เปิดปีใหม่มาวันแรก ป.ป.ช.ดุรับขวัญปีมะเส็ง ฟันดะ 3 อดีต สส.เสียบบัตรแทนกัน แต่โธ่ถัง เหตุเกิดปี 56 ผ่านมา 12 ปีเพิ่งง้างดาบ! พ่วงเชือด สส.สงขลา-ภท.นอนป่วย รพ.เอกชนจ่ายกว่าล้านบาท พบคนออกเงินให้ตั้งเป็นผู้ช่วยประจำตัว เข้าข่ายรับประโยชน์ ส่งศาลฎีกาฯ ฟันฉับ ผิดมาตรฐานจริยธรรม
เมื่อวันที่ 2 มกราคม นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
โดยเรื่องที่ 1 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 ราย ฝากผู้อื่นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนและลงคะแนนแทนในการพิจารณาและลงมติร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2556 โดยที่ตนเองไม่อยู่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (3 สำนวนคดี)
โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.ให้รายละเอียดว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2556 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 24 ปีที่ 3 ครั้งที่ 11 (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... ได้ปรากฏชื่อนายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว และนายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปี 2556) และนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สส.พรรคเพื่อไทย (ปี 2556) แสดงตนและลงคะแนนทั้งที่บุคคลทั้งสามไม่อยู่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรตลอดระยะเวลาที่มีการประชุม เนื่องจากมีการเดินทางไป-กลับต่างจังหวัดโดยเครื่องบิน กรณีจึงรับฟังได้ว่า นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ และนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ได้ฝากบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ของตนไว้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายอื่น หรือยินยอมให้บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ของตนไปอยู่ในความครอบครองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายอื่น เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายนั้นใช้บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์กดปุ่มแสดงตนและลงคะแนนแทนในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว
“คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติดังนี้ การกระทำของนายชัยวุฒิ นายภิรพล และนายศรัณย์วุฒิ มีมูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาล ตามฐานความผิดดังกล่าว” เลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุ
อนึ่งทั้ง 3 คนคือ นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ และนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ปัจจุบันไม่มีใครเป็น สส. โดยนายศรัณย์วุฒิ เลือกตั้งปี 2566 ลงสมัครในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติที่อุตรดิตถ์ แต่พ่ายแพ้การเลือกตั้งให้แก่พรรคเพื่อไทย
นายสาโรจน์กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 2 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนกรณีกล่าวหา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากบุคคลใด เนื่องจากยอมให้บุคคลอื่นชำระค่ารักษาพยาบาลแทนให้แก่ตนเอง ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายณัฏฐ์ชนน ขณะดำรงตำแหน่ง สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2562 และวันที่ 23 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2562 มีค่ารักษาพยาบาลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,449,223 บาท
“นายณัฏฐ์ชนนยอมให้บุคคลอื่นชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลแทนตนเอง รวมเป็นเงินจำนวน 1,335,778 บาท และได้นำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาไปเบิกค่ารักษาพยาบาล จากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเบิกจ่ายได้เป็นเงินจำนวน 495,409.50 บาท มีส่วนที่เกินสิทธิ ไม่สามารถเบิกจ่ายได้เป็นเงินจำนวน 953,813.50 บาท ต่อมานายณัฏฐ์ชนนได้เสนอให้มีการแต่งตั้งบุคคลหนึ่งในสามรายที่ชำระค่ารักษาพยาบาลแทนตน เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ตามคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 การกระทำของนายณัฏฐ์ชนน จึงเป็นการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใดนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย”
เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวต่อว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติดังนี้ การกระทำของนายณัฏฐ์ชนน มีมูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และมีมูลความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นพร้อมสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และให้เสนอเรื่องกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อศาลฎีกา เพื่อวินิจฉัยตามฐานความผิดดังกล่าวประกอบระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 แล้วแต่กรณีต่อไป
สำหรับนายณัฏฐ์ชนน ปัจจุบันเป็น สส.เขต 7 สงขลา พรรคภูมิใจไทย เป็น สส.มาแล้ว 2 สมัย โดยเอาชนะนายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์มาได้ทั้ง 2 สมัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลสั่งถอนชื่อ22ปาร์ตี้ลิสต์
“ประธาน กกต." โต้ข้อกล่าวหาสองมาตรฐาน เดินหน้าตรวจทุกเส้นเงิน "พีระพันธุ์" ฟาดเข้าข่ายผิดปกติ “แสวง” ป้อง กปน.ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วย
สุริยะซื้อเครื่องบิน30ล. หมายเรียกผู้สมัคร‘พท.’
“สุริยะ” รับซื้อเครื่องบินจาก “เบน สมิธ” ในราคาแค่ 30 ล้านบาท ส่วนราคาที่เหลือญาติร่วมลงขัน “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดจี้ ป.ป.ช.-กกต.สอบด่วน เพื่อไทยฉาวซ้ำ ตร.ออกหมายเรียกผู้สมัคร สส.
‘ในหลวง’ทรงห่วง กำลังพลชายแดน ลุยบูรณะปราสาท
“ในหลวง” ทรงห่วงใยกำลังพลปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศชายแดนไทย-กัมพูชา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทาน ส่งมอบกำลังใจและความห่วงใย “มทภ.2” ลั่นกองทัพ
บี้ กกต. สอบ 'สุริยะ' ใช้เครื่องบินหาเสียง ส่อในทางมิชอบหรือไม่
'เรืองไกร' ร้อง กกต. สอบ 'สุริยะ' ใช้เครื่องบินหาเสียงในทางมิชอบหรือไม่ ส่อฝ่าฝืนกม.เลือกตั้ง มาตรา 73 พร้อมชง ป.ป.ช. เช็กอีกทาง
ทบ.เตือนเขมร ทหารเสียวินัย! ยิงระเบิด40มม.
กัมพูชายิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทยพื้นที่กันทรลักษ์ อ้างกำลังพลชุดใหม่เสียวินัย
แนะฝ่ายอนุรักษ์เร่งรวมเสียงตั้งรบ.
นักวิชาการวิเคราะห์เลือกตั้งโค้งสุดท้าย "ภูมิใจไทย-อนุทิน" ครบเครื่อง

