อึ้ง! โรค Stroke คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็ง สสส. สานพลัง อบจ.ขอนแก่น ปักหมุด ชุมชนบ้านกุดโง้ง แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มี.ค. 2568 ที่วัดเหนือสำโรง ชุมชนบ้านกุดโง้ง ต.หนองโน อ.กระนวน จ.ขอนแก่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชน ติดตามการดำเนินงานโครงการชุมชนลดเสี่ยง ห่างไกลโรคหลอดเลือดสมอง บ้านกุดโง้ง หมู่ 3 ภายใต้การสนับสนุนของแผนงานร่วมทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยใช้แนวทางการร่วมทุน (Co-investment) มุ่งพัฒนาศักยภาพภาคีให้ได้เรียนรู้แนวทางการกระจายโอกาสการสร้างเสริมสุขภาพ เกิดผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน ปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ เกิดการรวมกลุ่มในชุมชนที่เข้มแข็ง รวมถึงข้อตกลงของชุมชน และฐานการเรียนรู้ อาทิ “อสม.คู่ใจ หมออนามัยใกล้บ้าน” วิธีการประเมินเบื้องต้นในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) “ยุทธการต้าน Stroke” แนวทางปฏิบัติการลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง มุ่งเป้าสร้างการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และยกระดับเป็นชุมชนต้นแบบต่อไป

นายวีระ นิจไตรรัตน์ อดีตกรรมการบริหารแผน คณะที่ 6 สสส. และรองประธานกรรมการบริหารแผนงานร่วมทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า สสส. มุ่งสร้างศักยภาพชุมชนเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพ ด้วยแนวทางป้องกันดีกว่ารักษา เพื่อลดภาระด้านสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว โครงการร่วมทุนนี้ เริ่มตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2567 มุ่งเน้นสานพลังชุมชนขับเคลื่อนสุขภาวะด้วยองค์ความรู้ สร้างการมีส่วนร่วม และพัฒนากลไกที่ยั่งยืนเพื่อป้องกันโรค NCDs โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) จากข้อมูลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ของระบบรายงานฐานข้อมูลสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 พบว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนไทยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็ง พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสะสม 358,062 คน และเสียชีวิต 39,086 คน ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ป่วยและเสียชีวิตสูงสุด โดยเฉพาะ จ.ขอนแก่น ในปี 2563-2565 พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่กว่า 2,000 คนต่อปี สสส. จึงสานพลัง อบจ.ขอนแก่น และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพระดับท้องถิ่น มุ่งปรับพฤติกรรมสุขภาพผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนบ้านกุดโง้ง จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป

 “โครงการใช้หลักการดำเนินงาน 3อ 2ส 1น คือ อาหารดี ออกกำลังกายดี อารมณ์ดี งดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา และปรับนาฬิกาชีวิตให้สมดุล เน้นสร้างการรับรู้ ปรับพฤติกรรมสุขภาพ และเสริมพลังด้วยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ผ่านกลไกการดำเนินงานที่เข้มแข็งและการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ ทั้งแกนนำชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบุคลากรสาธารณสุข จัดตั้งเป็นคณะกรรมการฝ่ายบริหารโครงการ 12 คน และคณะทำงานแกนนำสุขภาพ 24 คน ส่งผลให้กลุ่มผู้ป่วยในชุมชนบ้านกุดโง้งสามารถควบคุมค่าความดันโลหิตเพิ่มขึ้นจาก 16 คน เพิ่มเป็น 36 คน สะท้อนผลลัพธ์เชิงประจักษ์ภายใน 90 วัน” นายวีระ กล่าว

นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า อบจ.ขอนแก่น มุ่งสนับสนุนและร่วมสร้างกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานด้านสุขภาพเข้าถึงประชาชนได้อย่างตรงจุด ชุมชนบ้านกุดโง้ง มีศักยภาพความพร้อมในการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน สสส. เข้ามาร่วมทุนเป็นภาคีเครือข่ายที่ช่วยขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ สร้างองค์ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าสุขภาพดี เริ่มต้นที่ชุมชน ถือเป็นตัวอย่างของความร่วมมือที่ช่วยสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน และสามารถเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ใน จ.ขอนแก่น ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน นำไปสู่การสร้างรากฐานของการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน

พญ.วรุณยุพา พรพลทอง รักษาการหัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ชุมชนบ้านกุดโง้งมีประชากร 1,172 คน มีผู้ป่วยโรค NCDs 150 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 7 คน ประชาชนจะมีสุขภาพดีได้ต้องมาจากการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน ส่งผลให้ชุมชนบ้านกุดโง้งมีผลลัพธ์ด้านสุขภาพดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งลดค่าน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และดัชนีมวลกาย ปัจจัยที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ 5 ประเด็น คือ 1.สำรวจข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง 2.ส่งเสริมให้ประชาชนปรับพฤติกรรมสุขภาพ 3.อบรมให้ความรู้ 4.สร้างพันธะสัญญา 90 วันเพื่อสุขภาพดี ลดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม เพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย และลดปัจจัยเสี่ยงอย่างบุหรี่และสุรา ผ่าน ‘ข้อตกลงร่วมของชุมชน’ เช่น ทุกครัวเรือนปลูกผักกินเอง กิจกรรมออกกำลังกายประจำสัปดาห์ งานบุญปลอดเหล้า 5.เฝ้าระวังประเมินพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งเป็นการสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีให้กับชุมชนในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง

“เตาปูนโมเดล” พลิกชุมชนสู่เมืองน่าอยู่ สร้างนวัตกรรมลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เทศบาลตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่าน “เตาปูนโมเดล” ต้นแบบการจัดการท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด

เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์