
ไล่บี้ปม "ร.ล.สุโขทัย" ล่ม กมธ.ขอข้อมูล-ไทม์ไลน์ 7 ชม.ช่วงการพูดคุยระหว่างผู้การเรือกับผู้บังคับบัญชา "เต้" อนุมานนายสั่ง "เรือจมไม่ได้" ส่งผลให้รักษาเรือมากกว่าชีวิต ขณะที่เสธ.ทร.ยันไม่เป็นความจริง หลายหน่วยยังคงปูพรมหาผู้สูญหาย พร้อมส่งยานใต้น้ำค้นหาร่างผู้ที่อาจติดอยู่ในเรือ แต่ยังไม่พบ สัตหีบร่ำไห้รับร่าง 6 ลูกประดู่สละชีพในหน้าที่
วันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลา 08.00 น. น.ส.ราตรี จันทรัตน์ ประมง อ.ละแม จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจากเครือข่ายชาวประมงว่าพบทุ่นกลมสีขาวขนาดใหญ่น้ำหนักร่วม 10 ตัน ลอยอยู่กลางทะเลเขตรอยต่อระหว่าง อ.ละแม และ อ.หลังสวน ห่างจากฝั่งกว่า 10 กิโลเมตร พร้อมกับรายงานให้นายอำเภอละแมและหน่วยงานเกี่ยวข้องทราบ ซึ่งเรือประมงลำที่พบอยู่ระหว่างการเก็บกู้เครื่องมือทำการประมง โดยมีรายงานว่าจากการตรวจสอบจากภาพถ่ายที่เรือประมงส่งมาทางไลน์ พบว่าเป็นโดมเรดาร์ขนาดใหญ่มีน้ำหนักหลายตัน มีระบบสื่อสารและเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายใน ซึ่งถือเป็นหัวใจของเรือ ติดตั้งอยู่บนแท่นสูงสุดของ ร.ล.สุโขทัยลำที่อับปางในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีมูลค่าสูงราคาหลายล้านบาท
นอกจากนั้นเมื่อช่วงบ่าย มีเรือประมงอวนลากที่ทำการประมงอยู่น้ำลึกห่างจากฝั่งกว่า 10 ไมล์ทะเล ได้พบแพชูชีพ 1 หลัง ลอยอยู่กลางทะเล ห่างจากฝั่ง อ.ละแมราว 20-30 กิโลเมตร โดยแพชูชีพดังกล่าวมีชื่อระบุว่า “ร.ล.สุโขทัย NO.3” และถุงยา 1 ถุง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ใช้ 2 ซิม สภาพฝาหลุดออกจากตัวเครื่อง ส่วนเรืออวนลากลำที่พบได้เก็บแพและสิ่งของต่างๆ ที่พบไว้บนเรือแล้ว แต่เนื่องจากยังไม่สามารถเข้าฝั่งได้
พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการค้นหาผู้สูญหายว่า ยังแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 11 พื้นที่ เรือหลวงตากสิน อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 5 เรือหลวงนเรศวร อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 9 และทำหน้าที่ควบคุมอากาศยาน เรือหลวงกระบุรีอยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 10 และ 11 เรือหลวงนราธิวาสอยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 12 เรือ ต.114 ลาดตระเวนเฝ้าตรวจ บริเวณหมู่เกาะอ่างทอง เรือ ต.270 อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 14 ในส่วนของการปฏิบัติการของอากาศยาน เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบดอร์เนีย จากทัพเรือภาคที่ 1 ทัพเรือภาคที่ 2 และทัพเรือภาคที่ 3 ทำการค้นหาในพื้นที่ค้นหา 6 และ 10 โดยมีเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบซีฮอว์กและเฮลิคอปเตอร์ แบบ EC-725 ของกองทัพอากาศ รอรับการส่งกำลังบำรุงในบริเวณพื้นที่ปฏิบัติการ
กองทัพเรือได้สั่งการให้กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ นำยานสำรวจใต้น้ำของเรือหลวงบางระจันทำการบันทึกภาพใต้น้ำบริเวณเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เพื่อค้นหาร่างของกำลังพลที่อาจติดค้างอยู่ภายในเรือ รวมถึงการตรวจหารอยรั่วของน้ำมันที่อาจเกิดการรั่วไหล สรุปยอดในช่วง 15.00 น. กำลังพลบนเรือหลวงสุโขทัย จำนวน 105 นาย ช่วยเหลือได้แล้ว 76 นาย เสียชีวิต 6 นาย ยังคงสูญหาย 23 นาย
ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และไปตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงานกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ณ สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ รวมทั้งไปร่วมในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพทหาร 6 นาย ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ และร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม
ก่อนหน้านั้น ร่างของ 6 ทหารเรือที่เสียชีวิตถูกลำเลียงโดยเครื่องบิน C130 กองทัพอากาศ จากท่าอากาศยานจาก กองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถึงสนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ในการนี้ กองทัพเรือได้จัดทหารกองเกียรติยศให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ โดยโลงบรรจุร่างของเหล่าทหาร ได้ถูกปกคลุมด้วยผืนธงชาติ ชักแถวลำเลียงลงจากเครื่องบินขึ้นท้ายรถฮัมวีเดินทางสู่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานการประชุม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาเรื่อง ร.ล.สุโขทัยอับปาง ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แต่มีพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงแทน โดยนายณัฐชาถามถึงไทม์ไลน์การเกิดเหตุเรือล่ม อุปกรณ์ช่วยชีวิต ความพร้อมใช้งานและการซ่อมบำรุงของเรือรบหลวงสุโขทัย รวมถึงภารกิจสำคัญอะไรที่ถึงขนาดต้องนำเรือรบออกไปฝ่าคลื่นมรสุม ได้มีการตรวจสอบสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือไม่ ทั้งยังสอบถามถึงผู้รับผิดชอบที่เซ็นหนังสือให้เรือรบออกไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงชีวิต
พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า เรือได้ฝ่าคลื่นลมไป และมีน้ำเข้าเรือและเข้าสู่เครื่องจักรใหญ่หยุดทำงาน เป็นเหตุไม่สามารถควบคุมเรือได้ ส่งผลให้น้ำเข้าสู่เรืออย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ อุปกรณ์ช่วยชีวิต โดยปกติจะมีอัตราประจำเรือ ส่วนหนึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ชูชีพส่วนบุคคล แพชูชีพ และชูชีพเป็นวง แต่แพชูชีพปล่อยไม่ได้เพราะคลื่นทะเลแรง แม้แต่เฮลิคอปเตอร์ที่นำไปช่วยก็ทำได้ยาก เพราะเรือและเสากระโดงโคลงเคลง ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าภายในเรือมีเสื้อชูชีพครบหรือไม่ ได้สั่งให้กองทัพเรือไปตรวจสอบให้กระจ่างและชี้แจงต่อสังคมแล้ว การซ่อมบำรุงร.ล.สุโขทัย ได้ซ่อมบำรุงใหญ่เมื่อปี 61-63 และรับกลับมาปี 64 งบประมาณซ่อมบำรุงที่กองทัพเรือได้รับ โดยเฉพาะกับการซ่อมบำรุงเรือ เฉลี่ยปีละ 1,300 ล้านบาท สำหรับปี 66 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 1,800 ล้านบาท ทั้งนี้ อายุการใช้งานเรือของกองทัพเรือเฉลี่ยส่วนใหญ่เกิน 30 ปีขึ้นไป ส่วนอายุเรือรบหลักๆ อยู่ที่ 40 ปี ฉะนั้นสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้เรืออับปางต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
