เย็นศิระเพราะพระบริบาล
พสกนิกรไทยใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยจวบจนปัจจุบัน มีความผาสุกตรงตามประโยคหนึ่งในเพลงสรรเสริญพระบารมี นั่นคือข้อความที่ว่า “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”
ขนมพอสมน้ำยา
สำนวนไทยสำนวนนี้หมายความว่า “พอๆ กัน ไม่มีใครดีกว่ากัน” มาจากการที่ขนมจีนกับน้ำยามีสัดส่วนเหมาะสมกัน ซึ่งน่าจะมีความหมายที่ดี ทำให้ได้กินขนมจีนน้ำยาที่อร่อย ไม่แห้งไป ไม่แฉะไป
ไม่รู้ที่ควรรู้...คือโง่ รู้แล้วพูดจาบิดเบือน...คือชั่ว
ถ้าหากใครติดตามการพูดจาหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในเวลานี้ เราจะพบว่ามีข้อความที่ไม่เป็นความจริงอยู่มากมาย การที่พวกเขาพูดเรื่องที่ไม่จริงนั้นเป็นเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง
ทำไมต้องด้อยค่าลุงตู่
ตลอด 8 ปีที่ลุงตู่ทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ฝ่ายตรงกันข้ามลุงตู่ก็สร้างวาทกรรมด้อยค่าลุงตู่มาตลอด
ยอมรับความจริง...พูดความจริงเป็นกันไหม
เวลานี้พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาพูดจาปราศรัยหาเสียงกันครึกโครม มีทั้งพูดความจริง มีทั้งสร้างวาทกรรมบิดเบือนความจริง กล่าวคำเท็จ และขายฝันแตกต่างกันไป
อย่าชะล่าใจนะ…รวมไทยสร้างชาติ
ในขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ ขยับตัวตามเสียงปี่กลองของการเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก แฟนคลับของลุงตู่ที่ต้องการให้ลุงตู่อยู่ต่อ
เศรษฐกิจไม่เหมือนธุรกิจนะ...ขอบอก
ลุงตู่ที่มีคนเขาดูแคลนว่าเป็น รปภ.ขับเครื่องบิน ได้กล่าวสุดยอดวาทกรรมในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “เศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่ธุรกิจของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง”
ตัวจริง...ทำจริง...ไม่อิงบารมีใคร
เลือกตั้งครั้งนี้ พินิจพิเคราะห์การหาเสียงของแต่ละพรรคให้ดีว่า คนที่พรรคเสนอเป็น Candidate นายกรัฐมนตรีนั้นเป็นตัวจริงหรือไม่ ทำงานด้วยความรู้ความสามารถ เป็นตัวของตัวเองหรือไม่ หรือว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง และคนที่อยู่เบื้องหลังนั้นมีพฤติกรรมเช่นไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร
ชงให้ตบ...สลบไปแล้ว
เมื่อฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจลุงตู่ และมีการกำหนดวันเอาไว้ว่าจะเป็นวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2566 FC ของลุงตู่หลายคนหวั่นไหว เกรงว่าลุงตู่จะโดนยำจนเละ
เลือกตั้งครั้งนี้ ต้องคิดว่าเราเลือกนายกรัฐมนตรี
ปี่กลองการเลือกตั้งดังกระหึ่มแล้ว สิ่งที่เราเห็นในเวลานี้ก็คือ การย้ายพรรค การเปิดตัวผู้สมัคร การลงพื้นที่ปราศรัย การประกาศนโยบาย

