ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ส่งผลให้มีน้ำบ่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มมากขึ้น กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำทางตอนบนด้วยการเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด ส่วนในพื้นที่ตอนกลางได้มีการหน่วงน้ำไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำและแก้มลิงธรรมชาติต่างๆ โดยปริมาณที่เหลือจะไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา ทำให้ปัจจุบัน (6 ต.ค. 67) เมื่อเวลา 06.00 น. ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,383 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก่อนจะไหลงไปสมทบกับน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง และไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นตามลำดับ กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ในอัตรา ไม่เกิน 2,400 ลบ.ม./วินาที ทำให้บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ คลองบางบาล แม่น้ำน้อย ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คลองโผงเผง วัดไชโย อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง วัดสิงห์ วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรี อำเภอเมือง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ตำบลโพนางดำ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีระดับเพิ่มสูงขึ้น จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในระยะนี้อย่างใกล้ชิด
ในส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่สถานีวัดน้ำ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ยอยู่ที่ 1,865 ลบ.ม/วินาที ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าว ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยภาพรวม แต่อาจจะมีผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ หรือในพื้นที่ที่มีระดับตลิ่งต่ำ ในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่อยู่ในแนวคันกั้นน้ำ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์ฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำไว้ก่อนหน้านี้ ด้วยการพร่องน้ำในคลองสาขาต่างๆ ตลอดจนบูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการน้ำในจุดที่เชื่อมต่อกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบกับปัญหาอุทกภัย ได้สั่งการให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้บริหารจัดการน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด พร้อมเร่งเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังน้ำลด เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะในเร็ววัน หากประชาชนหรือหน่วยงานต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดตามสอบถามได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ชลประทาน บริการประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เคาะแล้ว! โครงการผันน้ำ 1.26 หมื่นล้าน วางระบบส่งน้ำ 75 กม. ป้อนชลบุรี-รองรับขยายตัว EEC
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์–หนองค้อ–บางพระ
ชลประทาน แจงน้ำท่วม 'ชุมชนบางเค็ม' อ.เขาย้อย มาจากน้ำป่าราชบุรี ไม่ใช่เขื่อนปล่อยน้ำ
สำนักงานชลประทานที่ 14 ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีน้ำท่วมชุมชนบางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ยืนยันไม่ได้เกิดจากการระบายน้ำของเขื่อน
โล่งอก! เจ้าพระยา-ป่าสัก มีแนวโน้มระบายน้ำลดลง
กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์ 2 ลุ่มน้ำ
'ชาวชัยนาท' โอด เขื่อนลดระบายน้ำ แต่น้ำท่วมยังไม่ลด เจอขโมยรถซ้ำเติมผู้ประสบภัยอีก
เขื่อนลดระบายน้ำ แต่น้ำท่วมยังไม่ลด ชาวบ้านยังใช้ชีวิตลำบาก ซ้ำยังเจอโจรลักรถอาละวาด ขโมยรถซ้ำเติมผู้ประสบภัย
กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
กรมชลประทาน แจ้งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ 1,889 ลบ.ม./วินาที
แนวโน้มคลี่คลาย! กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที
สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง พร้อมลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนระลอกใหม่ ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังยังคงเร่งสูบและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมคนและเครื่องจักรไว้ช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง รับมือฝนช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคมนี้ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

