รอผู้นำปราบโกง

หลายวันมานี้มีการพูดถึงการคอร์รัปชันกันมาก

ที่ด่าก็ด่ากันไป

ที่แก้ตัวก็ลิ้นพัน

ประเทศไทย ณ วันนี้ ก็ยังไม่มีการพูดถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่จริงจังและจับต้องได้

ยังไม่เห็นแนวทางครับ โดยเฉพาะรัฐบาล ว่าจะจัดการกับปัญหานี้แบบถอนรากถอนโคนได้อย่างไร

ทั้งๆ ที่ควรเป็นปัญหาเร่งด่วน

ที่ต้องแก้ไขในทันที

มันไม่ได้ยากเกินแก้ถ้าอยากจะทำ

แต่ที่ผ่านๆ มาเหมือนธุระไม่ใช่

ทุกรัฐบาลถวายสัตย์ปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์ในหลวงว่า จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

แต่สุดท้ายก็ยังมีการคอร์รัปชันกันทุกระดับการเมืองไทย

ตั้งแต่ระดับชาติยันตำบลหมู่บ้าน

ประชาชนเองก็พร้อมที่จะหลบเลี่ยงกฎหมายหากมีช่องให้ทำ

มันเหมือนกับว่าเราหาจุดเริ่มต้นไม่เจอ

ครับ...เผื่อเป็นแรงบันดาลใจ ลองเปรียบเทียบกับเกาหลีใต้ก็ได้ เพราะสภาพปัญหามีความคล้ายคลึงกับไทยไม่น้อยทีเดียว

ในอดีตเกาหลีใต้ถูกเรียกว่า สวรรค์คนโกง แต่พลิกโฉมกลายเป็นประเทศที่มีความโปร่งใสในลำดับต้นๆ ของโลกได้อย่างไร

ยุครัฐบาลเผด็จการทหารแทบจะเป็นระบอบการปกครองคู่แฝดของไทย ๒ ประเทศนี้คอร์รัปชันกันสูงมาก

แล้วอะไรทำให้เกาหลีใต้เปลี่ยนประเทศได้

เจตจำนงของผู้นำ!

นับตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ถึงปี ๒๕๒๓ การคอร์รัปชันในเกาหลีใต้เป็นการคอร์รัปชันในระดับชาติ แม้จะมีการพัฒนาประเทศจนเริ่มจะเป็นเสือตัวใหม่แห่งเอเชีย แต่มีระบบถูกผูกขาดโดยกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่โดยกลุ่ม แชโบล (Chaebol) 

การคอร์รัปชันกลืนกินเกาหลีใต้เกิดความเหลื่อมล้ำสูง

แล้ววันหนึ่งด้วยความพยายามในการผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้กลายมาเป็น "วาระแห่งชาติ" ร่วมกันของ

ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ภายหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี ๒๕๔๐

เจตจำนงของผู้นำคือ ประธานาธิบดี คิม แด-จุง ได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการประจำสำนักประธานาธิบดีว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชัน และคณะกรรมาธิการสืบสวนสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับคอร์รัปชัน

ปี ๒๕๔๒ องค์กรภาคประชาสังคมได้จัดตั้งเครือข่ายการต่อต้านคอร์รัปชันในประเทศเกาหลีใต้

ร่วมกันผลักดันแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน นำไปสู่การออกกฎหมายการต่อต้านการคอร์รัปชัน ในที่สุด

เป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ

ถ้าจะพูดว่า ไทยกับเกาหลีใต้เริ่มมีองค์กรปราบคอร์รัปชันที่เป็นรูปธรรมในช่วงเวลาเดียวกันก็คงไม่ผิดนัก

แต่ทำไมไทยถึงล้าหลังกว่ามาก

ปัญหาอยู่ที่จิตสำนึกของคนในประเทศทุกระดับ!

เกาหลีใต้ได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่า ระดับการคอร์รัปชันที่สูงมาก คือสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐

แต่ถ้าถามกลับว่าแล้วไทยได้ข้อสรุปอะไรบ้างจากวิกฤตต้มยำกุ้ง

ร้อยทั้งร้อยยังตอบว่าเพราะไทยถูก พ่อมดการเงิน “จอร์จ โซรอส” โจมตีเงินบาท

ไม่มีการประเมินว่าเป็นเพราะพื้นฐานเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากการคอร์รัปชันในทุกมิติแต่อย่างใด

เราจึงขาดเจตจำนงของผู้นำตลอดมา

ปี ๒๕๔๔ เกาหลีใต้ ออกกฎหมายการต่อต้านการคอร์รัปชันขึ้นมาเป็นครั้งแรก

หน่วยงานหลักที่จะทำหน้าที่ในการต่อต้านการคอร์รัปชัน นั่นคือ "คณะกรรมการอิสระต่อต้านคอร์รัปชัน

แห่งเกาหลีใต้" (Korea Independent Commission Against Corruption: KICAC)

ขณะที่สำนักงาน ป.ป.ช.ของไทย ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๒

แต่เกาหลีใต้ไม่หยุดเพียงแค่นั้น ยังมีการปฏิรูประบบราชการ

ไทยก็มีเช่นกันยุครัฐบาลทักษิณ ปฏิรูประบบราชการด้วยการเพิ่มกระทรวงใหม่ขึ้นมา

โดยตราพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ 

ส่งผลให้มีการตั้งกระทรวงเพิ่มขึ้นอีก ๖ กระทรวง

จากเดิมที่มีอยู่แล้ว ๑๔ กระทรวง กลายเป็น ๒๐ กระทรวง

ทั้งหมดไม่มีพื้นฐานที่นำไปสู่การปราบคอร์รัปชันเลย

กลายเป็นการเพิ่มเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรคการเมือง

ดัชนีคอร์รัปชันเกาหลีใต้ค่อยๆ ไต่ระดับดีขึ้นเรื่อยๆ นับแต่ปี ๒๕๔๘ เกินครึ่งมาตลอด

ขณะที่ไทยย่ำอยู่กับที่

ล่าสุดไทยได้ ๓๓ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ 

รั้งอันดับที่ ๑๑๖ จาก ๑๘๒ ประเทศทั่วโลก

ขณะที่เกาหลีใต้ได้คะแนน ๖๓ เต็ม ๑๐๐ อยู่ในอันดับที่ ๓๑ ของโลก

มันต่างกันขนาดนี้ได้อย่างไร

ที่สำคัญทำไมประเทศไทยถึงยังไม่ตระหนักว่าปัญหาคอร์รัปชันคือบ่อเกิดของหายนะที่จะเกิดกับประเทศในทุกมิติ

เรายังหาผู้นำที่มีเจตจำนงถอนรากถอนโคนคอร์รัปชันไม่ได้

ปัจจัยไปสู่ความสำเร็จของเกาหลีใต้ที่จริงไม่มีอะไรซับซ้อน

ตามกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ได้กำหนดให้ความคุ้มครองและให้รางวัลแก่ผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต

จะไม่มีการระบุตัวผู้ให้ข้อมูล

ผู้ให้ข้อมูลมีสิทธิ์ร้องขอความคุ้มครองได้

ผู้ให้ข้อมูลจะต้องไม่ได้รับผลกระทบในทางเสียหายใดๆ จากการรายงานเรื่องการกระทำการทุจริต

และมีการให้รางวัล

กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ยังได้บัญญัติให้ภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ องค์กรของรัฐ (หมายถึง หน่วยงานต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานทางปกครอง องค์การทางการบริหาร สภาท้องถิ่น สำนักงานการศึกษา รัฐสภาแห่งชาติ ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน และองค์กรต่างๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการให้บริการของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยจริยธรรม)

คุ้นๆ นะครับ กฎหมายว่าด้วยจริยธรรม ที่นักการเมืองไทยประกาศว่าจะต้องไม่มีในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เชื่อมั้ยครับว่าเกาหลีใต้ก็คิดแบบไทยนั่นคือ จัดทำหลักสูตรว่าด้วยศีลธรรมจรรยาเพื่อปลูกฝังความซื่อสัตย์ ให้แก่เยาวชนของชาติ

ของไทยก็มี โตไปไม่โกง

การสร้างสำนึกรู้ต่อต้านการทุจริตและปลูกฝังค่านิยมการมีคุณธรรมนั้นเกาหลีใต้เขาทำจริงจังมาก

ไม่ใช่สักแต่ว่าขอไปที

ทีนี้เห็นหรือยังครับว่า ไทยขาดอะไรถึงยังปราบคอร์รัปชันไม่ได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อะไรๆ ก็ 'ไอโอ'

วันนี้คุยกันเรื่อง “ไอโอ” ครับ ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่มันเป็นเรื่องน่ารำคาญ พรรคการเมืองที่พูดเรื่องไอโอมากที่สุดคือพรรคส้ม

เริ่มต้นด้วยความระแวง

เดือนหน้าวันที่ ๗-๘ กรกฎาคม ที่ประชุมรัฐสภาเขาจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญกันแล้วครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคการเมืองก็เป็นเข่งอยู่

สภาสีเทา

เมื่อไหร่จะโตกันเสียที... เปล่าครับ มิได้หมายถึง นักเรียนชั้นอนุบาล ๓/๔ แต่เป็น สส.ในสภา โดยเฉพาะ สส.ฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล กับพรรคกล้าธรรม

วัคซีนพระราชทาน

ไหน "นิติสงคราม"... วานนี้ (๒๘ พฤษภาคม) คำพิพากษาศาลชั้นต้น "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ไม่มีความผิดตาม ม.๑๑๒ จากคดี "วัคซีนพระราชทาน"

ส้มจะป่วนประเทศ

เสียเวลาเปล่า... อย่าไปแก้รัฐธรรมนูญเลยครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า นี่ไม่ใช่ประชดนะครับ...แต่มันเป็นภาพอนาคตว่า มีคนบางกลุ่มจะใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขในการสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ให้บ้านเมือง