเป็นเรื่องของการก่อสร้าง แต่ถ้าจะไปนับรวมที่ดินกับสิ่งปลูกสร้าง ก็อาจกำหนดแยกรายละเอียดอีกครั้ง ว่าแต่ละส่วนนั้นต้องมีมูลค่าเท่าไหร่อย่างไร ส่วนหลักเกณฑ์ที่กำหนดว่าต้องเข้ามาลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 3 ปี ที่ลดลงมาจาก 5 ปี จะกลับไปเป็นตามหลักเกณฑ์เดิมได้หรือไม่นั้น กำลังดูแนวโน้มจากกรณีของต่างประเทศว่าเขามีการลดหย่อนกันอย่างไร
“ร่างดังกล่าวเป็นเพียงร่างแรก ทุกครั้งที่เราพูดถึงกันเรื่องขายที่ดินให้ชาวต่างชาติ ก็มักพูดถึงเรื่องขายชาติ และมีอีกฝ่ายออกมาตอบโต้ว่าไม่ใช่การขายชาติ เพราะคนต่างชาติเหล่านั้นก็ไม่สามารถนำที่ดินหนีบรักแร้กลับไปประเทศของเขาได้ จึงเถียงกันอย่างนี้มาตลอด ผมอยู่มาตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชายที่เสนอเรื่องนี้ แตในตอนนั้นทำไม่สำเร็จจึงได้เลิกไป จนกระทั่งมาถึงรัฐบาลนายทักษิณก็ทำได้สำเร็จและบังคับใช้เรื่อยมา การปรับเกณฑ์ก็เพราะอยากให้เพิ่มจำนวนคนซื้อมากขึ้น” นายวิษณุย้ำ
ด้าน น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวตอบโต้ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่ระบุว่าเป็นคนเข้ามากอบกู้ชาติ ไม่ใช่ขายชาติที่หนีไปต่างประเทศว่า ขอให้ความรู้ น.ส.ทิพานันว่ารัฐบาลที่แก้มาตรา 96 ทวิ ที่เปิดให้ต่างชาติซื้อที่ดิน 1 ไร่ได้นั้น คือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่แก้ไขกฎหมายในปี 2542 ตามเงื่อนไขการกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ส่วนกฎกระทรวงปี 2545 ในสมัยนายทักษิณก็เป็นไปตามมาตรา 96 ทวิ ที่พรรค ปชป.แก้ไขไว้ และมีเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าเดิมด้วยซ้ำ จึงทำให้มีคนสนใจมาเสนอซื้อเพียงแค่ 8 รายเท่านั้น ดังนั้นรัฐบาลนายทักษิณ ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ขายชาติ
"สิ่งที่ น.ส.ทิพานันกำลังทำอยู่ อย่าลืมว่าตอนนี้อยู่ในกฎเหล็ก 180 วันของ กกต.ห้ามใส่ร้ายบุคคลอื่น ดังนั้น น.ส.ทิพานันต้องยับยั้งชั่งใจตัวเองบ้าง เป็นทีมโฆษกรัฐบาลและเป็นทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ควรเอาเวลาไปเผยแพร่ผลงานของรัฐบาล และติดตามนโยบายของพรรคที่หาเสียงไว้ในปี 2562 ว่าทำได้จริงตามที่หาเสียงมากน้อยแค่ไหนจะดีกว่า" น.ส.ตรีชฎากล่าว
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนผ่านนายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมติ ครม.ดังกล่าวว่าขัดรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่ ทั้งนี้ก่อนที่นายมงคลกิตติ์จะมายื่นหนังสือ ได้ไปไหว้อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงขยายแผ่นดินสยามและทำให้คนไทยอยู่ดีกินดีมาถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังแบ่งที่ดินที่พระองค์ขยายอาณาจักรไว้ให้ชาวต่างชาติ จะขอทำหน้าที่ขัดขวางจนถึงที่สุด
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อมแกนนำพรรค ได้แถลงให้รัฐบาลทบทวนเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่าร่างกฎกระทรวงจะส่งผลเสียต่อประเทศชาติในระยะยาวมากกว่าการได้ประโยชน์เพียงน้อยนิดในระยะสั้น เนื่องจาก 1.มาตรการนี้ไม่น่าจะได้ประโยชน์มากนัก เพราะจำนวนเงินที่มาลงทุนแค่ 40 ล้านบาท เป็นจำนวนที่น้อยมาก 2.ต้องวางเงื่อนไขเพื่อคุมวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินอย่างเข้มงวด ใช้เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น ห้ามเอาไปทำการค้าหรือปล่อยเช่าต่อเด็ดขาด 3.รัฐควรนำมาตรการทางภาษีมาใช้ เหมือนอย่างที่ในหลายประเทศใช้อยู่ โดยคิดค่าธรรมเนียมการโอนของชาวต่างชาติให้มากกว่าคนไทย และเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราที่มากกว่าคนไทย และ 4.การสร้างรายได้เข้าประเทศสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างรายได้จากฐานเศรษฐกิจใหม่ การเร่งแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นการลงทุนของต่างชาติ
ส่วนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ ในฐานะคณะหลอมรวมประชาชน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์เพื่อคัดค้านมติ ครม.ดังกล่าว โดยนายนิติธรกล่าวว่า การให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ แม้เคยมีการดำเนินการมาแล้วในอดีต แต่ประชาชนก็มีการรวมตัวกันคัดค้านอย่างกว้างขวาง ทั้งมีการประณามรัฐบาลขณะนั้นเป็นผู้ขายชาติ และกาลเวลาพิสูจน์แล้วว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นแรงจูงใจให้เกิดผลกระตุ้นทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
“มติ ครม.ดังกล่าวจึงถือเป็นอำนาจรัฐที่เป็นภัยคุกคามซ่อนรูปต่อความมั่นคงประเทศและประชาชนรูปแบบใหม่ จึงขอให้ยกเลิกมติ ครม.ดังกล่าวพร้อมยกเลิกกฎหมายกฎกระทรวงระเบียบประกาศต่างๆ ที่มีลักษณะหรือก่อให้เกิดผลเช่นเดียวกันทันที” นายนิติธรกล่าวและว่า มติ ครม.ดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมอย่างกว้างขวาง จึงมีเหตุอันสมควรให้มีการออกเสียงประชามติว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่
ด้านนายจตุพรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รอดเงื้อมมือกฎหมายมาทุกเรื่อง จนกระทั่งอายุสภาอยู่ในช่วงสุดท้าย ที่ไม่สามารถจะอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ จึงออกมาตรการให้ต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดิน คำกล่าวอ้างว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำไมไม่กระตุ้นมาตั้งแต่ปีแรก แต่ปล่อยมาให้เลยถึง 8 ปี และที่ผ่านมาก็บอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้น แต่พฤติการณ์และพฤติกรรมที่มีมติ ครม.นี้ที่ผ่านมาใช้วิธีการว่า เอ็งชั่วข้าก็เลว เองเลวข้าก็ชั่ว จึงอธิบายว่าเป็นกฎกระทรวงตั้งแต่ปี 2545 สมัยนายทักษิณ และตอนนั้นก็ยังย้อนด่ารัฐบาลนายชวน หลีกภัยว่าขายชาติ
“วันนี้ต่างชาติเข้ามาครองแผ่นดินไทยโดยการใช้นอมินีกันเต็มไปหมด วันนี้ 3 ป.ต้องไม่ลืมว่าเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มาก่อน และเป็นทหารเสือที่มีหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน ดังนั้นวันที่ 2 พ.ย.เราจะนำเรื่องนี้ไปยื่นที่กองบัญชาการกองทัพไทยว่ารู้สึกต่อเรื่องนี้อย่างไร และวันที่ 4 พ.ย.จะไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป” นายจตุพรกล่าวและว่า กองเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ที่เคยว่านายชวนขายชาติ นายทักษิณขายชาตินั้น ตอนนี้มาตรฐานอยู่ที่ไหน หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำได้ใช่หรือไม่ และตั้งข้อสังเกตว่าการออกมติ ครม.นี้ เพราะจะมีการประชุมเอเปกเพื่อเร่ขายแผ่นดินในตลาดเอเปกใช่หรือไม่
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวถึงการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติ ไตรมาส 2 ปี 2565 ว่า มีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ 2,326 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.1% มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 12,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% และเป็นพื้นที่โอนกรรมสิทธิ์ 109,486 ตร.ม. เพิ่มขึ้น 27.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งยอดการโอนกรรมสิทธิ์ไตรมาส 2 นี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงเกิดโควิด-19 และเป็นการเพิ่มขึ้นในเชิงจำนวนหน่วยสูงสุดในรอบ 5 ไตรมาสที่ผ่านมา
“มติ ครม.ที่ให้คนต่างชาติสามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้ นับเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนหนึ่งที่จะดึงดูดคนต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาสู่ประเทศ ซึ่งจะเป็นการสร้างให้เกิดอุปสงค์ใหม่ๆ เพราะช่วงก่อนเกิดโควิดมีการโอนกรรมสิทธิ์ปีละมากกว่า 10,000 หน่วย มูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านบาท หรือ 5% ของการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ แต่หากเปิดให้ชาวต่างชาติ คาดว่าก็น่าจะทำให้เกิดมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มสูงสุดได้อีก 50,000 หน่วย มูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาท จากมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในแต่ละปีจะสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจจะทำให้สัดส่วนของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยที่ซื้อโดยคนต่างชาติเพิ่มจาก 5% เป็น 15% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งประเทศ” ดร.วิชัยกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
'ทรงศักดิ์' ยัน มีงบฯรับมือ 'เอลนีโญ' ทั้งป้องกัน - เยียวยา ถ้าไม่พอมีงบฯกลาง
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ

