
ดูเหมือนความหวังสำหรับการฟื้นการท่องเที่ยวในปี 2565 จะมีอุปสรรคใหญ่เสียแล้ว เพราะการปรากฏตัวของเจ้าโควิดสายพันธุ์ไทย "โอไมครอน" ที่กำลังสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก เนื่องจากเจ้าไวรัสตัวนี้มันเกิดการกลายพันธุ์ครั้งใหญ่ เฉพาะหนามโปรตีนก็มีการเปลี่ยนแปลงจากต้นฉบับเดิมๆ ถึงกว่า 30 แห่ง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มีการแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นและหลบหลีกภูมิคุ้มกัน รวมถึงลดประสิทธิภาพของวัคซีนลง
และปัจจุบันดูเหมือนว่าเจ้าเชื้อตัวนี้กำลังเริ่มที่จะขยายการแพร่ระบาดไปในวงกว้างแล้วในหลายประเทศ ทั้งทวีปแอฟริกา, ยุโรป, ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออก
อย่าง ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, เกาหลี แม้ในขณะนี้ยังพบในกลุ่มคนจำนวนน้อย แต่ดูแนวโน้มแล้ว การแพร่ระบาดน่าจะค่อยๆ ขยายตัวเป็นวงกว้างแน่ๆ แม้ว่าในเวลานี้จะมีการเข้มงวด งดรับกลุ่มประเทศเสี่ยง แต่สถานการณ์เวลานี้ กลุ่มประเทศที่ไม่เสี่ยงก็เริ่มที่จะรับเชื้อกันมากขึ้นแล้ว
แน่นอนประเด็นนี้ก็จะย่อมส่งผลต่อแผนการเปิดประเทศและแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าเกิดมีการระบาดในวงกว้างมันก็จะไม่สามารถที่จัดกลุ่มประเทศเสี่ยงได้อีก ซึ่งจะส่งผลต่อแผนการดึงคนเข้าประเทศอย่างแน่นอน
อย่างที่ทราบในขณะนี้ ไทยงดรับผู้ที่เดินทางจาก 8 ประเทศกลุ่มเสี่ยงสูง บอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท มาลาวี โมซัมบิก นามิเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว แต่อนาคตมีแนวโน้มอาจจะมีเพิ่มขึ้น เพราะตอนนี้ข่าวการระบาดของโอไมครอนก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าประเทศไทยจะใช้กลยุทธ์อยู่ร่วมกับโควิด โดยได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาเที่ยวในไทย แต่การปรากฏตัวของ "โอไมครอน" ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงแบบกะทันหัน ที่ยังไม่ได้นำมาใช้เป็นซีนาริโอในการคำนวณจำนวนนักท่องเที่ยว
หากวิเคราะห์จากแผนปี 2565 ของ ททท.ตั้งเป้ารายได้รวมการท่องเที่ยวไทยอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท เป็นการฟื้นตัวราว 50% ของปี 2562 บนเงื่อนไขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงครึ่งหนึ่งเหลือ 20 ล้านคนจากปี 2562 ซึ่งปิดที่ตัวเลขเกือบ 40 ล้านคน โดยต้องการนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น
แต่หลังจากการมาของโอไมครอน ที่หลายประเทศเริ่มกลับมาเข้มงวดการคัดกรองคนเข้า-ออกอีกครั้ง ก็เป็นปัจจัยที่ชะลอตัวเลขคนเดินทาง เพราะนักท่องเที่ยวก็ไม่อยากเจอความไม่แน่นอนของการต้องถูกกักตัว
ดังนั้นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็จะต้องเจอกับความท้าทายแรกที่มาเร็วกว่าที่คิด แน่นอนถ้าสุดท้ายเจ้าโอไมครอนมันไม่น่ากลัว และวัคซีนที่จะต่อสู้ได้ ความหวังที่จะทำตามแผนก็อาจจะเป็นไปได้
แต่ในแง่มุมของธุรกิจก็ยังเชื่อว่าพิษโควิด-19 กระทบกับธุรกิจการบินระยะยาว ล่าสุด นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ออกมาประเมินล่าสุด เชื่อว่าในปีหน้ามีปริมาณผู้โดยสารเหลือแค่ประมาณ 62 ล้านคน ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 113 ล้านคน
ดังนั้นเมื่อรัฐบาลได้วางเป้าหมายกับการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวถึงหลัก 1.5 ล้านล้าน สิ่งสำคัญก็คือต้องควบคุมความเสี่ยงในวงจำกัดมากที่สุด รวมถึงต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งทางด้านการตลาด การป้องกันการระบาด การอำนวยความสะดวก มาตรฐานการบริการ และการสร้างบุคลากรทางการท่องเที่ยว รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ แอปพลิเคชันแบบใหม่ที่จะช่วยดึงดูด หรือสร้างฐานลูกค้าขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะต้องทำออกมาให้สอดคล้องกัน และเชื่อแน่ว่าจะช่วยรักษาระดับนักท่องเที่ยวให้กลับมาเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น.
ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

