ปชป.เปิดตัวคนชิงผู้ว่าฯ15พ.ค.

โฆษก กทม.บอก “ชัชชาติ” ยังไม่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สก. เพราะยังอยู่ในวาระ ต้องคงไว้ซึ่งความเหมาะสม-เป็นกลาง “เท้ง” ยัน 5 เดือน 5  รู้แน่ใครตัวแทน ยึกยักข่าวทาบทาม “ชัชชาติ” ลงชิง “สกลธี” บอก ปชป.ส่งแน่เป็นผู้ชาย เปิดตัว 15 พ.ค.นี้ “คมสัน” ก็เสนอเป็นตัวเลือก

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีภาพในโซเชียลมีเดีย ที่ผู้สนใจลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ของกรุงเทพฯ ทยอยเปิดตัว และใช้ภาพโทนสีตัวหนังสือเป็นสีเขียวคล้ายกับทีมงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ว่า ขณะนี้นายชัชชาติยังอยู่ในวาระการดำรงตำแหน่ง และไม่เคยประกาศให้การสนับสนุนผู้สมัคร สก.รายใด เพื่อคงไว้ซึ่งความเหมาะสม ความเป็นกลาง และไม่เลือกข้าง ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.

“ขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้นำชื่อหรือภาพของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการหาเสียง และเพื่อป้องกันความสับสน ขอความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชน ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านเพจทางการ ได้แก่ เพจเฟซบุ๊กชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และเพจทีมชัชชาติ ซึ่งจะเป็นช่องทางเผยแพร่ความเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการต่อไป”

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการเปิดแคมเปญในการเปิดตัวผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค หลังยิงโฆษณาทั่วกรุงเทพฯ ในสโลแกนกรุงเทพฯ ง่ายๆ ว่า จะเปิดตัวในวันที่ 5 เดือน 5 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เวลา 17.00 น. โดยคุณสมบัติบุคคลที่จะส่งลงผู้ว่าฯ กทม. จะเป็นคนที่เลือกอยู่ข้างประชาชน และผู้บริหารต้องมีคุณสมบัติพร้อมทำงาน เนื่องจากต้องเจอกับข้อจำกัดด้านสภาพทางการเมือง ที่ก่อนหน้านี้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ ซึ่งคุณสมบัติขั้นต่ำของทีมผู้ว่าฯ กทม. คือจะต้องเลือกอยู่ข้างประชาชนและใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส

เมื่อถามว่า นายชัชชาติประกาศลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย พรรค ปชน.มั่นใจแค่ไหน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มั่นใจในทีมผู้ว่าฯ กทม.และ สก. และยังมี สส. 33 เขตของพรรคสนับสนุนผลักดันวาระ กทม.ให้ก้าวหน้าได้ โดยย้ำว่าขอให้เลือกพรรค ปชน.ทั้งผู้ว่าฯ และทีม สก.จากพรรค

 “ผมก็ชื่นชมการทำงานของอาจารย์ชัชชาติ แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างอีกหลายอย่างใน กทม.ต้องอาศัยการแท็กทีมที่เข้มแข็ง สนามการเมืองท้องถิ่นมีบริบทการต่อรอง การผลักดันหลายอย่าง และนโยบายท้องถิ่นต้องอาศัยการออกข้อบัญญัติและงบประมาณปีละเป็นแสนล้าน ให้ผ่านสภาที่มีความโปร่งใสมากที่สุด บางทีการที่เราไม่ได้แท็กทีมมา เชื่อว่าคน กทม.เห็นว่าสีไหนเป็นตัวจริง โดยเฉพาะพรรคประชาชนสีส้ม เชื่อมั่นว่าเรามีจุดตั้งต้นทางการเมืองที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา” นายณัฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามถึงการทาบทามนายชัชชาติมาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ ของพรรค ปชน. มีข้อเท็จจริงอย่างไร นายณัฐพงษ์เลี่ยงที่จะตอบคำถามตรงๆ แต่ชี้แจงว่า ไม่มีการดีลกัน แต่การพูดคุยกันเบื้องหลังหรือนอกรอบก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งทั้ง สส.และ สก.ก็พูดคุยงานทั้งภายในพรรคเดียวกันและต่างพรรค  การพูดคุยกับทีมผู้ว่าฯ ก็เป็นเรื่องปกติในการแก้ไขปัญหาให้กับชาว กทม. ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีดีลทางการเมืองที่จะไปต่อรองผลประโยชน์

