ร้อง ป.ป.ช. สอบ 'มก.-CPRAM' วิจัยจดทะเบียนกะเพรา ส่อประโยชน์ทับซ้อน

26 ต.ค. 2569 – เมื่อเวลา 9.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยกรณีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) นำกะเพราพื้นเมืองมาวิจัยและพัฒนาเป็นกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ ให้บริษัทเอกชนนำไปจดทะเบียนรับรองพันธุ์ เป็นการเอื้อประโยชน์และมีผลประโยชน์ทับซ้อน เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เกี่ยวกับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของ “กะเพราแก้วจุรี 01–04” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับบริษัทเอกชนชื่อดังระหว่างปี 2563–2566 ซึ่งในที่สุดบริษัทเอกชนสามารถนำไปจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองพันธุ์พืช 2542 ได้แล้วเมื่อวันที่ 19 ก.พ.2568

แม้การจดแจ้งขึ้นทะเบียนกะเพราทั้ง 4 พันธุ์ดังกล่าวของบริษัทเอกชนจะสามารถทำได้ แต่ทว่าการที่ มก. ยอมให้เอกชนมาใช้มือนักวิจัยและวัสดุอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือห้องแล็ปจากมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่มาจากภาษีของประชาชน แต่กลับไปทำงานให้กับบริษัทเอกชนนั้น เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายท้วงติง และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งการแบ่งปันผลประโยชน์กลับคืนรัฐจะมีเงื่อนไขข้อตกลงที่สามารถปฏิบัติได้เพียงใด

นอกจากนั้น ยังมีข้อสงสัยอีกว่า กลุ่มธุรกิจภายใต้เครือบริษัทเอกชนรายดังกล่าวมีบริษัทในเครือที่มีสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชทั้งในและต่างประเทศมากมาย (เช่น ที่กาญจนบุรี และแปลงทดลองต่างๆ) เพื่อคิดค้นและปรับปรุงพันธุ์พืช ให้ตรงกับความต้องการ เช่น การต้านทานโรค การให้ผลผลิตสูง ฯลฯ และยังมีห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็ป มีศูนย์วิจัยและบริการรทดสอบมากมาย แต่ทำไมบริษัทเอกชนดังกล่าว ไม่ใช้บริการสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชของบริษัทในเครือด้วยกัน แต่กลับมาให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้วิจัยและพัฒนาให้

หรือเป็นเพราะต้องการการเอื้อประโยชน์จากฐานพันธุกรรมกะเพราพื้นเมือง และผลประโยชน์จากคอนเน็กชันของของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้ง่ายหรือสะดวกต่อการจดทะเบียนรับรองพันธุ์ใช่หรือไม่ เพราะอธิการบดี มก.เป็นประธานสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชโดยตำแหน่ง ทำให้ได้ศิษย์เก่า มก.มาเป็นกรรมการกันหลายคน รวมทั้งรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้ลงนามการขึ้นทะเบียนกะเพราต่างเป็นศิษย์เก่า มก. ทั้งสิ้น

ที่สำคัญกะเพราใหม่ทั้ง 4 พันธุ์ ไม่ปรากฎว่าลักษณะประจำพันธุ์ไม่มีความแตกต่างจากกะเพราพันธุ์อื่นทั่วๆ ไปอย่างเด่นชัด ทั้งทางสัณฐานวิทยา สรีรวิทยา หรือมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นผลเนื่องจากการแสดงออกของสภาพทางพันธุกรรมที่แตกต่างจากกะเพราพันธุ์อื่นแต่อย่างใด และพันธุ์กะเพราใหม่ อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงในทางตรงหรือทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือสวัสดิภาพของประชาชนได้ ซึ่งอาจเป็นการขัดต่อมาตรา 11 และมาตรา 13 ของกฎหมายดังกล่าวได้ ซึ่งชอบที่จะต้องทบทวนและเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเสีย

อีกทั้งกะเพราเป็นพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ตามพื้นบ้าน และเป็นทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จึงควรได้รับการคุ้มครองในฐานะทรัพยากรพันธุกรรมของชาติ การนำสายพันธุ์ดั้งเดิมมาศึกษาวิจัยหรือพัฒนาต่อยอด ไม่ควรนำไปกล่าวอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของหรือผูกขาดทรัพยากรพันธุกรรมต้นทางเป็นเอกชนแต่เพียงผู้เดียว แม้ผู้พัฒนาจะมีสิทธิในนวัตกรรมที่สร้างขึ้นใหม่ตามกฎหมายก็ตาม แต่ควรส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียนและคุ้มครองพันธุ์กะเพราดั้งเดิมในระดับประเทศ โดยมีหน่วยงานภาครัฐดูแลรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนโดยรวม จึงจะชอบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศรีสุวรรณ' ยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม 'ไอซ์' แชร์ข้อมูลเท็จโอนเงิน 7 ล้าน

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยการกระทำของ น.ส.รักชนก ศณีนอก หรือไอซ์ สส.พรรคประชาชน ที่แชร์ข้อความเท็จจากเพจ Godd Dam เกี่ยวกับการโอนเงิน 7 ล้านเข้า บช.อนุทิน รมว.มหาดไทยในขณะนั้นนั้น เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

'สุรเดช' ค้านจดทะเบียนกะเพรา 4 สายพันธุ์ หวั่นทุนใหญ่ผูกขาด เอาเปรียบเกษตรกร

'สุรเดช' ค้านซีพีแรมจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ หวั่นทุนใหญ่ผูกขาดพืชอาหารพื้นบ้าน กระทบสิทธิเกษตรกรรา

2 สว. 'วุฒิพงศ์-สหพันธ์' แถลงค้านจดทะเบียน 'พันธุ์กะเพรา' เรียกร้องรัฐบาลทบทวน

นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ และนายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา ร่วมแถลงข่าวเรื่องกะเพรา 4 สายพันธุ์ว่า สว.จำนวนหนึ่งให้ความสนใจกับเรื่องการจดทะเบียนพันธุ์พืชโดยเฉพาะกับกะเพราของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง

พิษน้ำท่วม! ราคาผักปรับตัวยกแผง 'กะเพรา' แตะ 100 บาท/กก. 'ผักบุ้งจีน' ขยับพุ่งไป 70 บาท

ตลาดพืชผักราคาปรับตัวยกแผง จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลาง กรุงเทพฯ และภาคใต้กำลังเข้าสู่ฤดูฝน ‘กะเพรา’ แตะ 100 บาท ตลาด กทม. ตลาดท้องถิ่น 60-70 บาท สามารถแข่งขันตาดกะเพราจดสิทธิบัตรได้ ระบุ เกษตรกร ผวา ใครคุ้มครองเกษตรกร หากเกิดพืชกลายพันธุ์จะถูกฟ้องร้องได้

'หมอยง' ชวนให้คิด 5 เรื่อง! 'จดลิขสิทธิ์' ต้องไม่ไปเบียดบังสิทธิผู้อื่น

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในหัวข้อ