
ผ้าไหมไทยมิได้เป็นเพียงผืนผ้าที่งดงาม หากยังเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และหนึ่งใน ผู้ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพัฒนางานหม่อนไหมและหัตถศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่อง พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมไทยในโอกาสต่าง ๆ ด้วยพระราชนิยมในผ้าทอของไทย อีกทั้งยังทรงเล็งเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาชาวบ้าน จึงมีพระราชดำริให้มีการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การอนุรักษ์พันธุ์ไหมพื้นเมือง การย้อมสีธรรมชาติ ตลอดจนการทอผ้าไหมอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้เลี้ยงไหมมีอาชีพมั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติด้วยพระราชสมัญญานาม “พระมารดาแห่งไหมไทย” ผู้ทรงทำให้ผ้าไหมไทยเลื่องชื่อไปไกลทั่วโลก

ต่อไปนี้คือ 12 พระราชกรณียกิจสำคัญที่มีส่วนทำให้ไหมไทยมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
- จุดเริ่มต้นจากเหตุอุทกภัยใหญ่ที่จังหวัดนครพนม
ในปีพุทธศักราช 2513 ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดนครพนม พระองค์ทรงเริ่มส่งเสริมการทอผ้าไหมให้เป็นอาชีพแก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะสตรีในชนบท เนื่องจากเป็นงานที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก และอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถหาได้ในชุมชน
- การส่งเสริมการเลี้ยงไหมบ้าน
พระองค์ทรงตระหนักถึงคุณค่าของการเลี้ยงไหมพื้นบ้าน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ พันธุ์ไหมพื้นเมืองมีคุณสมบัติพิเศษในการดูดซึมสีย้อมได้ดี ทำให้ผ้ามีสีสันงดงามและเป็นเอกลักษณ์ จึงทรงส่งเสริมให้มีการพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ไหมไทยให้คงคุณภาพ

- การอนุรักษ์ลวดลายผ้าไหมท้องถิ่น
พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับลวดลายผ้าไหมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ และมีพระราชดำรัสกำชับคณะทำงานว่า “แม้แต่ผ้าถูเรือนก็อย่าได้ละเลย” เพราะผ้าธรรมดาในชีวิตประจำวันก็อาจซ่อนลวดลายโบราณอันทรงคุณค่าไว้
- การกำหนดมาตรฐานหน้าผ้า 1 เมตร
แต่เดิมผ้าไหมทอมีความกว้างหลากหลายตามขนาดกี่ทอผ้า พระองค์จึงทรงแนะนำให้ปรับหน้าผ้าให้กว้างประมาณ 1 เมตร เพื่อให้เหมาะสมต่อการตัดเย็บเสื้อผ้าและเพิ่มมูลค่าให้กับผืนผ้า
- การออกแบบผ้ามัดหมี่ในผืนเดียวกัน
พระองค์มีพระราชดำริให้ทอผ้าไหมโดยแบ่งเป็นลวดลายมัดหมี่ยาว 2 เมตร และผ้าพื้นอีก 2 เมตรในผืนเดียวกัน เมื่อใช้เส้นไหมที่ย้อมสีเดียวกัน จึงสามารถนำไปตัดเย็บเป็นชุดสตรีที่มีความงดงามและกลมกลืน

- การพัฒนาคุณภาพการย้อมสี
เพื่อยกระดับคุณภาพผ้าไหม พระองค์ทรงส่งเสริมให้ช่างทอเข้ารับการอบรมการย้อมสีกับหน่วยงานราชการในกรุงเทพมหานคร แล้วนำความรู้กลับไปพัฒนากระบวนการย้อมสีในชุมชนของตน
- การสร้างสรรค์ชุดสีไหมใหม่
พระองค์ทรงพระราชทานแนวคิดเรื่องการทดลองใช้โทนสีใหม่ ๆ แก่ช่างทอ โดยพระราชทานชุดสีไหมเพื่อให้ทดลองสร้างสรรค์ผลงาน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงพิจารณา จนเกิดเป็นผ้าไหมมัดหมี่แนวใหม่ที่มีสีสันงดงามอ่อนหวาน

- การจัดประกวดผ้าไหม
เพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดประกวดผ้าไหม ทั้งในแนวอนุรักษ์ลายดั้งเดิม และแนวสร้างสรรค์ลวดลายใหม่อย่างต่อเนื่องหลายปี
- การส่งเสริมผ้าแพรวา
ทรงยกย่องผ้าแพรวาว่าเป็นผ้าทอที่มีกรรมวิธีซับซ้อนงดงาม จึงทรงแนะนำให้ปรับหน้ากี่ให้กว้างขึ้นประมาณ 1 เมตร และทอผ้าพื้นร่วมในผืนเดียวกัน เพื่อให้สามารถนำไปตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายได้

- พระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ช่างทอ
พระองค์พระราชทานคำแนะนำ และติชมผลงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ช่างทอเกิดการพัฒนา พร้อมทั้งทรงรับซื้อผลงานด้วยราคาที่เป็นธรรมตามคุณภาพ อันเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ช่างทอ
- ทรงเป็นแบบอย่างในการใช้ฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมไทย
ทรงนำผ้าไหมที่ชาวบ้านทอถวายไปให้นักออกแบบระดับชาติ และระดับโลกสร้างสรรค์เป็นฉลองพระองค์ และทรงสวมใส่ในโอกาสต่าง ๆ ทำให้ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- การก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริม ศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 เพื่อสนับสนุนงานผ้าทอและหัตถกรรมไทย ทั้งด้านการผลิต การพัฒนา และการจัดจำหน่ายแก่ประชาชน
พระราชกรณียกิจเหล่านี้สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ผู้ทรงอุทิศพระวรกายตลอดหลายทศวรรษ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร และรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ ทรงเป็นแรงบันดาลใจแห่งความเสียสละ ความเมตตา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผืนแผ่นดินไทยดำรงอยู่ด้วยความ “อยู่ดี มีสุข” ตามพระราชปณิธานตราบนานเท่านาน
แหล่งอ้างอิง
- หนังสือเคียงราษฎร์ หน้าที่ 179-180, 299, 303
- หนังสือความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ หน้า 67
- หนังสือ 100 เรื่อง พระราชินีของฉัน หน้าที่ 63-69
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"พลิกฟื้น 'โขน' ด้วยพระบารมี"
“การจัดแสดงโขนไม่ใช่เรื่องง่าย คณะครูผู้เชี่ยวชาญการโขน ศิลปินแห่งชาติ ผู้แสดงและจัดการแสดง ต่างก็ทุ่มเทฝีมือ ความคิด และแรงกายแรงใจอย่างสุดกำลัง
ย่านลิเภา…จากวัชพืชในป่า สู่หัตถศิลป์ล้ำค่าแห่งแดนใต้
“... ย่านลิเภานี้เป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษเรา แล้วก็วัตถุดิบก็เกิดขึ้นเองภายในประเทศคือ ทางภาคใต้ที่ฝนตกมากตัวย่านลิเภานั่นก็คือเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นเอง
กำเนิด “ศิลปาชีพ” : จากภัยพิบัติ สู่พระราชดำริแห่งการพึ่งพาตนเอง
พุทธศักราช 2513 เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นาข้าวจำนวนมากได้รับความเสียหาย ราษฎรต้องเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก
ไหมดาหลา แมลงทับ : จากธรรมชาติ…สู่ศิลป์แห่งแผ่นดิน
โครงการศิลปาชีพศึกษาพัฒนาไหมไทยพื้นบ้าน ไหมดาหลา และแมลงทับ บ้านคลองหมี จังหวัดสระแก้วคือ “จุดเริ่มต้นของโอกาส” ที่เกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกล คือพื้นที่เล็ก ๆ ที่ถักทอ “ชีวิต” ของผู้คน ผ่านเส้นไหมและความงดงามจากธรรมชาติ
ยาริงบาติก สีธรรมชาติจากปลายด้ามขวานไทย
ท่ามกลางกลิ่นอายทะเลใต้และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี มีผืนผ้าที่เป็นเสมือน “เรื่องเล่าของชุมชน” ถ่ายทอดผ่านลวดลาย สีสัน

