ออกพรรษา .. กราบรอยบาทพระพุทธองค์ ณ สังกัสสนคร/อินเดีย!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ภายหลังจากออกพรรษาปี ๒๕๖๘ ณ Dhamma Vinaya Monastery of Pune/ India จึงได้ทำแผนการเดินทางไป สักการะรอยบาทพระพุทธองค์ ที่ประทับไว้ ณ ประตูเมืองสังกัสสะ เมื่อวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หลังจากวันปวารณาออกพรรษาแล้วหนึ่งวัน ในพรรษาที่ ๗ ของพระพุทธองค์ ซึ่งมีพระพุทธประสงค์อนุวัตตามพุทธวิสัย อันเป็นแบบฉบับของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เพื่อโปรด สันดุสิตเทพบุตร อดีตพระนางสิริมหามายา มาตาพระมหาโพธิสัตตะ และหมู่ทวยเทพเทวดาทั้งหลายในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อันมีท้าวสักกเทวราชปกครอง และสถานที่ประทับรอยพระบาทเหยียบพื้นมนุษย์โลก ซึ่งต่อมากลายเป็นสถานที่สักการบูชา เรียกว่า อจลเจดีย์ หรือทั่วไปเรียกว่า รอยพระพุทธบาท

ปัจจุบัน เมืองสังกัสสะ เป็นหมู่บ้านขนาดย่อม ชื่อ หมู่บ้านสังกัสสะ บะสังตะปุระ (Sankissa Basantapura) หรือเรียกย่อๆ ว่า สังกัสสะ (Sankissa) ใกล้แม่น้ำกาลี จังหวัดฟารุกหบาด (Farrukahabad) รัฐอุตตรประเทศ/อินเดีย การเดินทางไปเมืองสังกัสสะ แม้จะไม่ค่อยสะดวกมากนัก แต่ก็ไม่เลวร้ายจนน่าเกลียด ดังที่เคยพบเจอในสมัยที่จาริกท่องเที่ยวไปตามเขตสังเวชนียสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนา.. เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาในอินเดีย

ด้วยความที่ยังเดินทางไปไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะไม่อยู่ในเส้นทางสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ที่นิยมจาริกแสวงบุญกัน จึงทำให้สภาพสังคมสิ่งแวดล้อมในเมืองสังกัสสะจะคล้ายกับ ตำบลราชกีร์ นาลันทา รัฐพิหาร สมัยก่อนปี พ.ศ.๒๕๕๐ แม้ว่าตำบลราชกีร์ในอดีตจะเป็นพระนครราชคฤห์แห่งแคว้นมคธอันยิ่งใหญ่ ใน ๑๖ มหาชนบทของชมพูทวีป

ต่อมา เมื่อได้มีการฟื้นฟูการจัดงานมาฆบูชาโลกที่เวฬุวันมหาวิหาร อันเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาถึง ๕ พรรษา เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระธรรมวินัยในชมพูทวีป... ตำบลราชกีร์ จึงได้รับการโปรโมตให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของรัฐบาลอินเดีย มีการสนับสนุนงบประมาณจำนวนมากเข้าสู่การพัฒนาสถานที่สำคัญๆ โดยเฉพาะการปรับปรุงเปลี่ยนโฉม สวนป่าเวฬุวัน ที่กำกับดูแลโดยสำนักงานป่าไม้ฯ โดยยกระดับเป็น สวนป่าอุทยานที่สวยงาม ด้วยการพัฒนาพื้นที่ครอบคลุมไปมากกว่าเดิม โดยละเว้นไม่แตะต้องอยู่เฉพาะ พื้นที่อุโบสถเวฬุวันมหาวิหาร ที่เรียกชื่อเป็นทางการว่า ลานอุโบสถมหาเจติยะพระโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งคณะสงฆ์ (ธรรมยุต) จากประเทศไทย นำโดย หลวงปู่อิ่ม วัดโสมนัสราชวรวิหาร (ธ) พระพรหมวชิรากร วัดราชผาติการาม (ธ) และพระอาจารย์อารยวังโส วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ลำพูน.. ได้นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีสวดถอนและประกาศเขตสีมา นิยมเรียกว่า ผูกพัทธสีมา .. อันเป็นไปตามวินัยกรรมในพระพุทธศาสนา

ดังนั้น เมื่อมีโอกาสเป็นครั้งแรก ที่ตัดสินใจเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ บูชา อจลเจดีย์ (รอยพระพุทธบาทพระพุทธเจ้า) อันเกิดขึ้นในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ที่ชาวพุทธเรียกชื่อวันดังกล่าวว่า วันตักบาตรเทโว (เทโวโรหณะ) จึงให้ระลึกถึง ตำบลราชกีร์ หรือนครราชคฤห์ แห่งแคว้นมคธ ในห้วงเวลาก่อนการฟื้นฟูการจัดงานมาฆบูชาโลก ณ เวฬุวันมหาวิหาร เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓

ตามประวัติศาสตร์ของอินเดียบอกเล่าไว้ว่า สังกัสสนคร เป็นเมืองใหญ่ในอดีตและเป็นเมืองสำคัญที่รองรับพระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่งที่เข้มแข็ง มั่นคง ไม่ด้อยไปกว่า เมืองสาวัตถีแห่งแคว้นโกศล, เมืองราชคฤห์แห่งแคว้นมคธ หรือเมืองเวสาลีแห่งแคว้นวัชชี เป็นต้น ซึ่งต่อมาใน ปีพุทธศักราช ๑๗๒๖ ได้ถูกกองทัพของ พระราชาไชยจันทร์ แห่งเมืองกาเนาซ์ เข้าเผาทำลายวัดวาอารามและสถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนาจนราบคาบ ซึ่งไม่แตกต่างไปจาก เมืองนาลันทา ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาในแคว้นมคธ และพุทธสถานในแว่นแคว้นอื่นๆ ทั่วทั้งชมพูทวีป

ด้วยความเป็นนครอันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนาบันทึกไว้ว่า เป็นสถานที่ตามพุทธวิสัยที่ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ จักทรงใช้สอย จึงมีอำนาจธรรมสมบูรณ์ยิ่ง ด้วยเป็น เมืองที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิหาริย์เปิดโลก และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่ทรงละ ร่วมกับอีก ๓ แห่ง ได้แก่ โพธิบัลลังก์ (สถานที่ตรัสรู้), ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (สถานที่แสดงปฐมเทศนา) และ สถานที่วางเตียงสี่เท้าในพระคันธกุฎี พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล

การเดินทางไปจำวัดอยู่ในเขตพุทธสถานที่ทรงแสดงปาฏิหาริย์เปิดโลก ที่เรียกว่า โลกรวิวรรณ แม้เพียง ๒ คืน จึงนับว่าคุ้มค่ายิ่งต่อการอุตสาหะเดินทางไปจากนครปูเน่ รัฐมหาราษฏระ/อินเดีย สถานที่จำพรรษา แม้ว่าเพิ่งจะเสร็จสิ้นการประกอบศาสนกิจเนื่องใน วันออกพรรษา.. วันตักบาตรเทโว.. และวันถวายผ้ากฐินประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกของชาวพุทธอินเดียในนครปูเน่ ที่มาร่วมงานจำนวนหลายพันคน จนร่างกายได้รับผลกระทบให้เกิดความไม่สบาย

การเดินทางต่อเนื่องโดยเครื่องบิน จากสนามบินปูเน่ ไปสู่สนามบินลัคเนา และนั่งรถยนต์ต่อเนื่องอีก ๓ ชั่วโมง เพื่อเข้าสู่เมืองสังกัสสะ.. บนเส้นทางบางตอนที่ไม่ค่อยเรียบร้อย จึงต้องใช้ความอดทนพอสมควร.. แต่ด้วยจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่ใน สัจธรรม ที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า.. หลังจากออกพรรษาในปีนี้ (๒๕๖๘) จะขอเดินทางไป นครสังกัสสะ เพื่อกราบรอยบาทพระศาสดา ที่ประทับไว้บนแผ่นดินดังกล่าว โดยเป็น พุทธวิสัย ในพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ จึงทำให้เกิดกำลังใจ มีความแช่มชื่นเบิกบานไปตลอดทาง...

..โดยเฉพาะ เมื่อได้กำหนดพุทธนิมิตขึ้นในจิตใจ ให้ระลึกถึงภาพพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ ทางบันไดแก้ว มีบันไดทอง บันไดเงิน อยู่ซ้ายขวา เพื่อการตามเสด็จของทวยเทพยดามหาพรหมทั้งหลาย ซึ่งสถานที่เสด็จลงมาประทับรอยบาทลงบนแผ่นดินมนุษย์โลกที่สังกัสสะนครนั้น.. พระเจ้าอโศกมหาราช ได้โปรดให้สร้างพระอุโบสถคลุมไว้ พร้อมปักเสาหินศิลาจารึก ซึ่งประดิษฐานรูปช้างไว้บนยอดเสา ดังปรากฏร่องรอยให้เห็นจริงถึงในปัจจุบัน อันน้อมนำมาสู่ความศรัทธาปสาทะอย่างมีเหตุมีผล... ด้วยการรองรับและรับรองทางโบราณคดีพุทธสถานอินเดีย

การไปกราบรอยพระบาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แห่งนครสังกัสสะ.. ที่ทรงเปิดโลกตามพุทธวิสัย.. จึงสมบูรณ์ด้วยการตั้งใจ ใส่ใจ สาธยายธรรมบูชาคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยได้บิณฑบาตคณะศรัทธาที่ติดตามไปจำนวน ๒๐-๓๐ คน ณ เทโวโรหณะเจดีย์ และในเช้าวันที่สอง ได้ถวายบาตรบูชาคุณพระพุทธเจ้า เพื่อเปิดโอกาสให้คณะศรัทธาได้ตักบาตรถวายบูชาคุณพระพุทธองค์ ก่อนจะได้กราบบูชา.. ขอขมากรรมเพื่อชำระ กาย วาจา ใจ มิให้เป็นโทษใดๆ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ก่อนจะเดินทางกลับที่พัก เพื่อรับภัตตาหาร จึงได้พบกับความอัศจรรย์อย่างไม่เคยปรากฏ...

เมื่อเข้าสู่ห้องพัก.. ได้เปิดฝาบาตรเพื่อเตรียมฉันภัตตาหาร.. ปรากฏกลิ่นข้าวหอมฟุ้งกระจายไปทั้งห้องพักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน อย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง จึงเกิดความปีติยินดียิ่งใน คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีสติ.. (สัมพุทธานัง สติมะตัง) .. ซึ่งต่อมาได้จัดแบ่งข้าวที่สละแล้วให้กับคณะศรัทธาได้นำไปบูชาระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า เนื่องในโอกาสได้มากราบสักการบูชารอยพระบาท ณ พุทธสถานสำคัญยิ่ง.. ที่ทรงแสดงการเปิดโลก.. และทรงกระทำให้เทวดาเห็นพวกมนุษย์.. มนุษย์เห็นเทวดา พวกเทวดาและมนุษย์ต่างแลเห็นกันเหมือนเฉพาะหน้า..

ทรงเปล่งพระฉัพพรรณรังสีไปทั่ว โดยเฉพาะครอบคลุมพื้นที่มนุษย์เต็มปริมณฑล ๓๖ โยชน์ ซึ่งเทวดาและมนุษย์ในขณะนั้นได้แลดูพระสิริของพระพุทธเจ้าในวันเปิดโลกนั้นเล้ว.. ชื่อว่า ไม่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าไม่มีเลย.. นับว่าเป็นแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ควรยิ่งต่อการเจริญพุทธานุสติ.. จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมการเจริญภาวนาบนแผ่นดินดังกล่าว ณ สังกัสสะนคร สถานที่ประทับรอยพระบาท.. กระทำการเปิดโลก ให้ดุจเป็นห้องเดียวกัน.. จึงชุ่มชื่นเบิกบานใจ.. ยิ่งเมื่อระลึกถึงพุทธภาษิตที่ว่า..

“พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหล่าใด เป็นปราชญ์

ขวนขวายในญาณ ยินดีแล้วในธรรมที่เข้าไปสงบด้วย, สามารถแห่งการออก

แม้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ก็ย่อมตระหนักต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น.. ผู้มีสติ!!”.

 

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"

สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.

บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..

แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น

“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล

“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..