สานพลังสร้าง SMART Rider วินมอเตอร์ไซค์.. ขับขี่ปลอดภัย

อาชีพวินมอเตอร์ไซค์ส่งผู้คนถึงที่หมาย ไรเดอร์ส่งของเป็นอาชีพสุจริตส่งเสริมรายได้เลี้ยงดูครอบครัว แต่ขณะเดียวกันก็เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากต้องเร่งรีบในการทำรอบให้ทันเวลา การส่งงานให้รวดเร็ว มีโอกาสสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต บาดเจ็บ ..ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดความสูญเสีย ครอบครัวล่มสลาย โอกาสไปต่อลำบาก  โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นสูญเสียโอกาสทั้งๆ ที่เป็นความหวังของทุกคนในครอบครัว

การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ ขับขี่ปลอดภัย จึงเป็นทางเลือกและทางออกที่หลายฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน โดยเมื่อกลางเดือนมกราคมศกนี้ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย (มนป.)  ร่วมกับ สสส., โรงเรียนทักษะพิพัฒน์, บริษัท โดยเอสซีจี สกิลส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด, ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร (ศปถ.กทม.), บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด, ผู้แทนกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างและไรเดอร์และภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าว “ความร่วมมือเพื่อสร้างการขับขี่ที่ปลอดภัยในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์” ที่ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร และประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์ กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของอาชีพใหม่ๆ ในการตอบสนองการดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่ หนึ่งในนั้นคือรถจักรยานยนต์รับส่งอาหาร หรือไรเดอร์  (Rider) ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วยคือ การเกิดอุบัติเหตุทางถนน  ข้อมูลศูนย์วิจัย ธ.กสิกรไทยแจงตัวเลขการบริการ Food  Delivery ก่อนโควิดจำนวน 35-45 ล้านครั้ง ปี 2564 การสั่งอาหารเพิ่มขึ้น 120 ล้านครั้ง มากขึ้นถึง 3 เท่าตัวในเวลา 2 ปี

“กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างและรับส่งอาหารมีพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ การขับขี่ที่ต้องรีบเร่งทำรอบในการรับส่งอาหารให้ทันตามความต้องการของลูกค้า การดูหน้าจอโทรศัพท์ขณะขับขี่ การไม่ชินเส้นทาง สภาพอากาศ และความเหนื่อยล้า รวมถึงเกิดจากพฤติกรรมขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย ขาดทักษะขับขี่เชิงป้องกันอุบัติเหตุ โดยเฉพาะทักษะคาดการณ์ประเมินความเสี่ยงเมื่อขับขี่ที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุ และสภาพแวดล้อมทางกายภาพต่างๆ ถึงเวลาแล้วที่ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน แพลตฟอร์มต่างๆ และภาคประชาสังคม ในการยกระดับการทำงานสู่กลไกการขับเคลื่อน โดยมีอนุกรรมการด้านการจัดการความปลอดภัย ภายใต้ ศปถ.กทม.ขับเคลื่อนความปลอดภัยในการประกอบอาชีพ มีระบบข้อมูลที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงของอุบัติเหตุ ตลอดจนจัดให้มีการเรียนรู้เรื่องทักษะขับขี่ที่ปลอดภัย รวมถึงสื่อสารสาธารณะในเรื่องความเสี่ยง เพื่อเผยแพร่ความรู้การขับขี่ที่ปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์” นายณรงค์กล่าว

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า เราต้องร่วมกันสานพลังการสร้างความตระหนักรู้  เมื่อวินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์เกิดอุบัติเหตุ 58% เป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อพลาดเกิดความสูญเสีย “ล้มคนเดียว ล้มทั้งครอบครัว” หลายครอบครัวประสบปัญหาต้องลาออกจากงานเพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน  ชวนผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อกให้เต็มท้องถนน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในกลุ่มไรเดอร์ วินมอเตอร์ไซค์อย่างแท้จริง

ขอเชิญชวนพี่วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ เป็นต้นแบบสุภาพบุรุษบนท้องถนน ขับขี่รถปลอดภัยด้วยการสวมหมวกกันน็อก ร่วมมือบูรณาการสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่รถรับจ้าง รร.ทักษะพิพัฒน์ร่วมดำเนินการกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัทกลางผู้ประสบภัยและ สสส.”

น.ส.รุ่งอรุณกล่าวพร้อมย้ำด้วยว่า สสส.ตระหนักถึงอุบัติเหตุในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและไรเดอร์ จึงได้ขับเคลื่อนการดำเนินงาน ได้แก่ 1.แผนขับเคลื่อนการจัดการความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มรถจักรยานยนต์ ผ่านยุทธศาสตร์ไตรพลัง ร่วมกับภาคีเครือข่าย 2.จัดการระบบสารสนเทศ เครื่องมือความรอบรู้เฉพาะสุขภาพ (Persona  Health) นวัตกรรมกลไกสู่การดูแลสุขภาพในยุคดิจิทัล โดยใช้ AI มาวิเคราะห์ ประมวลผลความแตกต่างในแต่ละบุคคล 3.นโยบายและแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์

อาทิ สนับสนุนโครงการสืบสวนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในเชิงลึก สนับสนุนโครงการหน่วยเฝ้าระวังและสะท้อนสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน สร้างการขับขี่ที่ปลอดภัยในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์ สนับสนุนแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.) เพื่อมุ่งให้เกิดการสวมหมวกนิรภัย 100% ลดความเสี่ยง ลดการเจ็บตายจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการร่วมผนึกกำลังกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการ/ธุรกิจรับส่งอาหาร ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการทำงาน เนื่องจากการใช้ความเร็ว ใช้โทรศัพท์ดูแผนที่ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะการขับขี่เชิงป้องกัน การเฝ้าระวังและสะท้อนความเสี่ยง รวมถึงการจัดการระบบข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ แบบแผนการเกิดอุบัติเหตุ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร (ศปถ.กทม.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงาน ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน นอกจากนี้ยังเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงบทบาท และแผนการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน  เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการ เกาะติด และแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและไรเดอร์ต่อไป

นายชลัช วงศ์สงวน ผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย บ.เอสซีจี สกิลส์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า ด้วยค่านิยมขององค์กรเอสซีจีตระหนักเรื่องความปลอดภัย ขับรถส่งสินค้าไม่ให้ใช้มือถือ ต้องมีการวางแผนขนส่งตั้งแต่ต้นทาง หากจำเป็นต้องใช้มือถือต้องหาที่จอดรถ  ขณะนี้เอสซีจีมีรถบรรทุก 1.4 หมื่นคันเพื่อส่งสินค้าทั่วประเทศ มีรถมอเตอร์ไซค์อีกจำนวนหนึ่ง มี รร.ทักษะพิพัฒน์ให้ความรู้พัฒนาทักษะให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย หากศึกษาบริษัทญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างวินัย ภาครัฐมีมาตรการลดภาษีให้ภาคเอกชนเมื่อสร้างความปลอดภัย.

***

ภาพรวมสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย

ในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์

ร้อยละ 30 ไรเดอร์ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงาน

ร้อยละ 40 เป็นการบาดเจ็บสาหัส บางรายถึงขั้นเสียชีวิต ร้อยละ 65.96 ของไรเดอร์ เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 1-4 ครั้ง  ร้อยละ 17.72 เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 5-10 ครั้ง

ร้อยละ 6.79% เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 11-16 ครั้ง 

ร้อยละ 3.62% เกิดอุบัติเหตุ มากกว่า 16 ครั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี  

“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ

ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง