
13 พ.ย.2564 - แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง "ผลทางกฎหมายของคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ คดีสามนิ้วเคลื่อนไหวล้มล้างรัฐธรรมนูญ" ผ่าน www.thaipost.net โดยมีเนื้อหาดังนี้
ถาม ฐานคิดของมาตรา ๔๙ แห่งรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขบวนการสามนิ้วต้องยุติความเคลื่อนไหวล้มล้างสถาบันกษัตริย์นั้น มีที่มาอย่างไร
ตอบ มาจากบทเรียนของเยอรมันที่ เปิดโอกาสให้ฮิตเลอร์ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เคลื่อนไหวสร้างมวลชนปฏิวัติ ขึ้นมาทำลายระบอบรัฐธรรมนูญกลายเป็นระบอบเผด็จการเต็มตัว พาชาติไปสู่ความล่มจมในที่สุด ดังนั้นจึงต้องสร้างกลไกให้ประชาชนใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญได้
ถาม ถ้าสามนิ้ว จะเป็นภัยต่อการปกครองโดยรัฐธรรมนูญจริง ต้องปรากฏความเป็น “มวลชนปฏิวัติ” เหมือนฮิตเลอร์เช่นใด
ตอบ ต้องดูจากเทคนิคการจัดตั้งเป็นสำคัญครับ ว่า
๑. ต้องหากินกับความเกลียดชัง ปลุกระดมป้ายร้ายว่าสถาบันคือต้นตอที่แท้จริงของความสิ้นหวังในปัจจุบัน
๒. ต้องสื่อสารให้เห็นสถาบันเป็นปีศาจผูกขาดความเลว ที่ต้องจงเกลียดจงชังเผาทำลาย เพราะในแง่เทคนิคสร้างมวลชนนั้น คนธรรมดาจะรวมตัวเป็นมวลลืมตัวตนความคิดอ่านได้ ก็ด้วยความจงเกลียดจงชังร่วมกันเท่านั้น ยิ่งเกลียดก็ยิ่งรวมตัว ยิ่งรวมตัวก็ยิ่งเกลียด เป็นพลวัตไปอย่างนี้ คำพูดที่ว่าจะปฏิรูปจึงเป็นแค่การอำพรางตัวเท่านั้น ใครที่โผล่มาคัดค้านติติงก็ต้องชี้เป็นบริวารปีศาจที่ต้องต่อตีทำลายใส่ร้าย ไม่มีการรับฟังแลกเปลี่ยนความเห็นใดๆ
๓. ต้องมีการจัดตั้งเคลื่อนไหวเป็นขบวนการ คึกคักต่อเนื่องหยุดไม่ได้ ในระยะแรกต้องปกปิดการจัดตั้งเครือข่าย ต้องไม่โชว์ตัวผู้นำ โดยอ้างว่าไม่มีแกนนำ เป็นความเคลื่อนไหวโดยธรรมชาติ โดยจะไม่ยอมขออนุญาตตามกฎหมายให้ปรากฏตัวผู้รับผิดชอบเลย
ถาม ฟังแล้วความเคลื่อนไหวแบบนี้ ครรลองนี้ ไม่ใช่ประชาธิปไตย
ตอบ ไม่ใช่ครับ เป็นเผด็จการจำแลงซ่อนเข้ามาใช้สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ต้องหาทางหยุดยั้งขบวนการแบบนี้
ถาม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สามนิ้วกำลังเติบโตจัดตั้งเคลื่อนไหวเป็นมวลชนปฏิวัติหรือครับ
ตอบ ผมอ่านคำวินิจฉัยแล้วเห็น ข้อเท็จจริงและเหตุผลในคำวินิจฉัยเป็นเช่นนั้น นี่คือประเด็นแรกที่แลกเปลี่ยนกันได้ว่า เป็นเช่นที่ผมสังเคราะห์หรือไม่
ถาม เมื่อศาลวินิจฉัยให้หยุดความเคลื่อนไหวเช่นนี้ จะมีผลทางกฎหมายเช่นใด
ตอบ ผมเห็นว่าเป็นการตัดสินว่า ความเคลื่อนไหวของสามนิ้ว อยู่นอกรัฐธรรมนูญ และจะไม่มีความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไป คือชี้ไปเลยว่าขบวนการนี้มีอยู่จริงและเป็นอันตรายเช่นซ่องโจรทางการเมือง เลย
ถาม จะเอาติดคุกกันให้หมดหรือ
ตอบ เป็นการ Out Law เท่านั้นไม่มีเหตุผลเป็นการสั่งให้ลงโทษอะไร ความเคลื่อนไหวใดเป็นคดีอาญาก็ว่าไปตามกฎหมายอาญาและศาลอาญา แต่ความเคลื่อนไหวนับจากนี้ต่อไปจะอ้างไม่ได้ว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญอีกแล้ว ตรงนี้ถ้าไม่ยอมหยุดแล้วต้องคดีใหม่อีก เช่น ข้อหาปลุกปั่น ก็จะอ้างต่อไปไม่ได้อีกแล้วว่าตนเคลื่อนไหวตามครรลองรัฐธรรมนูญ เพราะถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ไปแล้วว่าพวกนี้อยู่นอกรัฐธรรมนูญ ศาลคดีอาญาจึงต้องถูกผูกพันตามนั้น
ถาม ใช้กับคดีที่เกิดขึ้นใหม่ เคลื่อนไหวใหม่เท่านั้นหรือ
ตอบ ถูกต้องครับ คำพิพากษาศาลต้องมีผลไปในภายหน้า ย้อนหลังไม่ได้
ถาม แล้วแค่กฎหมายอาญา กระบวนการทางอาญาจะพอยับยั้งได้หรือครับ
ตอบ ตรงนี้เป็นเรื่องของสภาว่า จะสร้างกฎหมายพิเศษจัดการขบวนการสามนิ้วแบบคอมมิวนิสต์หรือไม่ สมัยนั้นเรามีกฎหมายเอาผิด “การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์” เลย เป็นสมาชิกไม่ได้ สนับสนุนไม่ได้ ขังไม่ต้องผ่านศาลก็ได้จะเอากันอย่างนั้นหรือ ประสาทหรือเปล่า
ถาม นอกจากคดีอาญาแล้วมีผลอะไรอีก
ตอบ คำวินิจฉัยนี้ผูกพันส่วนงานที่ใช้อำนาจรัฐทั้งหมด ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานเหล่านี้จะปฏิบัติหรือไม่
ถาม เช่นอะไรบ้าง
ตอบ ก็มีเยอะอยู่นะครับเช่น
๑. ทุกส่วนราชการจะให้ใช้พื้นที่ชุมนุมไม่ได้ ถ้าไปใช้ถนนก็โดนกีดขวางทางทันทีไม่มีสิทธิอ้างรัฐธรรมนูญ ปีที่แล้วที่ผมและกลุ่มศิษย์เก่าขอไม่ให้สามนิ้วใช้พื้นที่ธรรมศาสตร์ก็เพราะเหตุนี้
๒. บรรดาแกนที่ปกปิดตนเอง แฝงอยู่ในราชการ ก็ให้ออกจากราชการฐานประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตยได้ ถ้าเป็นพรรคการเมือง กกต.ก็เสนอศาลสั่งยุบได้ เป็น สส.ก็เสนอศาลให้พ้น สส.ได้ แต่ต้องเป็นเรื่องภายหลังคำพิพากษานะครับ
๓. ปปง.เองก็ตรวจที่มาเงินอุดหนุนได้แล้ว ไม่ต้องกลัวถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งรังแก
๔. กสทช. ก็กำหนดได้แล้วว่า ทุกสื่อจะออกหรือรายงานแถลงการณ์ ของขบวนการนี้ไม่ได้
๕. กระทรวงต่างประเทศก็ต้องแจ้งไปยังสถานทูตต่างๆด้วยว่า เรา Out Law พวกนี้แล้ว
ฯลฯ
ถาม แล้วพวก สส.หรืออาจารย์ที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญล่ะครับผิดไหม
ตอบ แค่ไม่เห็นด้วย และไม่ใช่ขบวนการสามนิ้ว ก็วิพากษ์ได้ แต่ด่าศาลไม่ได้ ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีกฎหมายละเมิดอำนาจศาลคุ้มครองแล้วนะครับ
ถาม แล้วตั้งแต่นี้ต่อไปใครจะแตะต้อง ๑๑๒ ไม่ได้เลยใช่ไหม
ตอบ ยังเสนอแก้ไขปรับปรุงได้ แต่ต้องใช้สิทธิตามครรลองไม่ใช่ปลุกให้จงเกลียดจงชังสถาบันเหมือนสามนิ้ว
ต้องเข้าใจตรงนี้ให้ได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า ขบวนการสามนิ้วเป็นภัยต่อรัฐธรรมนูญแล้วเลิกไม่รับรองคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพอย่างนี้อีกต่อไปเท่านั้นไม่ได้ปิดปากห้ามแตะต้องกฎหมายเกี่ยวกับสถาบัน
ถาม ก็ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าข้อเสนอ ๑๐ ข้อ ของสามนิ้วไม่ถูกต้องไม่ใช่หรือ
ตอบ มันต้องมีองค์ประกอบอื่นมาสมทบให้เห็นภาพรวมว่าเป็นการล้มล้างด้วยความเกลียดชังและการจัดตั้งด้วย ไม่ใช่แค่ลำพังข้อเสนอเท่านั้น
สรุปแล้วผมว่า คำพิพากษานี้ต้อง สื่อสารและใคร่ครวญนำไปปฏิบัติอย่างระมัดระวังสูงสุด อย่าสู้กับเผด็จการจนกลายเป็นเผด็จการเสียเองเป็นอันขาด บ้านเมืองจะยิ่งแตกแยกหนักขึ้น เข้าทางเขาอย่างจังโดยพวกเขาไม่ต้องเหนื่อยเลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระพุทธศาสนา .. ในอุ้งมือมาร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธเจ้า.. ข่าวฉาวโฉ่ในแวดวง นักบวชห่มจีวรพระ ไม่เคยสร่างซาไปจากสังคมไทย ก่อเกิด วิกฤตศรัทธา ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเหมือนในแวดวงพระสงฆ์จะไร้ “พระแท้” ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยกันแก้ไขป้องกันอธิกรณ์ปัญหาเหล่านั้น จนก่อเกิดภาวะวังเวง ไร้ฟากฝั่งขอบเขตของความสิ้นไป ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณดังเคยมีมา..
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย
ทุกปัญหา .. ในกระแสสังคมที่ผันแปร... แก้ได้ด้วยตัวเรา!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ปรากฏการณ์ “ข่าวฉาวพระทุศีล กระทำบาปสมาจาร..” ในระหว่างจำพรรษาปี ๒๕๖๙
พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง
ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"
'แก้วสรร' แพร่บทความ มองคดีฮั้ว สว. ในมุมการเมืองและกฎหมาย
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความใหม่ในรูปถาม-ตอบ เรื่อง มอง “คดีฮั้ว สว.” มีเนื้อหาดังนี้
ถวายมาลัยธรรม .. บูชาคุณ หลวงพ่อสมเด็จฯ (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตฺโต)
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เข้าสู่เดือนที่สองของกาลพรรษาปี ๒๕๖๙ แสดงความเป็นปกติ ว่า..

