จ่อฟันผู้ต้องหาตุนน้ำมัน กองทุนเอาคืน6หมื่นล้าน

“ยุติธรรม-พลังงาน-ตร.-ดีเอสไอ-ศรชล.” แถลงขบวนการกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมัน  จ่อเรียกให้ปากคำสัปดาห์หน้า “รมว.ยธ.” ขึงขังไม่มีไอ้โม่งจะมีแต่ผู้ต้องหา “เอกนัฏ” ขู่ฟันพ่อค้าที่เอาเงินกองทุนน้ำมัน 6 หมื่นล้านที่ช่วยเหลือ ปชช.กลับคืน แพลมข่าวดีอีกไม่กี่วันอาจลดราคา ผงะ! ตำรวจเปิดตัวเลข 6 บริษัทมีดีเซลตุนเฉียด 30 ล้านลิตรก่อนวันขึ้นราคาพรวด “ศรชล.” แจงยิบพฤติกรรมเรือ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน, นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ และเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และ  พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมแถลงผลการแก้ไขปัญหาและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มี.ค.2569

โดย พล.ต.อ.ธัชชัยแถลงว่า ตำรวจทั่วประเทศมอนิเตอร์สถานีบริการน้ำมันทุกวันถึงสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมัน ในห้วงวันที่ 21-25 มี.ค. พบความผิดปกติ 3 ส่วน คือ 1.คลังน้ำมันผู้ประกอบการน้ำมัน มาตรา 7 (ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่) จำนวน 3 แห่ง, มาตรา 10 (จ๊อบเบอร์) 2 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำมันจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีการจ่ายออกไป หรือจ่ายน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยมีมา 2.การขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นทางเรือมีความล่าช้ากว่าปกติ มีเรือหลายลำมีพฤติการณ์ไปจอดลอยลำเพื่อรอเวลาให้ราคาน้ำมันขึ้นก่อนส่งให้คลังน้ำมันจุดหมายปลายทาง เป็นปริมาณน้ำมัน 7.9 ล้านลิตร และ 3.การขนส่งน้ำมันทางบกจากคลังไปปั๊มน้ำมัน มีไม่ระบุจุดหมายปลายทาง จำนวน 662 เที่ยว น้ำมันปริมาณ 2,137,900 ลิตร และยังพบมีการลักลอบส่งไม่ตรงเป้าหมายปลายทางที่กำหนดไว้ ออกนอกเส้นทาง หรือปิด GPS จำนวน 15 เที่ยว น้ำมันปริมาณ 148,000 ลิตร ส่งผลให้น้ำมันหน้าปั๊มขาดแคลน

 “ค่าเฉลี่ยของการจ่ายน้ำมันของคลังน้ำมันมีค่าเฉลี่ยวันละ 2 ล้านลิตร ระหว่างวันที่ 21-24 มี.ค. มีการจ่ายน้ำมันปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตามปกติ จากนั้นวันที่ 25 มี.ค.ก็จ่ายน้ำมันสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากวันที่ 26 มี.ค. ประกาศปรับราคาน้ำมันขึ้นลิตรละ 6 บาท ซึ่งคลังน้ำมัน 3 แห่งมีน้ำมันจำนวนมากที่สามารถจ่ายให้ปั๊มน้ำมันได้แต่กลับไม่จ่าย จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในการดำเนินการต่อไป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543

พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการกับคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง ซึ่งพาณิชย์จังหวัดได้ไปแจ้งความแล้ว และดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษต่อไป ส่วนใน จ.ตาก พบการลักลอบส่งออกน้ำมัน 40,000 ลิตร ไปนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต  และ จ.นครสวรรค์ พบการลักลอบกักตุนและขนถ่ายไม่เป็นไปตามจุดหมายปลายทาง ซึ่ง สตช.จะไปตรวจสอบบผู้ค้าน้ำมันมาตรา 10 และมาตรา 7 ทั่วประเทศ ว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่

