จบ'เอเปก'แล้วไงต่อ

ผ่านไปด้วยดี

เอเปก ๒๐๒๒  ปิดฉากไปอย่างชื่นมื่น

ผู้นำเอเปกจากทุกเขตเศรษฐกิจได้ร่วมรับรอง ปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ค.ศ.๒๐๒๒ รวมทั้งได้ร่วมรับรอง “เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG”  หรือ “Bangkok goals on BCG Economy”

ใช่ครับ...เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG (Bio-Circular-Green Economy)  ได้รับการตอบรับจากประเทศสมาชิกในระดับที่ดีทีเดียว 

คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บอกว่าประเด็นเศรษฐกิจ BCG ของไทย สอดคล้องกับประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ

ในการสนทนาระหว่างประธานาธิบดี สีจิ้นผิง  กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้บรรลุฉันทามติว่าด้วยการสร้างประชาคมจีน-ไทย ที่มีอนาคตร่วมกัน

นำไปสู่การออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการปฏิบัติงานเพื่อมุ่งสู่ประชาคมจีน-ไทย ที่มีอนาคตร่วมกันอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น

หนึ่งในนั้นคือ ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญยิ่งยวดกับการเสริมสร้างความร่วมมือภายใต้แผนริเริ่มการพัฒนาระดับโลก (GDI) เพื่อเร่งแนวทางการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี ๒๐๓๐

จีนยกย่องชมเชยเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วย BCG  ที่ไทยนำเสนอ และพร้อมแสวงหาการเติบโตที่สมดุล ยั่งยืน และครอบคลุม ร่วมกับไทยโดยอ้างอิงปรัชญาการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง  ให้ความสนใจ เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล รถยนต์พลังงานทดแทน นวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นพิเศษ

รวมทั้งการเชื่อมโยงระบบรถไฟ  ที่ "สีจิ้นผิง"  พูดถึงการเชื่อมโยง EEC ของไทยไปยังรถไฟจีน-ลาว ต่อไปจนถึงมณฑลยูนนานของจีน

มองภาพอนาคต หากโครงการเหล่านี้เสร็จสิ้นเชื่อมโยมกัน โอกาสทางเศรษฐกิจจะเปิดประตูกว้างขึ้นอีก

จากการหารือเต็มคณะ  ไทยกับจีน ได้ประกาศเอกสารความร่วมมือและความตกลงที่มีการลงนามในช่วงการเยือน จำนวน ๕ ฉบับ ได้แก่

๑.แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย - จีน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙)

๒.แผนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วย การร่วมกันส่งเสริมเส้นทางเศรษฐกิจสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ ๒๑

๓.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

๔.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย และสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

และ๕.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการก่อตั้งคณะทำงานความร่วมมือด้านการลงทุน และเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ก็พอมองเห็นทิศทางหลังจากนี้ หากรัฐบาลถัดๆไปให้ความสนใจสานต่อ

อีกไฮไลท์ของการประชุมเอเปกครั้งนี้  คือเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก หรือ Free Trade Area of the Asia-Pacific (FTAAP)

FTAAP ต่างไปจาก อาร์เซ็ป ( CPTPP )

FTAAP ไม่ใช่ความตกลงการค้า ไม่ต้องเปิดการเจรจาและลงนามเหมือน CPTPP

แต่จะเป็นลักษณะการทยอยเปิดการค้าเสรี ที่จะต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละเขตเศรษฐกิจในสมาชิกเอเปก

คร่าวๆเป้าหมายของ FTAAP คือ  การขยายการค้าการลงทุนภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

การลดอุปสรรคการค้าการลงทุนที่ไม่จำเป็น

การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสมาชิกเอเปค

และการลดช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน

อย่างที่ทราบกันครับ เอเปก เป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรถึง ๒,๙๐๐ ล้านคน คิดเป็น ๓๘% ของประชากรโลก

มี GDP รวมกัน มูลค่า ๕๒ ล้านล้านดอลลาร์

คิดเป็น ๒ ใน ๓ ของ GDP โลก

หากอนาคตข้างหน้า การขับเคลื่อน FTAAP ประสบความสำเร็จ GDP ไทยจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล เพราะปัจจุบัน ไทยยังไม่ได้ทำ  FTA กับ สหรัฐ แคนาดา รัสเซียและเม็กซิโก ซึ่งเป็นสมาชิกเอเปก

เอเปกจบหมาดๆ นักวิชาการนักเศรษฐศาสตร์เริ่มคึก แนะนำว่าเศรษฐกิจ BCG ไม่ควรหยุดอยู่แค่เวทีเอเปค

ต้องหยิบยกไปนำเสนอเวทีระดับโลกอื่นๆด้วย อาทิ

องค์การการค้าโลก           

องค์การสหประชาชาติ

เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม

ไทยสามารถขยับไปอยู่ในสถานะของผู้กำหนดทิศทางและกฎการค้าและการลงทุนของภูมิภาคและของโลกได้ เพราะได้เปรียบในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม

แต่เรายังต้องปรับในอีกหลายส่วน

อาทิ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม

เตรียมความพร้อมทางด้านคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูง

อาศัยบรรษัทข้ามชาติ ข้ามาจัดตั้งสถาบันวิจัยระดับโลกในไทย มีข้อตกลงเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี

เพื่อเราสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

ก็ฝากไปยังพรรคการเมืองต่างๆที่กำลังหาเสียงกันสุดเหวี่ยง

หากพรรคไหนได้เป็นรัฐบาลอย่าลืม ผลจากการประชุมเอเปกครั้งนี้ อย่าให้สิ้นสุดลงเพราะความเห็นทางการเมืองไม่เหมือนกัน

อย่าคิดว่าเป็นผลงานของรัฐบาลนี้ ก็กองไว้ตรงนั้น

อย่าใช้ข้ออ้างรัฐบาลสั่งสลายการชุมนุม ฉะนั้นไม่ต้องรับมรดกจากรัฐบาลนี้ เพราะเอาเข้าจริง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน

รัฐบาลเพื่อไทย

รัฐบาลก้าวไกล

หากมีการชุมนุมที่ดูแล้วเสี่ยงต่อการทำลายการประชุมเอเปก ทุกรัฐบาลต้องสั่งสลายการชุมนุมนั้นเหมือนกันหมด             

เป็นทั่วโลก ปีหน้าที่อเมริกาคงได้เห็น ม็อบโดนทุบเลือดสาด แน่นอน 

 เพียงแต่เรามีนักการเมืองที่เก่งกาจตอนเป็นฝ่ายค้าน  รู้หมดทุกอย่าง แต่เป็นรัฐบาลเมื่อไหร่มักจะไบ้กินเยอะไปหน่อย

จะเจริญหรือฉิบหายอยู่ที่นักการเมือง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค่าแรงขั้นวิกฤต

นั่นไง... "ชลน่าน ศรีแก้ว" หัวหน้าฝ่ายธุรการพรรคเพื่อไทย สารภาพแล้ว

นโยบายขายฝัน

ฝุ่นตลบเชียว! ดอกไม้มีลอยมาบ้าง แต่ก้อนอิฐดูจะเยอะกว่า

"ตู่ห้าว-ตู้ห่าว"

"ตู้ห่าว" จะทำให้ "ตู่ห้าว" หรือไม่? ครับ...ช่วงเวลานี้คอการเมืองสนใจประเด็น "หาวเจ๋อตู๋" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ตู้ห่าว" กันเป็นพิเศษ เพราะมีควาวเกี่ยวพันไปถึงพรรคการเมืองหลายพรรค ในหลากหลายแง่มุมที่แตกต่างกัน

อยากยุบต้องทำเอง

มีข้อเสนอใหม่ เอางี้มั้ยครับ... ส.ส.ฝ่ายค้านลาออกให้หมด บีบให้รัฐบาลยุบสภา จะได้ไปเลือกตั้งกันเร็วๆ

ขอบคุณ 'ตู้ห่าว'

กีฬาเป็นยาวิเศษ ถ้ายังไม่พยายามมากพอ ก็อย่าคิดว่าตัวเองไร้ความสามารถ แล้วเลิกล้มความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองให้ก้าวไปข้างหน้า