
ชะตากรรมประเทศไทยภายใต้วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ที่เป็นต้นเหตุแห่งวิกฤตการน้ำมันและพลังงานในขณะนี้ อยู่ในสภาพอ่อนแอ-อ่อนไหว-เปราะบางน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง…
ปัจจัยบ่งชี้อาการอ่อนแอ-อ่อนไหว และเปราะบางของประเทศไทย มีอยู่อย่างน้อย 5 ประการ
ประการแรก คือความอ่อนแอของฐานะการคลังของประเทศ ที่ยืนยันได้จากดุลงบประมาณที่ขาดดุลต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานถึง 19 ปี นับตั้งแต่ปีงบประมาณพุทธศักราช 2550 เป็นต้นมา จนถึงปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 และยังจะขาดดุลต่อเนื่องต่ออีกอย่างน้อย 4 ปี ตามแผนการคลังระยะปานกลาง ระหว่างปีงบประมาณพุทธศักราช 2569-2573 ซึ่งผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปเรียบร้อยเมื่อปลายปี 2568 ในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมัยที่ 1
ในประเด็นว่าด้วยการขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง ที่เซาะกร่อนรากฐานความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจไทย ยังมีความน่ากลัวซ้อนความน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อพิจารณาสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณต่อจีดีพีที่สูงทะลุจุดวิกฤตตามมาตรฐานสากล
เกณฑ์มาตรฐานสากล ยอมรับได้กับสัดส่วนการขาดดุลประมาณต่อจีดี
พีในระดับไม่เกิน 3% แต่กรณีสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณต่อจีดีพีของประเทศไทย ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลางทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 3%
ยิ่งไปกว่านั้นประมาณการยอดการจัดเก็บรายได้สำหรับปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 ที่กำหนดไว้ 3,061,600 ล้านบาท มีแนวโน้มสูงมากที่จะมีรายได้จัดเก็บจริงต่ำกว่าประมาณการ ด้วยผลกระทบจากแรงกระแทกทั้งจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง และนโยบายการค้าของผู้นำสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน ซึ่งไม่อยู่ในสมการของการคิดคำนวณประมาณการรายได้จากการจัดเก็บ และประมาณการแนวโน้มจีดีพีปี 2569 รวมทั้งแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อปี 2569 ที่มีโอกาสคลาดเคลื่อนสูงมาก
ด้วยผลกระทบรุนแรงจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง และวิกฤตราคาน้ำมัน รวมทั้งวิกฤตราคาพลังงานอื่นๆ ทำให้สถาบันสำคัญทางเศรษฐกิจทั้งระดับโลก อย่างธนาคารโลก และระดับชาติ อย่างสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน รวมทั้งสำนักวิจัยธนาคารพาณิชย์ พร้อมใจกันปรับลดประมาณการจีดีพีปี 2569 ลงจาก 2.3-3.3% มาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 0.2-1.4% และปรับเพิ่มประมาณการอัตราเงินเฟ้อขึ้นจาก 0.5-1.5% พุ่งขึ้นเป็น 2.7-5.8% แต่ประมาณการจีดีพี และอัตราเงินเฟ้อ ในเอกสารงบประมาณประจำปีพุทธศักราช 2569 ยังคงตัวอยู่ที่ 2.3-3.3% และ 0.5-1.5% ตามลำดับ โดยมิได้มีการปรับเปลี่ยนหรือทบทวนแก้ไขให้สอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
ประการที่ 2 คือหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับสูง ด้วยค่าเฉลี่ย 90% ของจีดีพี สูงเกินค่ามาตรฐานที่ไม่เกิน 80%ของจีดีพี
ประการที่ 3 คือหนี้ธุรกิจ มีแนวโน้มด้อยคุณภาพอย่างน่าวิตก โดยสังเกตได้จากรายงาน “Default Statistics and Rating Transition Rates in Thailand 2025” โดยบริษัททริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งบ่งชี้ว่าในรอบปี 2568 มีการเลื่อน หรือผิดนัดชำระหนี้ในตลาดตราสารหนี้สูงถึง 5.8% หรือคิดเป็นมูลค่าตราสารหนี้ที่เลื่อนหรือผิดนัดชำระ กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 25 ปี
นอกจากนี้ข้อมูลสมาคมตราสารหนี้ ยังระบุว่าเฉพาะไตรมาสแรกของปี 2569 มีผู้ออกตราสารหนี้ผิดนัดชำระแล้วคิดเป็นมูลค่าถึง 8,976 ล้านบาท
ประการที่ 4 หนี้สาธารณะ ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงถึง 12.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 68% ของจีดีพี เหลือช่องว่างห่างจากเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% ของจีดีพี เพียง 2% และยังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งรัฐบาลอาจต้องขยับเพดานหนี้สาธารณะให้สูงขึ้นอย่างไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น เพื่อก่อหนี้เพิ่มขึ้นมาเป็นงบประมาณรายจ่ายของประเทศ
ประการที่ 5 อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ “ติดลบ” ในมุมมองของสถาบันการจัดอันดับชั้นนำระดับโลก 2 แห่งคือมูดีส์อินเวสเตอร์เซอร์วิส และฟิตซ์เรทติ้ง โดยมีสาเหตุสำคัญจากจีดีพี เติบโตในระดับต่ำเรื้อรัง-ฐานะการคลังอ่อนแอ และการเมืองขาดเสถียรภาพ
ซ้ำร้ายคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (Corruption Perceptions Index-CPI) ปี 2568 ของประเทศไทย ก็เหลือแค่ 33 คะแนน แย่กว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว และเป็นคะแนนที่ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี
เหตุปัจจัยที่พาชะตากรรมปะเทศไทย ถลำเข้าสู่ความอ่อนแอ-อ่อนไหว-เปราะบาง เมื่อพินิจพิจารณาด้วยหลักเหตุและผล ปราศจากอคติ พอจะประมวลได้ 3 ประเด็น
1).ทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญยิ่งยวดในความมั่นคง แข็งแรงของชาติ ถูกละเลย ขาดการทุ่มเทเอาใจใส่พัฒนาอย่างจริงจัง ให้มีขีดความสามารถ เป็นกำลังสำคัญทั้งในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคามทุกรูปแบบ และพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง
ทุนมนุษย์ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะประเทศต้องมีชนชั้นนำที่ดี และมีชนชั้นตามที่ดี.. คนจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องอนาคตของประเทศและความสัมพันธ์กับต่างประเทศเป็นสำคัญ.. และจะต้องไม่ขัดแย้งกันระหว่างกันด้วย..!
2).วิสัยทัศน์และทักษะด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์ที่ตั้งมั่นบนผลประโยชน์ชาติ เหนือผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างพลังอำนาจในการต่อรองในเวทีโลก
3).ความสามัคคีปรองดองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่เสื่อมถอยลงอย่างน่าหดหู่ใจในรอบ 20 ปี ต้องเร่งฟื้นฟูพัฒนาให้กลับคืนมา โดยจุดประกายความมีน้ำใจ มีความเมตตากรุณา และความเอื้อเฟ้อเกื้อกูล ที่มีอยู่ในตัวคนไทยทุกคนให้เจิดจรัสสว่างไสวขึ้น
สรุปแล้วความอ่อนแอ-อ่อนไหว และเปราะบางของไทย ไม่ได้เพราะเราทำอะไรผิดพลาด..! แต่เป็นเพราะเรายังหลงไหลได้ปลื้มทำสิ่งที่เดิมๆที่เคยทำอยู่..ให้ประสบความสำเร็จ..ในขณะที่โลกเปลี่ยนไป..กติกาก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว.. แต่เรายังเล่นเกมเก่าอยู่..
ที่ได้กล่าวมานี้ ไม่ใช่จุดจบของไทย..แต่นี่คือสัญญาณเตือนเพื่อ ให้คนไทยระลึกว่า..อย่าให้ความสบายใจ..ความพึงพอใจ..ต่อสิ่งที่มีอยู่ กลายเป็นกลยุทธ์ที่แท้จริงของเรา.. เพราะในช่วงเวลาที่ เราหยุดอยู่กับที่..ก็จะมีใครบางคนที่ไม่ยอมหยุด มาแทนที่เรา..
ถึงเวลาแล้วครับ..ที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ช่วยกันพาประเทศออกจากความมืด…….
บทความ คอลัมน์ พิจารณ์นโยบายสาธารณะ กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล
วุฒิพันธ์ุ วิชัยรัตน์
อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
อดีตเลขานุการ รมว.คลัง
อดีตสมาชิกวุฒิสภา 174

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา
จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
เกมผู้ว่าฯ กทม. ในกรอบทฤษฎีเกม เมื่อข้อกล่าวหากลายเป็นอาวุธ และความชอบธรรมคือแต้มต่อของชัชชาติ
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2569 เข้าสู่โค้งตัดสินแล้ว โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งไว้วันที่ 28 มิถุนายน 2569
สภาสูง กระทุ้ง เร่งแก้ปัญหานอมินี สกัดการแทรกซึม ตัวแทนอำพรางต่างชาติ
เป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก กับการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบสแกนธุรกิจต่างชาติ
สงคราม ไทยVSกัมพูชา รบรอบสาม มีโอกาสเกิด 3 เหล่าทัพ ต้องพร้อมรุกนอกประเทศ
ไอ้ฮุน เซน มันทนพิษบาดแผลเรื่องเศรษฐกิจไม่ไหว แต่จะวันนี้ พรุ่งนี้หรืออีกสองเดือนต้องแล้วแต่มัน แต่เราต้องพร้อม...รอบนี้ จริงๆ ต้องยึดพื้นที่สำคัญแล้วรุกออกนอกประเทศอย่าตั้งรับในประเทศ
การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กับผลกระทบของกฎหมายลูกกตัญญู
ในบริบทของสังคมไทย "ความกตัญญูกตเวทิตา" ต่อบิดามารดาไม่เพียงแต่เป็นรากฐานทางศีลธรรมและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หากแต่ในปัจจุบัน ค่านิยมดังกล่าวได้ถูกยกระดับและบูรณาการเข้าสู่ระบบกฎหมายและนโยบายสาธารณะของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม

