บาร์เบโดสฉลองเปลี่ยนเป็น 'สาธารณรัฐ' ถอดควีนอังกฤษพ้นประมุข

บาร์เบโดสฉลองการเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐน้องใหม่ของโลกเมื่อวันอังคาร ถอดสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษพ้นตำแหน่งประมุขของประเทศ พร้อมกับสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนแรก

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ (ซ้าย), ประธานาธิบดีแซนดรา เมสัน (กลาง) และนายกรัฐมนตรีมีอา มอตต์ลีย์ ขณะเตรียมร่วมพิธีฉลองสาธารณรัฐที่จัตุรัสวีรบุรุษในกรุงบริดจ์ทาวน์ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2564 (Getty Images)

รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 กล่าวว่า ประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเกาะกลางทะเลแคริบเบียนที่มีประชากร 285,000 แห่งนี้จัดพิธีฉลองการสถาปนาสาธารณรัฐหลังเที่ยงคืนของวันจันทร์ โดยรัฐบาลได้ระงับเคอร์ฟิวคุมโรคระบาดเพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบาร์เบโดสได้ออกมาเฉลิมฉลองเทศกาลทั่วประเทศ

ที่กรุงบริดจ์ทาวน์ พิธีจัดที่จัตุรัสวีรบุรุษ โดยเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ เสด็จมาร่วมพิธีด้วย รวมถึงศิลปินหญิงชื่อดัง รีอานนา ซึ่งเป็นพลเมืองบาร์เบโดสที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

ประธานาธิบดีแซนดรา เมสัน กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของประเทศว่า พวกเราชาวบาร์เบโดสต้องมอบจิตวิญญาณและเนื้อแท้ของสาธารณรัฐบาร์เบโดส ต้องร่วมกันสร้างอนาคตและเป็นผู้ดูแลกันและกันและดูแลประเทศของเรา

เมนสันซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคม หนึ่งปีหลังจากนายกรัฐมนตรีมีอา มอตต์ลีย์ ประกาศเปลี่ยนประเทศเป็นระบอบสาธารณรัฐ และถอดราชินีอังกฤษพ้นจากตำแหน่งประมุข

ครั้งสุดท้ายที่สมเด็จพระราชินีอังกฤษถูกถอดถอนจากฐานะประมุขของประเทศในเครือจักรภพคือเมื่อปี พ.ศ. 2535 เมื่อประเทศมอริเชียสในมหาสมุทรอินเดียประกาศเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐ ปัจจุบันยังมีอยู่ 15 ประเทศที่ยังอยู่ภายใต้ราชบัลลังก์อังกฤษ อาทิ สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, แคนาดา และจาเมกา

บาร์เบโดสประกาศเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2509 ยุติการอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษยาวนานเกือบ 400 ปี นับตั้งแต่เรือของอังกฤษแล่นมาถึงเกาะแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2168 แล้วยึดเป็นอาณานิคมในรัชสมัยของพระเจ้าเจมส์ที่ 1 เกาะขนาดเล็กแห่งนี้เป็นอาณานิคมทาสแห่งแรกๆ ของอังกฤษ พวกทาสถูกจับมาจากแอฟริกานำมาใช้แรงงานในไร่อ้อย บาร์เบโดเลิกทาสเมื่อปี พ.ศ. 2377

"การสร้างสาธารณรัฐแห่งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่" เจ้าชายชาร์ลส์มีพระดำรัสในพิธีเมื่อวันอังคาร โดยพระองค์ได้ตรัสถึงความโหดร้ายทารุณของความเป็นทาสว่าจะเป็นรอยด่างพร้อยในประวัติศาสตร์ของเราตลอดไป

พิธีฉลอง "ความภาคภูมิใจของความเป็นชาติ" มีงานการแสดงดนตรีและการเต้นรำ ณ จัตุรัสวีรบุรุษ การกล่าวสุนทรพจน์ฉลองการถือกำเนิดของสาธารณรัฐแห่งใหม่บนโลก, การประกาศของนายกฯ มอตต์ลีย์ ผู้นำขบวนการสถาปนาสาธารณรัฐ ที่ยกย่องรีอานนาเป็นวีรบุรุษของบาร์เบโดส และปิดท้ายการพิธีสวนสนามของกองทัพ, ทหารม้าและการยิงสลุต

หลังจากนี้ บาร์เบโดสจะยังคงเป็นสาธารณรัฐภายในเครือจักรภพ ซึ่งมี 54 ประเทศ ทั้งในแอฟริกา, เอเชีย, อเมริกา และยุโรป

ชาวบาร์เบโดสบางส่วนแย้งว่า มีปัญหาระดับชาติด้านอื่นๆ ที่กดดันมากกว่าการถอดถอนพระราชินี เช่น ความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโรคระบาดโควิด-19 ที่กระทบต่อการท่องเที่ยวและเปิดเผยให้เห็นว่าเกาะแห่งนี้พึ่งพาการท่องเที่ยวมากเกินไป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ.