
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษากรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแผนหลัก 5 ปี (2566-2570) และร่างแผนดำเนินงานประจำปี 2566 โดยมีกรรมการกองทุนฯ คณะกรรมการบริหารแผน ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สสส. เข้าร่วมกว่า 200 คน เพื่อให้เสนอแนะการดำเนินงานทั้ง 15 แผน ซึ่งเป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลของ สสส.
ศ.นพ.อุดมศิลป์ กล่าวว่า ปี 2565 นับเป็นปีแรกก้าวสู่ทศวรรษที่สามของ สสส. และเป็นครั้งแรกที่ สสส. ปรับการจัดทำแผนหลักใหม่จากเดิม 3 ปี เป็น 5 ปี ให้สอดคล้องกับแผนระดับชาติ และแผนการดำเนินงานประจำปี 2566 เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานและกลไกในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่าย โดยร่างแผนทั้ง 2 ฉบับ คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตลอดกระบวนการจัดทำแผน มีทิศทางร่วมเป็นจุดเชื่อมโยงการทำงานในภาพรวม 5 ด้าน คือ 1.ใช้ทิศทางและเป้าหมาย ระยะ 10 ปี (2565-2574) โดยกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ และคำนึงถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ 2.สร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างก้าวกระโดด 3.สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัล 4.คำนึงถึงผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด-19 และ 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ ระดับชาติ และระดับสากล

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ปรับโครงสร้างแผนเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแผนเชิงประเด็น อาทิ แผนควบคุมยาสูบ มีจุดเน้นสำคัญ อาทิ แผนควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด แผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ กลุ่มแผนเชิงพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย อาทิ แผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ แผนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว และกลุ่มแผนเชิงระบบ อาทิ แผนพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ พร้อมได้กำหนดประเด็น “Persona Health สื่อเฉพาะคุณ” เป็นวาระกลางประจำปี เพื่อขยายผลนวัตกรรมกลไกให้มีประสิทธิภาพ ตรงกับความสนใจ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพ โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและให้ข้อแนะนำต่อจุดเน้นการดำเนินงาน เป้าหมาย ตัวชี้วัด และภาพรวมการดำเนินงานแต่ละแผน ภายหลังการพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ สำนักงานจะสรุปข้อมูลและนำเสนอร่างแผนทั้ง 2 ฉบับ และจะเข้าสู่กระบวนการการพิจารณาเห็นชอบจากที่ประชุมกรรมการกองทุนฯ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ในวันที่ 18 ส.ค. ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ' สสส. สานพลัง จ.ระยอง-RILA-อาศรมศิลป์ สร้างพื้นที่สุขภาวะต้นแบบเด็ก สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จ.ระยอง (RILA) สถาบันอาศรมศิลป์ และภาคีเครือข่าย นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ต้นแบบการขับเคลื่อนนโยบายสู่การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะและสร้างชีวิตวิถีใหม่ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs" เพื่อติดตามผลการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ จ.ระยอง
สสส. สานพลัง มรภ.อุบลฯ-อบจ.อุบลฯ พัฒนา Community Guideline-SMART-NF เชื่อม อสม.-รพ.สต.-โรงพยาบาล สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ ลดความล่าช้าเพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (อบจ.อุบลราชธานี) และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ
วิถีธรรม วิถีไทย วิถีใหม่ยกระดับสุขภาพคนไทย
สสส. สานพลัง สธ.-มูลนิธิอุทัยสุดสุข-ภาคีเครือข่าย ยกระดับกลไก-ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง NCDs ขยายต้นแบบ 13 จังหวัด 17 อำเภอ เตรียมต่อยอดนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ระดับชาติ
ผลวิจัยชัด โรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยเซฟเด็กไทย ลดโอกาสการสูบได้จริงถึง 45%
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดงานเวทีเชิดชูเกียรติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
“ตำบลจัดการสุขภาวะ” สสส.จับมือ 3,690 อปท. ยกระดับสุขภาวะแบบเข้าถึงพื้นที่
สสส. มุ่งสร้างสุขภาวะระดับตำบล สนับสนุนชุมชนพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพตามบริบทตน ประกอบฐานข้อมูลสุขภาพท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด Health in All Policies
สุขภาวะมุสลิมไทย วิถีวะสะฏียะฮ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทุกช่วงวัย
ประชากรมุสลิมทั่วโลกปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1.6 พันล้านคน คิดเป็น 23% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านคน ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) ในประเทศไทย

