
มาอีกแล้ว 'นโยบายขายฝัน' ในช่วงใกล้เลือกตั้ง นั่นก็คือ เรื่องการขึ้นค่าจ้าง ค่าแรง ให้กับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา ทุกพรรคการเมืองก็ล้วนใช้นโยบายนี้เรียกคะแนนจากพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด
และล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก็ประกาศเปรี้ยงบนเวทีปาฐกถาหัวข้อ "คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน" ว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะทำภายในปี 70 หากได้เป็นรัฐบาล คนไทยจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงดังนี้ 1.นโยบายเศรษฐกิจปี 66-70 ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ประเทศโตขึ้น 5% ต่อปี จะส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ให้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาทต่อปี ดึงศักยภาพ 1 คนในทุกครอบครัวได้รับโอกาสอบรมทักษะที่มีความถนัด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และปี 70 คนไทยต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำให้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ต่ำกว่า 600 บาทต่อวัน เงินเดือนจบปริญญาตรี 25,000 บาทขึ้นไป ส่วนการแก้ปัญหาหนี้สินประชาชน จะล้างหนี้จนหมดสิ้น ให้เข้าถึงแหล่งทุนได้หลากหลายด้วยดอกเบี้ยต่ำ
นี่คือนโยบายโหมโรงแรกที่จะดึงกระแสความนิยมกลับมา ซึ่งต้องยอมรับว่า นโยบายชุดนี้ยังไงก็ขายได้ แต่ทำได้จริงแค่ไหน นั่นก็อีกเรื่อง
เพราะที่ผ่านมาก็เห็นบางพรรคเสนอตัวเลขขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เท่านั้น เท่านู้น แต่พอถึงเวลาจริงทำไม่ได้ และต้องแอบไปลบภาพข้อความนโยบายทิ้ง ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
แม้ว่าล่าสุดบุคคลที่รู้ว่าใคร อย่างโทนี่ วู้ดซัม หรือนายทักษิณ ชินวัตร ก็ออกมายืนยันว่า ไม่ใช่แค่ 600 บาท เลย 800 บาทก็ทำได้ เพียงแต่ปัจจัยหลักคือ จะต้องทำให้ เศรษฐกิจไทย หรือจีดีพี โตอย่างน้อย 5% ทุกปี
แน่นอนแผนในกระดาษมักจะสวยหรูเสมอ แต่ทำจริงนั้นก็ค่อยว่ากันอีกเรื่อง
โดยอย่างที่รู้กันดีว่า โลกในยุคทุนนิยม อย่างไรเงิน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน นั้นเป็นเรื่องที่ล่อตาล่อใจเสมอ แต่เรื่องการขึ้นค่าแรงมันไม่ได้มีแค่มุมบวกอย่างเดียว
ในมุมลูกจ้างทุกคนโอเคแน่ แต่ในมุมผู้ประกอบการเขาคิดหนัก เพราะในปัจจุบันอย่างที่เห็นกัน ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น กลายเป็นคนไทยอาจจะไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร เพราะผู้ประกอบการอาจจะเลิกจ้าง แล้วไปดึงต่างด้าวมาทำงานแทน ทำให้คนไทยหลุดระบบ แล้วก็หันไปแสวงหาค่าจ้างในประเทศอื่น อย่างที่เห็นเป็นข่าว อย่างการไปขายแรงงานในต่างประเทศแทน
และหากมองสถิติในอดีตอย่างการประกาศขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ เมื่อช่วงปี 55–56 เป็นต้นมา ตอนนั้นก็ก่อให้เกิดปัญหาค่าครองชีพสูง และคนตกงานเป็นจำนวนมาก รวมถึงธุรกิจขนาดเล็กก็มีการปิดตัวลง ส่วนทุนใหญ่ ก็ไปขยายการลงทุนที่ประเทศเพื่อนบ้านแทน
ดังนั้นไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าจ้าง ค่าแรง แต่การปรับจะต้องมองหาความสมดุลด้วย และต้องคิดในหลายมิติมากขึ้น ซึ่งต้องถามภาคเอกชนก่อนว่าไหวไหม และค่าครองชีพจะขยับตามไปอีกเท่าไหร่ เงินเฟ้อที่ตามมา และในส่วนของคนที่หลุดจากระบบจะดูแลอย่างไร
ก็ยอมรับว่าไทยเราก็ควรก้าวข้ามเป็นประเทศขายของถูก และนำไปสู่ประเทศที่พัฒนาได้แล้ว แต่ปัญหาของเราที่ผ่านมา มันมีปัญหาความเหลื่อมล้ำที่สูงเกินไป และมีกฎหมายบางอย่าง ทำให้บางธุรกิจเกิดการผูกขาด ไม่ให้ รายกลาง รายเล็ก เติบโต ซึ่งถ้าแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ ค่าแรงมันต้องขยับขึ้น ไปตามกลไกตลาดอยู่แล้ว
ฉะนั้นสิ่งที่อยากเห็นจริงๆ ไม่ใช่การที่ทุกพรรคการเมือง มาประกาศขึ้นค่าแรง ค่าจ้าง แบบ เกทับ บลัฟแหลกกัน แต่เป็นการทำให้เห็นว่า ทุกพรรคมีความจริงจังที่จะช่วยลดการผูกขาด กระจายความมั่งคั่งให้ทั่วถึงมากกว่านี้
แค่นี้ยังไงค่าแรงก็ขึ้น แถมยังเท่าเทียม และฝนตกทั่วฟ้าอีกต่างหาก.
ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน
ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่
โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต
“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร
การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง
60 ปีกรุงไทย..ก้าวต่อไปคืออนาคตไทย
ฉลองครบรอบ 60 ปีการมีอยู่ของธนาคารกรุงไทยไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล
‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

