ปมถอดสัมปทานสายสีเขียว

เป็นประเด็นมาตลอดทั้งสัปดาห์ กรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยวาระที่กระทรวงมหาดไทยเสนอขออนุมัติเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยต่อขยายสัญญาสัมปทานให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบ BTS ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS อีก 30 ปี จากเดิมสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในปี 2572 ขยายต่อไปให้สิ้นสุดในปี 2602 แต่มีรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอถอนวาระดังกล่าวออกไปก่อน
แน่นอนว่า วาระดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณามาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2563 ได้เคยมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ต่อมามีรายงานว่าได้ถอนเรื่องออกจากการพิจารณาเช่นกัน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ไปศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อนนำเสนอใหม่อีกครั้งหนึ่ง

เรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะอยู่ในความสนใจของใครหลายๆ คน และได้มีการสอบถามไปยังนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณี ครม.ถอดวาระดังกล่าว ซึ่งก็ได้รับการยืนยันว่าสาเหตุการถอนเรื่องไม่ได้มาจากกระทรวงคมนาคมขัดขวางการนำเสนอ ครม. โดยเลขาธิการ ครม.ได้แจ้งก่อนเข้าวาระว่า กระทรวงมหาดไทยขอถอนเรื่องแต่ไม่ได้แจ้งสาเหตุ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงคมนาคมยังยืนยันประเด็นที่เคยเสนอทักท้วงการต่อสัญญา ซึ่งมีด้วยกัน 4 เรื่องที่เสนอไปก่อนหน้านี้


เนื่องจากกระทรวงคมนาคมเห็นว่ามีข้อมูลบางเรื่องที่ยังต้องทำให้ครบถ้วนก่อน เช่น เรื่องการดำเนินการตามมติ ครม.ปี 2561 เรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งเรื่องยังอยู่ที่ ป.ป.ช. และล่าสุดทาง BTS ได้ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานครอยู่ ควรฟังคำสั่งศาลว่าจะเป็นอย่างไรด้วย เพราะหากกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก ต่อไปก็จะเป็นปัญหาไปด้วย


สำหรับข้อทักท้วง 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.ความครบถ้วนตามหลักการของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 2.การคิดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ใช้บริการ เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยมาใช้บริการ รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียวสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดได้ต่ำกว่า 65 บาท 3.การใช้สินทรัพย์ของรัฐที่ได้รับโอนจากเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรพิจารณาให้ถ่องแท้ถึงการใช้สินทรัพย์ว่ารัฐควรได้ประโยชน์จากการขยายสัญญาสัมปทานเป็นจำนวนเท่าไร อย่างไร จนกว่าจะครบอายุสัญญา
4.ประเด็นข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณี กทม.ได้ทำสัญญาจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ไปจนถึงปี 2585 และได้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังนั้นจึงสมควรรอผลการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจน


ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของ BTS ยืนยันว่า ไม่ได้มีการกดดันให้มีการต่อสัมปทานเพื่อแลกกับมูลหนี้ที่ กทม.ค้างจ่ายอยู่รวม 3.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเรื่องการติดตามหนี้สินค้างจ่ายเป็นเรื่องที่ BTS ดำเนินการมานานแล้ว เป็นการดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายที่สามารถทำได้ เนื่องจากบริษัทต้องแบกรับต้นทุนการเดินรถมาเป็นเวลานาน
สำหรับภาระหนี้สะสมที่ กทม.มีต่อ BTS แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.หนี้ค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายตั้งแต่เดือน เม.ย.2560 จนถึงเดือน ก.ค.2564 ประมาณ 12,000 ล้านบาท 2.หนี้ค่าซื้อระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) ประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่ง BTS ยอมรับว่าการค้างจ่ายค่าจ้างดังกล่าวที่มีมูลค่ามากกว่า 3 หมื่นล้านบาทนั้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ BTS จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อนำมาบริหารจัดการ


สำหรับประเด็นเรื่องต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ยังเป็นที่น่าจับตามองจากหลายฝ่าย รวมถึงประชาชนที่ต้องใช้บริการ ที่สุดแล้วบทสรุปสุดท้ายจะออกมาในทิศทางใด ประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด ข้อตกลงร่วมกันใครได้ใครเสีย เรื่องนี้ประชาชนควรได้รับรู้รายละเอียด สุดท้ายเชื่อว่ารัฐบาลต้องทำให้ชัดเจน วางนโยบายแล้วกำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมาภายหลัง ด้วยการที่ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าโดยสารที่แพงเกินความจำเป็น.

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย

วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล

AI ยิ่งเก่ง...คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสรุป วิเคราะห์

‘หนี้สูง-ศก.เปราะบาง’ฉุดฝันมีบ้าน!?!?

‘บ้าน’ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความหวังของผู้คนในการสร้างอนาคตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับประชาชนจำนวนไม่น้อย ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

‘พลังงาน-Ai'แกนหมุนใหม่ศก.อาเซียน

นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นศูนย์กลางจัดงานประชุมพลังงานระดับโลก แต่การกลับมาเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “Gastech 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 นี้ ถือเป็น "การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญในรอบ 18 ปี" ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงยุทธศาสตร์

ไทยปักหมุดฮับเวลเนสโลก

ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่ไปกับการพักผ่อน

เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ต่อ GDP ประเทศมีมากกว่า 35% และยังเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญของแรงงานในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 71% ของการจ้างงานทั้งประเทศ