
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ถึงผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข โดยมี ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข และคณะเข้าร่วม
นายอนุทินกล่าวว่า สธ.ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ซึ่งระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ทรงคุณวุฒิทุกแขนงได้เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขในการกำหนดทิศทางให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศและขับเคลื่อนงานต่างๆ ให้เกิดผลชัดเจน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขในช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์โรค ดูแลผู้ป่วย จัดหาวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นและคำชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและนานาชาติ ทั้งนี้ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศจะหมดวาระตามกฎหมาย 5 ปี คือ วันที่ 14 สิงหาคม 2565 จึงต้องขอบคุณคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขที่เข้ามาทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และสร้างโมเดลในการให้บริการสุขภาพ จนเห็นการพัฒนาจำนวนมาก

นายอนุทินกล่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขชุดนี้ให้การสนับสนุน สธ.หลายเรื่อง ทั้งนโยบาย 3 หมอ โดยเห็นความสำคัญแก่ อสม. จึงมีการพิจารณาค่าตอบแทนและเปิดโอกาสเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และศักยภาพ เช่น เปิดหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล 1 ปี ปีละ 3,000 ตำแหน่ง ให้กับ อสม. ขณะนี้กำลังเปิดรุ่นที่ 2 เพื่อทำให้เป็นหมอคนแรกของประชาชน ส่วนหมอคนที่ 2 และ 3 เป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่อยู่ในโรงพยาบาล ใช้ระบบ Telemedicine ซึ่ง กสทช.ยินดีสนับสนุนสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสัญญาณแรง ระบบข้อมูลที่ดี เพื่อให้ดูแลรักษาผู้ป่วยโดยไม่ต้องเดินทาง จะเป็นจุดปฐมภูมิที่เข้มแข็งมาก หรือการเตรียมความพร้อมสังคมผู้สูงอายุ เริ่มปฏิบัติการเชิงรุก ให้ผู้ป่วยติดเตียงได้รับการดูแลให้มากที่สุด ซึ่งจะมีการพัฒนาต่อไป ขณะนี้ สปสช.ได้อนุมัติสิทธิประโยชน์ผ้าอ้อมสำหรับผู้สูงอายุติดเตียงวันละ 3 ผืน เพื่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดภาระผู้ดูแล และประเทศไทยได้รับอนุมัติจากประชาคมอาเซียนให้ตั้งศูนย์ผู้สูงอายุแห่งอาเซียน อยู่ในกระบวนการลงนามสนธิสัญญากับประเทศสมาชิก เป็นต้น

ทั้งนี้ ศ.คลินิก นพ.อุดม ได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จดังกล่าวว่า ตนได้มารายงานผลสำเร็จของการดำเนินงานปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ซึ่งจะครบวาระ 5 ปีตาม พ.ร.บ. โดยต้องเรียนว่าปัจจัยความสำเร็จ 2 อย่างคือ 1.ความร่วมมือจากทุกฝ่ายส่วน ทุกกระทรวง ที่มีสธ.เป็นหน่วยงานหลัก และ 2. ความเป็นผู้นำ ซึ่งไม่ได้ชื่นชมเพราะว่าท่านรองนายกฯ ยืนอยู่ข้างๆ แต่หากไม่ได้รมว.สาธารณสุขที่เข้าใจ และทุ่มเทเช่นนี้ ทุกอย่างจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ฉะนั้น ท่านรองนายกฯ ได้มาดูแล สนับสนุนการทำงานทุกมิติอย่างมาก ทำให้ทุกอย่างเคลื่อนออกไป เห็นผลสัมฤทธิ์ในรูปธรรมไม่ใช่กระดาษ ร่วมกับ ความเป็นผู้นำของผู้บริหารสธ.ทุกระดับไปจนถึงทุกภาคส่วน
“ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธรรมงานอย่างพลิกโฉม(Game Changer) และอีกอย่างคือไปช่วยหน่วยงานที่ทำอยู่แล้ว ยกระดับการทำงาน เร่งรัดให้เกิดผลสำเร็จขึ้น โดยตัวอย่างความสำเร็จ เช่น การปฏิรูปการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่ ก็มีการปฏิรูประบบปฐมภูมิใน กทม. ซึ่งช่วงโควิดเราจะเห็นปัญหาใน กทม.มาก เพราะไม่มีระบบปฐมภูมิปะทะข้างหน้า ซึ่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม.รับไปแล้ว มีการทำแซนด์บ็อกซ์ 2 แห่ง คือ ราชพิพัฒน์โมเดล และดุสิตโมเดล” ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าว
ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) และหน่วยงานต่างๆ มาร่วมกันเชื่อมโยง ก็จะตอบสนองงาน 30 บาทรักษาทุกที่ เพราะอย่างผู้ป่วยอยู่ รพ.ต้นสังกัดแห่งหนึ่ง เมื่อไปรักษาที่หนึ่งก็จะไม่มีทางหาข้อมูลเก่าได้ ถ้าเชื่อมข้อมูลกัน อย่างอยู่บุรีรัมย์ไปเชียงใหม่ก็มีข้อมูลดึงได้ทันที รักษาเสร็จส่งข้อมูลกลับต้นสังกัด ซึ่งการเสนอตั้งหน่วยงานกลางระดับชาติด้านสุขภาพดิจิทัล รองนายกฯ เห็นชอบแล้ว กำลังเสนอนายกฯ เข้า ครม. ส่วนการจัดทำเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพดิจิทัล กสทช.ก็สนับสนุนงบประมาณ 4 พันล้านบาทในการดำเนินงาน หรือ การดูแลโรคไม่ติดต่อ ก็เกิด Healthy Workplace Policy ให้ทุกสถานประกอบการในระบบ HR ต้องมี Chief Health Officer ที่ต้องรู้ข้อมูลสุขภาพพนักงาน เช่น กี่คนเป็นเบาหวาน ความดัน ติดตามดูผลตรวจสุขภาพ เพื่อลดการเจ็บป่วย ไม่ใช่ทำงานแล้วเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ทั้งที่เป็นวัยทำงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โรม' ติงนายกฯ หัดใจกว้าง เก่งกับพวกทุจริตให้เหมือนกับคนตรวจสอบท่านด้วย
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมยื่นฟ้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่มายื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.ให้กับวิปฝ่ายค้านพร้อมเปิดชื่อนายกรัฐมนตรี และนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ว่า นายกฯ และพรรคการเมืองที่เป็นต้นสังกัด คือพรรคภูมิใจไทยควรใจกว้าง
'ไอติม' ย้อน 'ศุภชัย' ทำไมไม่ร้อง กกต. หลังบอกพรรค ปชน. จัดตั้ง สว.สีส้ม ชี้ไม่เหมือน 'ฮั้ว สว.' ผิดกม.ชัดเจน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยจ่อฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน
'ศุภชัย' ซัด 'ไอลอว์-ธนาธร-พรรคส้ม' กลุ่มก้อนเดียวกันร่วมมือจัดตั้ง สว.ประชาชน จนเข้าสภาได้บางส่วน
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงถึงกรณีที่กลุ่มไอลอว์ ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย รัฐมนตรี สส.พรรคภูมิใจไทย รวม 9 คน กรณีที่ส่อว่ามีพฤติกรรมที่ทำให้การเลือกสว.
นายกฯ ถึง สตช.จับตาเคาะชื่อ ผบ.ตร.คนที่ 16
นายกฯ ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติลุ้นเคาะชื่อ ผบ.ตร.คนที่ 16
'อนุทิน' สั่งทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายกฯ ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังพบยายหมดสติ-ชาวบ้านเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ระหว่างเดินทางไปยืนยันสิทธิ์
นายกฯ ยังเดินหน้าเจรจาสันติสุขแม้มีเหตุคาร์บอมบ์!
'นายกฯ' รับทราบเหตุคาร์บอมบ์นราธิวาส บอกเกิดจากหลายสาเหตุ ย้ำทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ย้ำเดินหน้าเจรจาสันติสุขชายแดนใต้