พล.อ.ชัยชาญกล่าวอีกว่า เรือกระบุรีได้เตรียมเครื่องมือแพยาง ซึ่งมีอยู่ 8 แพ และเรือเล็ก แต่ด้วยสภาพคลื่นลมทำให้ไม่สามารถส่งลงไปได้ ในวันที่ 18 ธ.ค. เรือรบหลวงสุโขทัยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในสภาพอากาศที่เป็นคลื่นลมแรง และก่อนจะออกภารกิจก็จะประเมินสถานการณ์จากข้อมูลของกรมอุตุฯ นอกจากนี้ เรายังได้ฝึกซ้อมตลอดเวลา และก่อนออกเรือจะชี้แจงกำลังพลถึงการปฏิบัติงานบนเรือ แต่กรณีกำลังพลที่ร่วมเดินทางไปชุมพร ต้องให้กองทัพเรือเข้าไปสอบข้อเท็จจริงว่ากำลังพลเหล่านั้นได้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและปฏิบัติตัวอย่างไร เรื่องการอยู่รอดในภาวะฉุกเฉินมีการฝึกตามวงรอบอยู่แล้ว
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมเพื่อพิจารณากรณี ร.ล.สุโขทัย โดยมี พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ เป็นตัวแทนเข้าชี้แจงต่อคณะ กมธ. ภายหลังการประชุม พล.ร.อ.ชลธิศให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นแรกเรื่องของกำลังพลที่อาจติดอยู่ในเรือที่อับปางจากการตรวจสอบก่อนที่เรือจะอับปางลง กำลังพลทั้งหมดได้ขึ้นมาอยู่ในบริเวณที่ไม่จมน้ำแล้ว แต่เมื่อเรืออับปางไปแล้วอาจมีพลังดูดของน้ำ โดยขณะนี้หมู่เรือที่เข้าไปสำรวจและกู้เรือได้ไปถึงพื้นที่แล้ว เป็นเรือลากทำลายทุ่นระเบิด และได้ส่งยานลงไปสำรวจความเสียหายและวิธีเก็บกู้เรือขึ้นมา ซึ่งในการสำรวจครั้งนี้จะเป็นการค้นหากำลังพลที่อาจถูกพลังน้ำดูดลงไปด้วย
เมื่อถามว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ เสนาธิการทหารเรือกล่าวว่า มีการดำเนินการอยู่ ซึ่งเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้ความจริงปรากฏคือสาเหตุของเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เพราะตั้งแต่ตนรับราชการมา 35-36 ปี ไม่เคยพบเจอเหตุในลักษณะนี้ กองทัพเรือจึงอยากหาสาเหตุเพื่อดำเนินการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก เมื่อถามว่าเหตุเรือสุโขทัยอับปางในครั้งนี้ มีคำสั่งว่านายสั่งไม่ให้เรือจมใช่หรือไม่ เสนาธิการทหารเรือยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ในขั้นนี้จะเสนอข้อเท็จจริงเท่านั้น ความเห็นหรือข้อคิดเห็นต่างๆ ตนไม่ขอพูดถึง
“มีความเห็นเป็นจำนวนมาก มีเขาเล่าว่า มีคนนี้คิดว่า มีคนนั้นเห็นว่า แต่ต้องดำเนินการสอบสวนและหาข้อเท็จจริง” เสนาธิการทหารเรือกล่าว
ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษก กมธ. แถลงผลการเข้าชี้แจงของเสนาธิการทหารเรือและคณะว่า ทาง กมธ.ได้ขอข้อมูลบันทึกการซ่อมบำรุงย้อนหลังของเรือหลวงสุโขทัย การใช้งบประมาณในการซ่อมแซม บันทึกข้อมูลการประสานงานระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้การเรือหลวงสุโขทัย ในวันที่ 18 ธ.ค. จนถึงเวลาเรืออับปาง ว่ามีการพูดคุยกันระหว่าง ผบ.ทร.กับผู้การเรือหลวงสุโขทัยในช่วงระยะเวลา 7 ชม. ก่อนหน้านั้นอย่างไร รวมถึงขอข้อมูลอุทกศาสตร์กองทัพเรือว่าขณะนั้นคลื่นมีความสูงเท่าไหร่ ความเร็วลมเป็นอย่างไร มีการเตือนภัยก่อนออกเรือหรือไม่ และบันทึกจำนวนชูชีพย้อนหลัง 7 วัน ว่ามีเพียงพอต่อกำลังพลหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเรือพังจากจุดใด ต้องกู้เรือให้ได้ก่อนจึงจะสามารถทราบสาเหตุได้แน่ชัด โดยเสนาธิการทหารเรือได้ชี้แจงต่อ กมธ.ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากภัยธรรมชาติมีคลื่นสูง 4-5 เมตร โดยมีการประคับประคองเรือให้ถึงที่สุดแล้ว
นายมงคลกิตติ์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กองทัพเรือยังได้ชี้แจงถึงการเข้าให้ความช่วยเหลือของเรือหลวงกระบุรี และเรืออื่นๆ ที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้เพราะคลื่นสูงมาก อีกทั้งผู้การเรือหลวงสุโขทัย แจ้งว่าเรือที่เอียงอยู่ระหว่าง 60-80 องศา การอยู่บนเรือจะปลอดภัยกว่าอยู่บนผิวน้ำ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ก็ไม่สามารถบินต่ำได้ เพราะกระแสลมแรง จากการประเมินเบื้องต้น ผบ.ทร. ผู้การเรือหลวงสุโขทัย มีความเป็นห่วงตัวเรือมากพอสมควรเพราะในกองทัพเรือมีคำสั่งว่าเรือจมไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรือหลักของกองทัพ ทำให้กำลังพลและผู้การเรือหลวงสุโขทัยตัดสินใจที่จะปกป้องเรือจนลืมคิดถึงชีวิตตัวเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชี้แบรนด์เนมบุ๋มเก๊!ต้องเผา
ราชทัณฑ์แจงคุมตัว “บุ๋ม-ก๊อต" เข้าทัณฑสถานหญิงกลางและเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปฏิบัติตามมาตรฐานแรกรับ
สั่งเตรียมรับภัยไซเบอร์ ปชช.57%ผวาถูกโจมตี
"นิด้าโพล" เผยคนไทยไม่กังวลข่าวเตือนภัยโลก พร้อมแนะรัฐบาลควรรอสถานการณ์ชัดเจนก่อนแจ้งเตือน
ปิยบุตรปลุกปชน. ดันแก้มาตรา112
นายกฯ นำพุทธศาสนิกชนทอดกฐินสามัคคีวัดป่าชัยรังสี สมุทรสาคร "นิกร" งัด พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ เตือน
ม็อบปักหลัก1เดือน! ‘มะโน’ขออยู่ถึงศึกซักฟอก ‘หนู’พร้อมฟังข้อเรียกร้อง
“นายกฯ” ย่องเงียบเข้าทำเนียบฯ วันหยุด เรียก ผบ.ตร.รายงานสารพัดคดี “อนุทิน” ลั่นยินดีรับฟังข้อเรียกร้อง
อนุทินยันสั่งสว.ไม่ได้
“อนุทิน” เคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ” แค่วาทกรรมโจมตี ยันรัฐบาลไม่คุม สว. ชี้ 3 อำนาจแยกกันชัด พร้อมรับศึกซักฟอกทุกเมื่อ ขอเป็นเวทีสร้างสรรค์ ไม่เชือดเฉือนระบายความโกรธ
‘บุ๋ม-ก๊อต’นอนคุก พบ3บัญชีโอน815ล้าน/ผัวเอาตัวรอดซัดทอดเมีย
เรียบร้อย! สองผัวเมียมหาภัยคอตกนอนห้องขัง ศาลอาญาส่ง "บุ๋ม" เข้าทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วน "ก๊อต" ไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดคำให้การสามีโยนภรรยาเป็นคนสั่ง