               ด้าน พล.ต.ท.นพศิลป์กล่าวว่า ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทุกมิติ ทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร โดยมีทั้งเอกสารจากโรงกลั่น 6 โรง คลังน้ำมัน 92 แห่ง ข้อมูลรถขนน้ำมัน 11,067 คัน ซึ่งติดตั้ง GPS บริษัทจ๊อบเบอร์ 245 แห่ง ปั๊มน้ำมัน 24,556 แห่ง และปั๊มน้ำมันปิดบริการ 187 แห่ง ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งหมดทำให้เกิดสมมุติฐาน 3 ข้อ คือ 1.รถขนส่งน้ำมันที่รับจากคลังน้ำมันแต่ไม่ไปที่ปั๊ม 2.คลังน้ำมันรายงานเท็จว่าไม่มีการรับน้ำมันในห้วงเดือน มี.ค. ทั้งๆ ที่รถขนน้ำมันของตนเองยังวิ่งไปรับที่คลังน้ำมันแล้วนำมาเก็บไว้ที่คลังของตนเองตามปกติ และ 3.ประวิงเวลาการจ่ายน้ำมัน ช่วงวันที่ 20-25 มี.ค. พบว่ายังมีน้ำมันอยู่ในคลัง

“จากการตรวจสอบพบว่ามีการใช้ไฟฟ้าของคลังน้ำมันผิดปกติ ก่อนประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ทำให้วันที่ 8 เม.ย. เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบคลังน้ำมัน 4 จุด จ.ขอนแก่น จ.ระยอง จ.สมุทรสาคร  และ จ.ปทุมธานี พบความผิดปกติ 3 แห่ง คือ 1.กรณีรับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม ซึ่งได้สอบบริษัทจ๊อบเบอร์และมีสถานีบริการน้ำมันเป็นของตัวเองที่ จ.ขอนแก่น พบพฤติการณ์ว่าบริษัทนำรถขนน้ำมันของตัวเองไปรับน้ำมันที่คลังน้ำมัน แต่ไม่ไปส่งน้ำมันปลายทางที่ระบุไว้ตามใบกำกับการขนส่ง แต่ใช้วิธีการถ่ายน้ำมันจากรถสู่รถ แล้วเก็บไว้ที่ถังของรถแทน ซึ่งปัจจุบันพลังงานจังหวัดขอนแก่นไปแจ้งความเอาผิดกับบริษัทในฐานะนิติบุคคล และกรรมการบริษัท รวมถึงหุ้นส่วนแล้ว”

6 บริษัทน้ำมันตุนดีเซลอื้อ

2.กรณีเข้าตรวจคลังน้ำมันและเป็นผู้ค้าน้ำมัน ใน อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง พบว่ามีการจำหน่ายน้ำมัน (เตา) โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีถังเก็บเกิน 2 แสนลิตร ซึ่งผู้ขายต้องจดทะเบียน เป็นผู้ค้าน้ำมันตาม ม.10 ซึ่งบริษัทเคยจดทะเบียนมาแล้ว แต่ยกเลิกแล้วไม่ได้จดใหม่ แต่ยังมีถังเก็บน้ำมันอยู่ รวมทั้งยังใช้รถขนส่งน้ำมันของบริษัทตัวเองไปรับน้ำมันที่ จ.สระบุรี ซึ่งรับจ้างการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่ได้จดทะเบียน โดยพลังงานจังหวัดระยองแจ้งความเอาผิดแล้วเช่นกัน

3.กรณีการตรวจสอบคลังน้ำมันที่เป็นจ๊อบเบอร์ใน จ.สมุทรสาคร พบว่ามีถังเก็บน้ำมันดีเซล 4 หมื่นลิตร พร้อมหัวจ่าย ให้ลูกค้ามาเติม มีการเก็บเงินค่าน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต และพบว่ามีการใช้ถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว แต่ห้วงเวลาวิกฤตนำมาใช้เก็บน้ำมันดีเซล รวมถึงพบว่ามีการถ่ายเทน้ำมันโดยตรงกับรถขนน้ำมันโดยไม่เข้าเก็บในถังน้ำมัน ซึ่งขณะนี้พลังงานจังหวัดสมุทรสาครไปแจ้งข้อกล่าวหาเอาผิดแล้ว

สำหรับการประวิงเวลาการจ่ายน้ำมัน จากการเข้าตรวจสอบบริษัทท่อส่งน้ำมันและเป็นคลังเก็บน้ำมัน จ.ปทุมธานี พบว่าบริษัทท่อส่งปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ค้า ซึ่งเป็นเจ้าของน้ำมันมี 6 บริษัทในการขนส่งทางท่อและคำสั่งเก็บน้ำมันเข้าคลังของปทุมธานี ซึ่งพบการใช้ไฟฟ้าผิดปกติ ในช่วงก่อนการและหลังการประกาศราคาน้ำมันขึ้นวันที่ 26 มี.ค. อีกทั้งยังพบบัญชีน้ำมันดีเซลที่เป็นผู้ค้าเจ้าของน้ำมัน 6 บริษัท คงเหลืออยู่ในคลังแบบพร้อมจ่าย ณ วันที่ 25 มี.ค. รวม 29.4 ล้านลิตร โดยบริษัทที่ 1 มีโรงกลั่นของตัวเองมีน้ำมันคงคลัง 6,391,203 ลิตร, บริษัทที่ 2 มีโรงกลั่นของตัวเองมีน้ำมันคงคลังอยู่ 11,148,842 ลิตร, บริษัทที่ 3 ไม่มีโรงกลั่นในไทย มีน้ำมันคงคลังอยู่ 2,290,082 ลิตร, บริษัทที่ 4 มีน้ำมันคงคลังอยู่ 5,236,657 ลิตร, บริษัทที่ 5 ไม่มีโรงกลั่นเป็นของตัวเอง มีน้ำมันคงคลัง 295,867ลิตร และบริษัทที่ 6 มีโรงกลั่นของตัวเอง มีน้ำมันคงคลัง 4,054,172 ลิตร

 “การประวิงเวลาของบริษัทลำลูกกาแห่งนี้ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในออกหนังสือแจ้งให้เจ้าของน้ำมันทั้ง 6 บริษัท มาชี้แจงข้อมูลว่าทำไมถึงมีน้ำมันคงคลังเหลืออยู่ในวันที่ 25 มี.ค. ทั้งนี้ ชุดสืบสวนจะดำเนินคดีตามพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งหากพบว่ามีความเชื่อมโยงไปยังบุคคลใดทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ จะดำเนินคดีอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมจนถึงที่สุด” พล.ต.ท.นพศิลป์ระบุ

ศรชล.แจงยิบพฤติกรรมเรือ

  ส่วน พล.ร.อ.ธาดาวุธกล่าวว่า ช่วงเกิดวิกฤตกักตุนน้ำมัน ศรชล.พบพฤติกรรมเรือ 99 เที่ยวเรือ มีความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือ คือเดินเรือล่าช้า 1 วัน (14 เที่ยวเรือ) และเดินเรือล่าช้า 2 วัน (6 เที่ยวเรือ) มีการปิดระบบ AIS (automatic identification system) 10 เที่ยวเรือ และพบพฤติกรรมเรือลอยลำประชิดกันในทะเล 2 เที่ยวเรือ และมีการเดินเรือในลักษณะประวิงเวลา 8 เที่ยวเรือ ซึ่งข้อมูลนี้ได้ส่งให้ดีเอสไอแล้ว ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ลักลอบขนส่งน้ำมันทางทะเลไปยังกัมพูชา รายละเอียดการจับกุมและปริมาณน้ำมันไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ 59/2569 โดยมีการแต่งตั้งคณะพนักงานดีเอสไอร่วมกับ สตช.และ ศรชล.ตรวจสอบ 6 โรงกลั่นภาคตะวันออกที่เรือน้ำมันลำเลียงส่ง จ.สุราษฎร์ธานี พบความผิดปกติ 2 ประการ 1.พฤติกรรมเรือต้องสงสัย และ 2.ปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ จากการตรวจสอบเอกสารแบบ น.ม.9 และ น.ม.10 พบว่ามีการแก้ไขวันที่เรือออกเดินทางจากเดือน ก.พ.เป็นเดือน มี.ค. ทำให้ระยะเวลาขนส่งจากชลบุรีไปสุราษฎร์ธานีที่ควรใช้เวลาเพียง 1 วัน กลายเป็น 1 เดือน ที่สำคัญยังพบเรือจำนวน 22 เที่ยวเรือ (จากเรือ 15 ลำ) ที่มีปริมาณน้ำมันปลายทางมากกว่าปริมาณน้ำมันที่รับจากโรงกลั่นต้นทาง ซึ่งในความเป็นจริงน้ำมันย่อมต้องมีการระเหยและลดลงระหว่างการขนส่ง

 “ส่วนปริมาณน้ำมันหายที่ จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 60 ล้านลิตร ไม่สามารถยืนยันจำนวนตัวเลขได้ชัดเจน เพราะยังมีเอกสารของหน่วยงานราชการที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ต้องการเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังส่งให้ไม่ครบถ้วน จะดำเนินการเร่งติดตามและนำมาวิเคราะห์พฤติการณ์การกระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป โดยจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลที่ดีเอสไอภายในสัปดาห์หน้า” พ.ต.ต.ยุทธนาระบุ

เอกนัฏขู่เอาคืน 6 หมื่นล้าน

นายเอกนัฏกล่าวว่า ในช่วงเดือน มี.ค.ที่เกิดวิกฤตมีการกลั่นน้ำมันมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 แต่ได้รับแจ้งว่าปั๊มน้ำมันถูกลดโควตา แสดงให้เห็นว่าน่าจะมีการกักตุนเก็งกำไร ด้วยการซื้อน้ำมันในราคาเก่าที่ถูกเพื่อเก็บและไปรอขายในราคาใหม่ที่แพงกว่า โดยในช่วงเดือน มี.ค.ได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยกว่า 60,000 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ในราคาถูก แต่เงินชดเชยจำนวนนี้กลับไปชดเชยให้ผู้ค้าให้ได้รับกำไรมากกว่าที่ควร ดังนั้น กระทรวงพลังงานได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลังน้ำมันทั้งหมด รวมถึงเรียกเก็บข้อมูลปริมาณน้ำมันทั้งปริมาณที่มีอยู่ ปริมาณที่รับ และปริมาณที่จ่ายออกทุกวัน ทำให้กองทุนเสียหายแทนที่ 60,000 ล้านบาท จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลง แต่กลับไปเป็นรายได้ที่ไม่ควรได้ของผู้ค้า ทางกองทุนจะเรียกค่าเสียหายกลับคืนมา

 “ขณะนี้การผลิตน้ำมันกลับสู่ปริมาณปกติ และปรับอัตรการอุดหนุนกองทุนน้ำมันให้ขาดทุนต่อวันลดลงได้ จากที่เคยขาดทุนกว่า 2,000 ล้านบาท/วัน เหลือขาดทุนประมาณ 100 ล้านบาท/วัน หากราคาตลาดลดลงอีกก็จะลดราคาหน้าปั๊มลงได้ โดยอีกไม่กี่วันจะตรวจสอบข้อมูลราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อพิจารณาว่าจะลดราคาลงอีกได้หรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ปรับลดค่ากลั่นลง 2 บาท” นายเอกนัฏกล่าว

 เมื่อถามว่า พฤติกรรมการประวิงเวลาของเรือขนส่งน้ำมันส่อว่าผู้ประกอบการรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการขึ้นราคาน้ำมันในวันที่ 25 มี.ค.หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า จากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีการอุดหนุนราคาน้ำมันในราคาสูง ผู้ค้าย่อมเล็งเห็นหรือคาดการณ์ได้ ดังนั้นแทนที่จะขายวันนี้เป็นอีกวัน เพราะเขาคาดการณ์ได้ว่าราคาจะขึ้น

  นายประเสริฐกล่าวถึงความผิดต่างๆ ว่า นอกจากจะผิดตาม พ.ร.บ.สินค้าและบริการ และความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีอัตราโทษไม่สูง แต่พฤติการณ์ยังเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.ป้องกันและแก้ไขภาวะการขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปี ถือว่าเป็นโทษหนักและสูง และถ้าไปเกี่ยวข้องกับการขนน้ำไปยังกัมพูชา ก็จะผิดตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงด้วย ซึ่งเราต้องไปตรวจสอบ

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว ในส่วนของการปราบปรามและการดำเนินคดี จะมีแผนประทุษกรรมหลายรูปแบบทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งจะใช้แนวทางมาตรการตรวจสอบเดียวกัน  92 คลังน้ำมัน 245 จ๊อบเบอร์ 24,556 สถานีบริการ ซึ่งคณะกรรมการคดีพิเศษได้รับคดีที่เกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว 3 คดี แนวทางการสอบสวนบางเรื่องมีการต้องข้อสังเกตที่ต้องไปสอบสวนในเชิงลึก เช่น คดีที่อ่างทอง ต้องไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันและการได้มาของน้ำมัน ยืนยันได้ว่าจากนี้จะไม่มีไอ้โม่ง จะมีแต่ผู้ต้องหา

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย.2569  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ซึ่งได้เดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดสุโขทัย ได้เข้าสำรวจสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ พร้อมตรวจสอบปริมาณสต๊อกน้ำมัน การกระจายเชื้อเพลิง และความพร้อมในการให้บริการ  โดยได้พูดคุยสอบถามผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากหน้างานโดยตรง.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ

การยุติสงครามมีความจริงจังมากขึ้น สหรัฐกำลังหารือเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพรอบที่สองกับอิหร่านในปากีสถาน