บอร์ดนิวเคลียร์ถกปมซีเซียม-137 ด่วน “เอนก” ยันตัวอย่างทั้งน้ำ-ดิน-อากาศไม่มีปนเปื้อน เช็กข้อมูลย้อนหลัง 3 เดือนไม่พบผิดปกติ เล็งเชิญนักวิชาการจุฬาฯ มาร่วมตรวจ พร้อมผุดศูนย์ปฏิบัติการด่วนที่โรงงาน สธ.เผยผลตรวจ 70 คนงานปกติ เตรียมตรวจซ้ำ 5 เม.ย. “บิ๊กเด่น” สั่งฟันทุกมิติทำสารกัมมันตรังสีรั่วไหล
เมื่อวันอังคารที่ 21 มีนาคม ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 สูญหายจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 304 อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ก่อนพบในโรงงานหลอมเหล็กแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรีนั้น ล่าสุดได้มีการประชุมคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รองประธานคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ทำหน้าที่ประธาน
โดยนายเอนกกล่าวถึงผลประชุมในเรื่องนี้ว่า ได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำ ดิน ในบริเวณโรงงานโดยรอบมาวิเคราะห์ และไม่พบว่าปนเปื้อน ขณะที่การตรวจวัดระดับรังสีไม่พบการฟุ้งกระจายในอากาศในอาคาร และไม่มีการปนเปื้อนออกมาภายนอก ซึ่งขณะนี้สารกัมมันตรังสีซีเซียมถูกบรรจุในถุงบิ๊กแบ็ก ซึ่งถูกควบคุมและจำกัดพื้นที่แล้ว ส่วนสุขภาพของประชาชน ได้มีการเข้าไปตรวจสอบพนักงานภายในโรงงานกว่า 70 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยได้เก็บปัสสาวะและเลือดเพื่อตรวจหาสารกัมมันตรังสีตามวิธีมาตรฐาน และจากการตรวจสอบประวัติสุขภาพย้อนหลัง 1 เดือนของประชาชนใน จ.ปราจีนบุรีจากรายงานของโรงพยาบาลต่างๆ ไม่พบประชาชนรายใดมีอาการสุ่มเสี่ยงว่าเจ็บป่วยจากการได้รับสารกัมมันตรังสี
“ไทยมีจุดตรวจวัดปริมาณกัมมันตรังสีในอากาศ 18 จุด และในน้ำ 5 จุดทั่วประเทศ ซึ่งวัดทุกวันอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานสากล ซึ่งการตรวจเช็กข้อมูลย้อนหลัง 3 เดือน พบว่าอยู่ในระดับปกติทุกวันในทุกจุด รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลการตรวจวัดจากจุดตรวจในต่างประเทศในเครือข่าย ไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของซีเซียมในสิ่งแวดล้อม” นายเอนกกล่าว และได้สั่งให้ระดมกำลังทุกภาคส่วน โดยนอกจากจะมีนักวิชาการของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติแล้ว ยังมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมติดตามและตรวจสอบทั้งหมดอย่างเข้มงวดและใกล้ชิดที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
นายเอนกกล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบกับแนวทางจัดการปัญหาของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ การปฏิบัติงานของทางจังหวัด รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 รวมถึงการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและดูแลการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมทุกจุดและทุกพื้นที่รัศมีโดยรอบ ทั้งดิน น้ำ อากาศ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการเฝ้าระวังอย่างสูงสุด เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับอันตรายจากสารกัมมันตรังสี
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข จ.ปราจีนบุรี ถึงการตรวจตรวจเลือดคนงานโรงงานถลุงเหล็กที่หลอมซีเซียม-137 จำนวน 70 คน เพื่อเฝ้าระวังว่าค่าเม็ดเลือดขาว ค่าเกล็ดเลือด ค่าการทำงานของตับและไตเป็นปกติ โดยนัดตรวจซ้ำอีกครั้งในวันที่ 5 เม.ย. 2566 ส่วนการตรวจหาซีเซียมในปัสสาวะโดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยังต้องรอผลในอีก 2 สัปดาห์
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า จะให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนประชาชน รวมถึงให้ความช่วยเหลือและแนวทางการเยียวยา ซึ่งต้องพิจารณาว่ามีอะไรบ้าง โดยจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับกระทรวงการคลังเรื่องระเบียบการจ่ายเงินเยียวยาว่าจะใช้หลักเกณฑ์อย่างไร เพราะไม่เคยมีกรณีดังกล่าว แต่เรื่องงบประมาณไม่มีปัญหา ส่วนที่นักวิชาการระบุว่าต้องเฝ้าระวังถึง 2-5 ปีนั้น ก็เป็นประเด็นที่ต้องไปหารือว่าจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างไร
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะรักษาการ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เศษเหล็กในเมืองไทยที่ใช้กว่า 5 ล้านตันนำเข้ามา 1.5 ล้านตัน และมีประมาณ 3.5 ล้านตันในประเทศ ซึ่งอธิบดีกรมโรงงานฯ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกรมศุลกากรแล้วให้เข้มงวดในการนำเศษเหล็ก 1.5 ล้านตันเข้ามา เพราะในพื้นที่ อ.แหลมฉบัง มีเครื่องวัดรังสีอยู่ ฉะนั้นหากเราเข้มงวดตรงนั้นในด่านแรก เชื่อว่าปัญหาแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่ในส่วนซีเซียม-137 ที่มีปัญหาขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปควบคุมพื้นที่แล้ว และดูแลประชาชน ไม่ต้องห่วงรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้สถานการณ์คลี่คลาย และควบคุมสถานการณ์ได้อยู่
ด้าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวว่า เมื่อวัน 7 มี.ค.2566 บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ ตรวจพบว่าสารซีเซียม-137 สูญหายไป และ 10 มี.ค.ได้มาแจ้งความที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ต่อมา 19 มี.ค. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้ตรวจพบรังสีจากการหลอมของโรงงานที่กบินทร์บุรี พื้นที่ สภ.ศรีมหาโพธิ โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ คดีอาญาที่ 363/2566 ในความผิดตาม พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติฯ มาตรา 100, 126 และ 143 คดีอยู่ระหว่างสอบสวนและร่วมประชุมกับคณะกรรมการจังหวัดเพื่อเรียกบริษัทมาแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป
“พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งให้สืบสวนสอบสวนทุกมิติทั้งประเด็นการสูญหายได้อย่างไร มีใครลักลอบเอาออกไป รวมทั้งแหล่งรับซื้อ การส่งผลกระทบต่อประชาชน สิ่งแวดล้อม มีใครต้องร่วมรับผิด รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจ มี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศปทส.ตร. รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลที่กระทำผิดในกรณีนี้ให้ครบทุกมิติ” พล.ต.ต.อาชยนกล่าว
สำหรับบรรยากาศที่ จ.ปราจีนบุรีนั้น นายรณรงค์ นครจินดา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ปภ.จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปยังโรงงานหลอมเหล็กที่พบสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพราะเราก็ถือว่าความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด ไม่ให้มีผลกระทบออกมาภายนอก
ด้านนายกิตติ์กวิน อรามรุญ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี (ศปร.) กล่าวว่า อว.ได้ประชุมด่วนสั่งให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตั้งศูนย์ปฏิบัติการในกรณีของการปนเปื้อนซีเซียม-137 ในโรงงานที่เกิดเหตุ โดยจะส่งทีมที่จะตรวจเช็กอุปกรณ์ในโรงงาน อุปกรณ์ที่จะตอบสนองต่างๆ ตรวจดูฝุ่นต่างๆ ที่จะผ่านกระบวนการหลอมไปบ้างแล้วมาจัดเก็บในอาคารจัดเก็บ รวมทั้งจะมีทีมตรวจวัดปริมาณรังสีโดยรอบ ซึ่งชุมชนร่วมกับทางฝ่ายปกครอง ทั้ง อ.กบินทร์บุรีและศรีมหาโพธิ เพื่อให้เกิดความแน่ใจและคลายความกังวล
“ส่วนที่ระยอง เรายืนยันว่าฝุ่นกัมมันตรังสีที่ออกไปในล็อตวันที่ 2 มี.ค.จากโรงงานที่เกิดเหตุระดับรังสีอยู่ในระดับเทียบเท่ากับระดับรังสีในธรรมชาติหรือระดับปกติ ฉะนั้นฝุ่นกัมมันตรังสีที่ปนเปื้อนไม่ออกไปแม้แต่ถุงเดียว ฝุ่นที่ปนเปื้อนอยู่ในพื้นที่จำกัดและควบคุมดูแลอยู่ในโรงงานทั้งหมด” นายกิตติ์กวินระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน12ส.ค.
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ
เฮลดค่าไฟ6สต. งวด‘ก.ย.-ธ.ค.’ เหลือ3.89บาท
กกพ.เคาะค่าไฟงวด ก.ย.- ธ.ค. ลดลง 6 สตางค์ เหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย
อึ้งว่าง8พันบรรจุหมื่นห้า ส้มคาใจ‘กกต.’แจงไม่ชัด
โคตรโกงสอบท้องถิ่น เปิดรายงานผลสอบชุด "ปกรณ์" ชี้พบช่องโหว่ทุกขั้นตอน ทำเป็นขบวนการ ทุจริตชัดแจ้ง
ภท.ไวจัด!ชงกม.ปืน 100มาตราปชช.ปลอดภัยขึ้น‘หนู’เคลียร์ดรามา
“อนุทิน” สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ย้ำห้ามพกปืนทุกคนเหตุใบอนุญาตหมดอายุแล้ว
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว

