'นักวิชาการ' กังขารบ.ไม่เร่งรัด 'พรบ.อากาศสะอาด' ปล่อยปชช.หายใจเอาความเสี่ยงเข้าสู่ร่างกาย

22 เม.ย. 2569 - รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง พรบ.อากาศสะอาด ความเฉยเมยของรัฐคือต้นทุนในการหายใจ มีเนื้อหาดังนี้

ปัญหามลพิษโดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 คือปัญหา“ถาวร”ในสังคมไทยที่ไปไกลกว่าการเป็นเพียงประเด็นสิ่งแวดล้อม หากแต่ได้กลายเป็น “วิกฤตเชิงโครงสร้าง” ที่กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ทั้งเรื่องของสุขภาพ เศรษฐกิจ และความเป็นธรรมทางสังคม

ความพยายามผลักดันร่าง พรบ.อากาศสะอาด ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ควรเป็นก้าวสำคัญของระบบนิติบัญญัติในการตอบสนองต่อปัญหาที่มีความเร่งด่วนสูง แต่การยุบสภาที่ผ่านมาได้ทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าวตกไปโดยอัตโนมัติ อันนำไปสู่ภาวะ “สูญญากาศทางนโยบาย” ในประเด็นที่ไม่ควรมีความล่าช้า

สิ่งที่ถูกตั้งคำถามจึงไม่ใช่เพียง“ข้อจำกัด” ทางกระบวนการนิติบัญญัติ หากแต่เป็น “ความเพิกเฉย” “การไม่รู้หนาวรู้ร้อน” ของผู้มีอำนาจในการกำหนดทิศทางนโยบาย เมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิในการดำรงชีวิตของประชาชนถูกปล่อยให้ “หยุดชะงัก” ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงระดับความสำคัญที่รัฐมอบให้

ทั้งที่สาระสำคัญของร่างพรบ.มิได้เป็นเพียงมาตรการเชิงเทคนิคเพื่อควบคุมมลพิษ หากแต่เป็นการ“จัดระเบียบความรับผิดชอบใหม่”ในสังคม

การที่ร่าง พรบ.ยังไม่สามารถมีผลบังคับใช้ ย่อมหมายถึงว่า “สถานะเดิม” ยังคงดำรงอยู่ กล่าวคือ ประชาชนยังต้องแบกรับผลกระทบจากมลพิษ ขณะที่กลไกในการเอาผิดหรือเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ก่อมลพิษยังคง“จำกัด” และที่สำคัญ ความล่าช้าของกฎหมายมิได้เป็นเพียงความล่าช้าเชิงเทคนิค หากแต่เป็น “การตัดสินใจทางการเมือง” ที่รัฐเลือกที่จะไม่สนใจผลประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น

ข้อถกเถียงที่มักปรากฏ คือกฎหมายลักษณะนี้อาจสร้างภาระต่อภาคธุรกิจหรือเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริง“ต้นทุนของการไม่มีกฎหมาย”นั้น สูงกว่ามาก ทั้งในรูปของค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ด้านสุขภาพของประชาชน ที่ต้องหายใจเอา“ความตาย”เข้าไปทีละน้อยทุกนาทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำถามที่รัฐไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จึงมีอยู่ว่า เหตุใดกฎหมายที่มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน จึงยังไม่สามารถถูกจัดให้อยู่ในวาระเร่งด่วนสูงสุด และเหตุใดความต่อเนื่องของนโยบายสาธารณะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ“การหายใจของผู้คน” จึงยังคงขึ้นอยู่กับความผันผวนของปฏิทินทางการเมือง

การนำร่างพรบ.อากาศสะอาดกลับเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว จึงไม่ใช่เพียงการ “สานต่อกฎหมายที่ค้างอยู่” หากแต่เป็นการทดสอบความจริงใจและเอาจริงเอาจังของรัฐในการยอมรับว่า สิทธิในอากาศสะอาดต้องได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง มิใช่เพียง“วาทกรรม” พร่ำเพ้อเฉพาะในช่วงการหาเสียง ที่นักการเมืองพร้อม“สัญญา” และก้มกราบหมูหมากาไก่ได้ในทุกตรอกซอย

ปัญหามลพิษทางอากาศมิได้“หยุดรอ”การประชุมสภา และไม่ได้เบาบางลงเพราะ“ความล่าช้า” ของกระบวนการนิติบัญญัติ ตรงกันข้าม ทุกวันที่กฎหมายยังไม่เกิด คือทุกวันที่ประชาชนยังคงต้องหายใจเอาความเสี่ยงเข้าสู่ร่างกายโดยไม่มีหลักประกันใด ๆ จากรัฐ

เมื่อกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานถูกปล่อยให้ตกไป โดยไม่มีความพยายามเร่งรัดเพื่อนำกลับมา คำถามที่สังคมควรถามอย่างตรงไปตรงมาคือ รัฐบาล สส. และ สว. กำลังปล่อยให้สิทธิในการหายใจกลายเป็น “ต้นทุน” ที่ประชาชนต้องแบกรับ “ภาระ” เพียงลำพังอย่างนั้นหรือ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายนิรโทษกรรม จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง กฎหมายนิรโทษกรรม : จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้

เมื่อรัฐ 'บังคับ' ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า 'ลูกไม่ได้เลี้ยงดู' เลิกมองความยากจนแบบ 'ขาว-ดำ'

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง เมื่อรัฐ “บังคับ” ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า “ลูกไม่ได้เลี้ยงดู” มี่เนื้อหาดังนี้

ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย"

นักวิชาการ สั่งสอนพรรคส้ม สร้างวาทกรรมผูกขาดประชาธิปไตย

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เขียนบทความเรื่อง  วาทกรรม“ประชาชน”: เมื่อการอ้างประชาธิปไตย คือการผูกขาด

'นักวิชาการ' ยกเคส 'ทราย' สะท้อนความเงียบ อำนาจครอบครัว ข้อจำกัดกระบวนการยุติธรรม

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ความเงียบ อำนาจครอบครัว และข้อจำกัดของกระบวนการยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้

ภาคประชาชนบุกสภาบี้ออก พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ใช้ได้จริง!

ภาคประชาชนบุกสภาฯ ยื่นหนังสือกรรมาธิการไฟป่าฯ ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับใช้งานได้จริง ด้าน 'พิมพ์ภัทรา' ยันรัฐบาลอนุทิน เดินหน้าเป็นวาระเร่งด่วน