
ดูเหมือนว่าภัยการโจมตีทางไซเบอร์ด้วยซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่ หรือ “แรนซัมแวร์” มีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดของไทยไปแล้ว แน่นอนว่าองค์กรควรจะต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจากบุคคลภายนอก อีกทั้งให้ความสำคัญกับสุขลักษณะที่ดีต่อความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือภัยคุกคามและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา และหัวหน้าสายงานกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน บริษัท PwC ประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลว่า การโจมตีทางไซเบอร์ด้วยโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้เรียกค่าไถ่ข้อมูล โดยขโมยข้อมูลด้วยการเข้ารหัส หรือล็อกไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงหรือเปิดไฟล์ได้ และเรียกร้องให้มีการจ่ายค่าไถ่ (Ransomware) จะเป็นภัยไซเบอร์ที่พบมากที่สุดในปี 2565
สำหรับการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์จะกลายมาเป็นภัยไซเบอร์ที่มีแนวโน้มการเกิดมากที่สุดในระยะข้างหน้า โดยจะเห็นว่าแรนซัมแวร์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสถาบันการเงินและโรงพยาบาล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ภัยไซเบอร์ที่พบมากจะเป็นมัลแวร์ประเภทไวรัส โทรจัน และโปรแกรมอื่นๆ ที่ใช้ในการโจมตีและเข้าถึงข้อมูลที่มีความอ่อนไหว
ทั้งนี้ ความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจากบุคคลที่สามได้กลายเป็นประเด็นความกังวลหลักที่มีการพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการบริหารความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และเครือข่ายซัพพลายเออร์และคู่ค้าที่มีความสลับซับซ้อน ทำให้ยากต่อการควบคุมและป้องกันข้อมูลไม่ให้เกิดการรั่วไหลนั่นเอง
ความเสี่ยงของการละเมิดข้อมูลผ่านบุคคลที่สาม กำลังเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงมากที่สุดว่าจะจัดการกันอย่างไร เพราะบุคคลที่สามมีตั้งแต่ คู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกจ้างที่บริษัทหรือหน่วยงานจ้างภายนอก ผู้รับเหมา ผู้ให้บริการ รวมไปจนถึงบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ใน Ecosystem ที่ต้องทำงานและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งต่อให้องค์กรมีการบริหารจัดการความปลอดภัยของระบบงานเป็นอย่างดีแล้ว แต่จากหลายๆ กรณีที่เกิดขึ้นก็ต้องยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมหรือดูแล Third party ได้อย่างทั่วถึง
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับรายงาน 2022 Global Digital Trust Insights Survey ของ PwC ซึ่งทำการศึกษาถึงการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยด้านดิจิทัลของผู้บริหารทั่วโลกกว่า 3,600 ราย พบว่า 60% ของผู้ถูกสำรวจยังขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลผ่านบุคคลที่สาม ในขณะที่ 20% มีความเข้าใจเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลยในเรื่องความเสี่ยงทุกประเภท
ส่วนกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตภายในประเทศนั้น แม้ภัยดังกล่าวจะเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันหรือดักจับได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากระบบนิเวศทางธุรกิจมีการเชื่อมต่อมากขึ้น และมีการเข้าสู่ระบบโดยใช้การยืนยันตัวตนผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล และอื่นๆ ทำให้การวิเคราะห์หาสาเหตุ และการจัดการให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีของข้อมูลทำได้ยาก ซึ่งเหตุการณ์นี้จะสร้างให้เกิดความตระหนักที่มากขึ้นทั้งในส่วนของผู้ให้บริการและเจ้าของบัญชี
นอกเหนือจากการจัดการภัยคุกคามไซเบอร์ที่เกิดจากบุคคลภายนอกแล้ว การบริหารจัดการความปลอดภัยอย่างเป็นระบบเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ๆ การจัดการปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากรด้านไซเบอร์ และการขับเคลื่อนธุรกิจให้ทันกับโลกยุคดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยควบคู่ไปกับความเร็วของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ทันคู่แข่ง จะกลายเป็นความท้าทาย 3 อันดับแรกของการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านดิจิทัลของไทยอีกด้วย
องค์กรไทยควรทำการศึกษาตัวธุรกิจและบริเวณที่อาจจะถูกคุกคาม รวมทั้งประเมินความเสี่ยงเชิงลึกผ่านการวิเคราะห์เชิงปริมาณ เพื่อวัดระดับความเหมาะสมสำหรับการลงทุน และให้ความสำคัญกับการมีสุขลักษณะที่ดีต่อความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งแม้จะเป็นพื้นฐานด้านความปลอดภัยแต่ยังมีการละเลยกันอยู่ในปัจจุบัน.
รุ่งนภา สารพิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน
ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่
โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต
“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร
การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง
60 ปีกรุงไทย..ก้าวต่อไปคืออนาคตไทย
ฉลองครบรอบ 60 ปีการมีอยู่ของธนาคารกรุงไทยไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล
‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

