สำนักงบฯ ชงนายกฯ ไฟเขียวเงินใช้ไปพลางก่อน 1.5 ล้านล้านบาท รับมืองบปี 67 ล่าช้า 8 เดือน แนะทำงบขาดดุลเพิ่มอีก 5 หมื่นล้าน ทำนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น “แบงก์ชาติ” เคาะ ก.ย. ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ใหม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำนักงบประมาณได้ขออนุมัติระเบียบใช้งบประมาณไปพลางก่อน วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อนุมัติแล้วโดยไม่ต้องเข้า ครม. เพราะเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี คาดว่าภายในสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า ระเบียบดังกล่าวจะประกาศออกมา และส่งหนังสือเวียนไปยังส่วนราชการต่างๆ ซึ่งส่วนราชการก็จะทำแผนกลับมายังสำนักงบประมาณภายใน 15 ก.ย. 2566 และสำนักงบประมาณจะอนุมัติก่อนวันที่ 1 ต.ค.2566 เพื่อให้ใช้ทันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 ที่จะล่าช้าออกไป 8 เดือน หรือจนถึงเดือน พ.ค. 67 จากเดิมที่คาดว่างบประมาณ 67 จะล่าช้า อย่างไรก็ตาม หากการจัดทำงบประมาณเสร็จเร็ว สามารถยกเลิกการใช้งบประมาณไปพลางก่อนได้ทันที
ส่วนปฏิทินร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท คาดว่าจะเข้า ครม.ชุดใหม่นัดแรกหรือนัดที่สอง
เมื่อถามว่า ห่วงเรื่องอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำหรือไม่ นายเฉลิมพลกล่าวว่า คงต้องทำตามนโยบายที่กำหนดมาให้ได้ดีที่สุด โดยเฉพาะการชี้แจงให้รัฐบาลใหม่ได้ทราบว่างบประมาณมีจำนวนเท่าใด
เมื่อถามถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท 5.6 แสนล้านบาท จะจัดสรรเงินมาจากไหนได้บ้าง นายเฉลิมพลกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ แต่ที่สามารถตอบได้คือข้อเสนอต่อรัฐบาลในการปรับลดงบประมาณบางเรื่องลงเพื่อมาทำตามนโยบายเงินดิจิทัลฯ ให้ได้ส่วนหนึ่ง และอาจจะต้องเสนอว่าต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณได้บ้างหรือไม่ โดยต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลายวิธี เช่น การกู้ ส่วนจะกู้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการจัดเก็บรายได้ ถ้าจัดเก็บรายได้เกินเป้าก็กู้น้อยลง หรือเครื่องมืออื่น ทางสำนักงบประมาณต้องหารือกับกระทรวงการคลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท สามารถเพิ่มได้อีกเท่าไหร่ นายเฉลิมพลกล่าวว่า ต้องประเมินจากการจัดเก็บรายได้จริงว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งอยากจะขอเพิ่มไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท ถ้าได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง
"หากปี 67 จัดงบประมาณขาดดุลเพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาท จากเดิม 5.93 แสนล้านบาท เป็นขาดดุลงบประมาณ 6.43 แสนล้านบาท แต่ก็ยังขาดดุลน้อยกว่าในปีงบประมาณ 2566 ที่ขาดดุล 6.95 แสนล้านบาท" ผอ.สำนักงบประมาณระบุ
วันเดียวกัน นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Laying the Foundations for a Sustainable Recovery” ในงาน Thailand Focus 2023 : The New Horizon ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ถือว่าฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง แม้ในบางช่วงข้อมูลเศรษฐกิจบางด้านจะออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด แต่การฟื้นตัวหลักๆ มาจากการบริโภคภายในประเทศ และการท่องเที่ยวที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับลดลง ซึ่ง ธปท.จะควบคุมให้เงินเฟ้อเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3% ส่งผลให้โจทย์ของนโยบายการเงินต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ
สำหรับบริบทเศรษฐกิจในปี 2566 ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้โจทย์ของนโยบายการเงินจึงต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย จากที่ก่อนหน้านี้ต้องปรับนโยบายการเงินเพื่อให้เข้าสู่สภาวะปกติ โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการใช้นโยบายการเงินแบบ สมูธเทกออฟ ที่ถือว่าทำได้ดีแล้ว เพราะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อกลับมาลง ทั้งนี้ การทำให้โจทย์ของนโยบายการเงินในปัจจุบันต้องเปลี่ยนไปเป็นกู๊ดแลนดิ้ง ให้เหมาะสมกับภาพระยะปานกลางและระยะยาว
ขณะที่การคาดการณ์เศรษฐกิจของ ธปท. จะมีการปรับประมาณการต่างๆ อีกครั้งในช่วงเดือน ก.ย.2566 โดยที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามาส่งผลกระทบ ประกอบกับประเด็นสำคัญจากปัจจัยภายในประเทศ คือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงระดับ 90.6% ต่อจีดีพี ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยที่ฉุดกำลังซื้อในประเทศ โดยปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นเป็นผลกระทบที่มาต่อเนื่องจากโควิด-19 ซึ่ง ธปท.จะต้องมีแนวทางในการแก้ปัญหาในส่วนนี้ โดยเฉพาะคนที่เป็นหนี้เรื้อรัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.ตั้งสีหศักดิ์ หัวหน้าทีมไทย เจรจาUNCLOS
ครม.ไฟเขียว “สีหศักดิ์" หัวหน้าคณะเจรจา UNCLOS ฝ่ายไทย "ทูตทรงชัย" นั่งรอง พร้อมตั้งอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศ
กกต.โต้ดึงเช็ง คดีฮั้วเลือกสว. ส้มไล่บี้ปธ.วุฒิ
"ประธาน กกต." ยันไม่ดึงคดี ขณะ “แสวง” เมินตอบปมโพยเลือก สว. ด้าน “ไอติม” จี้เคลียร์ข้อสงสัยสังคม “สว.สีน้ำเงิน”
เด้ง‘เซมเบ้’ซบอกพี่หนู
“อนุทิน” เรียก รมต.ภูมิใจไทยเฉ่งปมปราบผู้มีอิทธิพลอื่น มท.ชงวาระจรย้าย “นิรัตน์” นั่งรองปลัด มท. “โชตินรินทร์” เสียบแทน นายกฯ หวังเป็น “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”
กราบพระศพ27มิ.ย. สำนักพระราชวังเปิดให้ปชช.เข้าพระที่นั่งพิมานรัตยา
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"
สั่งทุกจว.หนุน ไทยช่วยไทยฯ ดันยอดขายพุ่ง
“อนุทิน” สั่งทุกจังหวัดให้ความสำคัญ “ไทยช่วยไทยพลัส” พร้อมกำชับเลี่ยงเรียกบัตรคนจน
แฉฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน มท.เด้ง2รองผู้ว่าฯภูเก็ต
สภาสูงร้อนฉ่า! ก่อนโหวตพรึ่บ “นพดล” นั่งเลขาฯ กฤษฎีกา “นันทนา” ซัดหนักประชุม "ลับ ลวง พราง" ฉะยับ 138

