สสส. ระดมความเห็นผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ร่างแผนหลัก 5 ปี และแผนปี 66 ก่อนเสนอบอร์ดพิจารณา 18 ส.ค. นี้

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษากรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแผนหลัก 5 ปี (2566-2570) และร่างแผนดำเนินงานประจำปี 2566 โดยมีกรรมการกองทุนฯ คณะกรรมการบริหารแผน ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สสส. เข้าร่วมกว่า 200 คน เพื่อให้เสนอแนะการดำเนินงานทั้ง 15 แผน ซึ่งเป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลของ สสส.

ศ.นพ.อุดมศิลป์ กล่าวว่า ปี 2565 นับเป็นปีแรกก้าวสู่ทศวรรษที่สามของ สสส. และเป็นครั้งแรกที่ สสส. ปรับการจัดทำแผนหลักใหม่จากเดิม 3 ปี เป็น 5 ปี ให้สอดคล้องกับแผนระดับชาติ และแผนการดำเนินงานประจำปี 2566 เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานและกลไกในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่าย โดยร่างแผนทั้ง 2 ฉบับ คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตลอดกระบวนการจัดทำแผน มีทิศทางร่วมเป็นจุดเชื่อมโยงการทำงานในภาพรวม 5 ด้าน คือ 1.ใช้ทิศทางและเป้าหมาย ระยะ 10 ปี (2565-2574) โดยกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ และคำนึงถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ 2.สร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างก้าวกระโดด 3.สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัล 4.คำนึงถึงผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด-19 และ 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ ระดับชาติ และระดับสากล

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ปรับโครงสร้างแผนเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแผนเชิงประเด็น อาทิ แผนควบคุมยาสูบ มีจุดเน้นสำคัญ อาทิ แผนควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด แผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ กลุ่มแผนเชิงพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย อาทิ แผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ แผนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว และกลุ่มแผนเชิงระบบ อาทิ แผนพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ พร้อมได้กำหนดประเด็น “Persona Health สื่อเฉพาะคุณ” เป็นวาระกลางประจำปี เพื่อขยายผลนวัตกรรมกลไกให้มีประสิทธิภาพ ตรงกับความสนใจ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพ โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและให้ข้อแนะนำต่อจุดเน้นการดำเนินงาน เป้าหมาย ตัวชี้วัด และภาพรวมการดำเนินงานแต่ละแผน ภายหลังการพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ สำนักงานจะสรุปข้อมูลและนำเสนอร่างแผนทั้ง 2 ฉบับ และจะเข้าสู่กระบวนการการพิจารณาเห็นชอบจากที่ประชุมกรรมการกองทุนฯ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ในวันที่ 18 ส.ค. ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ

แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป

โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ

โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง

ไม่เข้าใจหรือตั้งใจบิดเบือน! 'เอกภพ' ซัดกลุ่มค้านแก้กฎหมายดึงภาษีบาปเข้าคลัง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" โดยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง