
ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่แค่เรื่องของอากาศที่เป็นพิษ แต่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ซึ่งข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีประชาชนถึง 38 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ส่งผลให้อายุเฉลี่ยของคนไทยลดลงถึง 1.78 ปี นอกจากนี้ มลพิษทางอากาศยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 5 ของโลก
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ และ 17 หน่วยงานพันธมิตร ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ขับเคลื่อน "โครงการทำบุญวิถีใหม่ เวียนเทียนด้วยต้นไม้ ลดฝุ่น PM2.5" โดยรณรงค์ให้งดจุดธูปเทียนในวันสำคัญทางพุทธศาสนา และส่งเสริมการใช้ต้นไม้เป็นสัญลักษณ์แทนศรัทธา พร้อมปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว

ดร. นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เผยว่า การลดมลพิษทางอากาศต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคลและสังคม หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ งดการจุดธูปเทียน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนหันมาเวียนเทียนด้วยต้นไม้ และนำกล้าไม้ไปปลูกในพื้นที่สาธารณะ เช่น วัด ชุมชน และโรงเรียน
หากวัดทั่วประเทศเพียง 1 ใน 4 จัดกิจกรรมเวียนเทียนต้นไม้ตลอดปี 2568 จะสามารถเพิ่มต้นไม้ได้มากกว่า 3 ล้านต้น ซึ่งช่วยกรองฝุ่นและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอย่างกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคเหนือ ที่ประสบปัญหาฝุ่นควันรุนแรง

นายธวัชชัย โตสิตระกูล ผู้อำนวยการมูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ กล่าวว่า พระพุทธศาสนามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หากวัดทั่วประเทศช่วยกันส่งเสริมค่านิยมการทำบุญด้วยต้นไม้ แทนธูปเทียน จะสามารถสร้างประโยชน์ทั้งทางศาสนาและธรรมชาติไปพร้อมกัน "เมื่อประชาชนเวียนเทียนต้นไม้เสร็จแล้ว สามารถนำกล้าไม้กลับไปปลูกที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือถวายให้วัดเพื่อนำไปปลูกในพื้นที่วัด เป็นการสร้างร่มเงาและลดมลพิษไปพร้อมกัน"

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ระบุว่า ปัจจุบันมี 250 วัดที่เข้าร่วมโครงการเวียนเทียนต้นไม้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่หากสามารถขยายแนวคิดนี้ไปยังวัดกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ จะทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นมหาศาล "เราสามารถเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เช่น ปลูกต้นไม้ที่บ้าน ปลูกไม้กระถางในเทศบาล อบต. หรือพื้นที่สาธารณะ เปลี่ยนวัดให้เป็น Global Destination ของการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติธรรมในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น".
ต้นไม้: พลังแห่งศรัทธา ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

ในโอกาสนี้ พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต และพระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท นำคณะร่วมเวียนเทียนปลูกต้นไม้ บริเวณอาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ โดยมีภาคีเครือข่าย ได้แก่ กทม., กรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติฯ, กรมควบคุมมลพิษ, มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และศูนย์คุณธรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน
"ต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของความสงบ ความร่มเย็น และปัญญา เช่นเดียวกับแนวทางพระพุทธศาสนา เมื่อเราปลูกต้นไม้ เรากำลังเกื้อกูลศาสนาและธรรมชาติไปพร้อมกัน" พระไพศาลกล่าว และตอกย้ำว่า
"เราต้องช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตัดต้นไม้ให้น้อยลง สร้างธรรมเนียมการปลูกต้นไม้ให้แพร่หลายขยายวงกว้างให้เป็นถิ่นรมณีย์ ชาวพุทธตระหนักดีว่าการปลูกต้นไม้มีคุณค่าต่อกายและจิตใจ โลกจะน่าอยู่ยิ่งขึ้น สิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น ขอย้ำว่าการปลูกต้นไม้เสมือนหนึ่งการปลูกต้นบุญ การทำบุญในพุทธศาสนา เริ่มต้นด้วยการทำบุญด้วยต้นไม้ อาตมาเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมในเมืองไทยจะดีขึ้นมาก ปัจจุบันเรามีงานบุญวิถีใหม่ คือการเวียนเทียนด้วยกล้าไม้ ทำให้เห็นว่าต้นไม้มีส่วนสำคัญต่อความเจริญงอกงามทางพุทธศาสนา ต้นไม้มีคุณค่า น้อมรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ผู้คนตระหนักว่า ต้นไม้เป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ถ้าเราจะบำรุงพระพุทธศาสนาก็ต้องปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดถิ่นรมณีย์"
"วัดเป็นถิ่นรมณีย์ สงบ ร่มรื่น ธรรมชาติเขียวขจี ใครที่มาจะสัมผัสได้ถึงความสดชื่น ความเบิกบาน ใจน้อมรับธรรมะ ถ้าใครมีความทุกข์ในจิตใจมากๆ เมื่อได้มีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติ ต้นไม้เขียวขจี จะส่งผลให้จิตใจเบิกบานขึ้น มนุษย์มีความผูกพันกับต้นไม้มาก ถ้าเราเหินห่างต้นไม้ จิตใจก็จะแห้งผาก ใจโหยหาธรรมชาติ เรามีวัดก็ต้องช่วยกันสร้างถิ่นรมณีย์ ผู้คนที่มาวัดแม้จะยังไม่ได้ฟังธรรมะของพระสงฆ์ เมื่อสัมผัสธรรมชาติ จิตใจก็เติมเต็มแล้ว ขณะนี้หลายประเทศเยียวยาจิตใจผู้คนด้วยการให้สัมผัสธรรมชาติ กิจกรรมอาบป่าในวัดคลายความโศกเศร้าได้ หายหม่นหมอง มีความชื่นบาน คนที่เป็นโรคซึมเศร้า หมอจะให้ยา ทั้งๆ ที่ยาก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ แต่ถ้าให้ยา Green Description ที่ไม่ใช่ใบสั่งยาเม็ด แต่ให้อยู่กับธรรมชาติ 20-30 ชั่วโมง ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติทุกอย่างก็จะดีขึ้น"
"เราชาวพุทธช่วยกันปลูกต้นไม้เยอะๆ เพื่อสร้างถิ่นรมณีย์ เมื่อมีการทำบุญในเทศกาลสำคัญๆ ทางพุทธศาสนา เปลี่ยนมาทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ จะช่วยทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น บำรุงต้นไม้อยู่ในจิตใจของเราด้วย วัดจะได้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น มาช่วยกันปลูกต้นไม้ทั้งครอบครัว ไม่ต้องปลูกต้นไม้คนเดียว เย็นกายในร่มไม้ เย็นใจในร่มธรรม เบิกบานงดงามในใจเรา เราน้อมใจเพื่อจะได้สัมผัสกับธรรมชาติ เมื่ออยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ใจสงบร่มเย็น อาศัยธรรมะเป็นเครื่องปรับทุกข์ มีกำลังใจ เป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะร่วมอนุโมทนาบุญกัน ด้วยการทำให้กายใจมีความสุข โลกจะได้น่าอยู่มากขึ้นด้วย"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย
เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง
“เตาปูนโมเดล” พลิกชุมชนสู่เมืองน่าอยู่ สร้างนวัตกรรมลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
เทศบาลตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่าน “เตาปูนโมเดล” ต้นแบบการจัดการท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน
สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด
เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์