 “มันเป็นการคุยกันในเรื่องเอาวาระประชาชนเป็นตัวตั้งในการแก้ไขปัญหา แต่ในสนามเลือกตั้งไม่มีการดีลหรือต่อรองใดๆ จะแบ่งโมเดลหรือแบ่งพื้นที่การเลือกตั้งไม่มีการพูดคุยแบบนั้นอยู่แล้ว”  นายณัฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มีการทาบทามนายชัชชาติมาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ ของพรรคจริงๆ ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มันอยู่ที่เสียงของประชาชนเป็นคนตัดสิน และยอมรับว่าในมุมมองของคน  กทม. หลายคนอาจตัดสินใจยาก เชื่อว่าแต่ละคนที่ถูกเสนอมาเป็นตัวเลือกก็จะเสนอสิ่งที่ดีที่สุด

ขณะที่ นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ  และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า พรรคได้บุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.แล้ว แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นใคร เพราะยังมีกระบวนการที่ต้องไปดำเนินการอีกนิดหน่อย โดยจะเปิดตัวประมาณกลางเดือน พ.ค.

 “ไม่สามารถเปิดได้ว่าเป็นใคร อยู่แวดวงไหน  บอกไม่ได้จริงๆ บอกได้แค่ว่าเป็นผู้ชาย” นายสกลธีกล่าว

นายสกลธีกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ผู้สมัคร สก.ครบทั้ง 50 เขตแล้ว โดยการประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรควันที่ 5 พ.ค.นี้ จะอนุมัติผู้สมัครที่เหลือ และจะประชุม สก.ทั้ง 50 เขต ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่พรรค เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ และจะเปิดตัวผู้สมัคร สก. พร้อมกับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ประมาณวันที่ 15 พ.ค.เป็นต้นไป

นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล หัวหน้าพรรคพร้อมพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 3 เดือนที่เงียบหายไป คือ 3 เดือนที่ลงไปฟังเสียงที่ไม่ได้ยิน ซึ่งตนเคยเป็น  สก. ทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ทำให้เข้าใจระบบการบริหารประสานงานกับทุกฝ่าย รวมทั้งสำนักงานเขต 50 เขต ด้วยสโลแกน ถึงเวลาแล้วที่ “กรุงเทพ ต้อง Move on” ซึ่งวิสัยทัศน์ไม่ได้วิลิศมาหรา ไร้สาระเพื่อมาสร้างกระแส อยู่กับความเป็นจริง ไม่ใช่จินตนาการ วาทกรรมที่สวยหรู พูดละเมอเพ้อพกไปเรื่อย พูดแล้วทำไม่ได้ หรือทำไม่ได้อย่างที่พูด

“แม้จะเป็นเพียงนักการเมืองตัวเล็กโนเนม ไม่ได้เป็นบ้านใหญ่ ไม่ได้มีทุนหนา ไม่ได้มีพรรคการเมืองใหญ่ที่กุมอำนาจ หรือมีเครือข่ายสีเทาหนุนหลัง มีเพียงประสบการณ์ 21 ปี ที่ทำให้รู้ เข้าใจว่าจะต้องขับเคลื่อนอย่างไร อยากเห็นบ้านเมือง สลัดพ้นจากการเมืองน้ำเน่า การเมืองแบบเก่าคร่ำครึเสียที โดยจะแถลงความชัดเจนเร็วๆ นี้ และหากมีโอกาสได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมทำงานร่วมทุกฝ่าย” นายคมสันระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง