ทำใจราคาหมูแพงทั้งปี

ประเดิมปี 2565 ด้วยเสียงบ่นทั่วทั้งประเทศกับราคาเนื้อหมูที่ขยับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันราคาขายปลีกพุ่งเกินกิโลกรัมละ 200 บาท จนถึง 300 บาทในบางพื้นที่หรือช่องทาง

ราคาเนื้อสัตว์ซึ่งถือเป็นอาหารหลักของคนไทย ทะยานแบบไม่ไว้หน้า กับรายได้ที่ต่ำเตี้ยติดดิน ยิ่งกลายเป็นการซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชนในช่วงการระบาดของโควิด-19

ล่าสุด การประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน ธ.ค.2564 เท่ากับ 101.86 เพิ่มขึ้น 2.17% อันเป็นสาเหตุจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของสินค้าในหมวดอาหารหลายรายการ รวมถึงราคาเนื้อสุกรด้วย

แน่นอนตอนนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายกำลังช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนมันจะไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น อันเนื่องมาจากปัจจัยที่ทำให้หมูแพงมันเกี่ยวข้องกับหลักอุปสงค์-อุปทานที่ไม่สอดคล้องกัน

โดยตัวเลขเบื้องต้นจากกระทรวงพาณิชย์มีการประมาณการไว้ว่า ในปี 2564 มีการเลี้ยงสุกรป้อนเข้าสู่ตลาดประมาณ 19 ล้านตัว บริโภคในประเทศ 18 ล้านตัว ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 1 ล้านตัว คาดการณ์ว่าปี 2565 จะมีสุกรหายไปจากระบบ เหลือประมาณ 13 ล้านตัว จาก 19 ล้านตัว ซึ่งเป็นการบริโภคในประเทศประมาณ 18 ล้านตัว ทำให้ขาดสุกรประมาณ 5 ล้านตัวสำหรับการบริโภค

ทั้งนี้มีการพยายามแก้ปัญหาเบื้องต้นแล้ว ด้วยการสั่งห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.2565 ถึงวันที่ 5 เม.ย.2565 เป็นการชั่วคราว ซึ่งจะช่วยให้มีหมูเป็นกลับเข้าสู่ระบบเพิ่มเติมประมาณ 1 ล้านตัว ซึ่งประเมินยังไงก็ไม่มีทางที่จะอุดรูรั่วที่หายไปและไปกดราคาเนื้อหมูลงมาได้ เรียกได้ว่าเป็นแค่การบรรเทา

ขณะเดียวกันยังมีปัญหาฐานรากที่ยังต้องได้รับการแก้ไข ทั้งเรื่อง ปัญหาโรคระบาดในสุกรที่กระจายเป็นวงกว้าง ยิ่งกดดันให้ปริมาณสุกรขาดตลาดมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงต่อโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (ASF) ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน ต้นทุนการผลิตเนื้อสุกรปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และต้นทุนค่าอาหารสัตว์ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของต้นทุนทั้งหมดก็ปรับเพิ่มขึ้น หรือปัญหาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร โดยเฉพาะรายย่อยลดการเลี้ยงสุกรลง บางส่วนปิดกิจการหรืออาจจะยังไม่มีความมั่นใจที่จะกลับมาเลี้ยงสุกรเต็มกำลัง ทั้งหมดเป็นปัญหาหลักๆ ที่จะต้องมีการแก้ไข หรือได้รับการช่วยเหลือต่อไป

ตอนนี้ในเรื่องภาคการเงินก็มีเพียง ธ.ก.ส.ที่จัดเตรียมสินเชื่อพิเศษสำหรับเป็นทุนในการสนับสนุนการเลี้ยงสุกร การเพาะปลูกผลผลิตทางการเกษตรที่จำเป็นต่อการผลิตอาหารสัตว์ และการวางระบบการเลี้ยงที่เป็นมาตรฐานเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากปัญหาโรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณสุกรให้ออกสู่ตลาดได้มากขึ้น วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท

ซึ่งเชื่อว่า น่าจะต้องใช้เวลาสำหรับมาตรการสนับสนุนทางการเงิน ดังนั้นต้องยอมรับว่าปัญหาราคาหมูอาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่หมูๆ แน่

สอดรับกับทาง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ประเมินว่ามาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น การห้ามส่งออก การช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในด้านต้นทุน และมาตรการทางการเงิน โครงการหมูธงฟ้า การขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ในการตรึงราคา อาจจะมีส่วนช่วยลดราคาหมูได้เพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามคงต้องรอจนกว่าผลผลิตสุกรรอบใหม่จะเริ่มทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง ราคาเนื้อสุกรจึงจะย่อตัวลง

โดยราคาเนื้อสุกรเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2565 น่าจะอยู่ที่ 190-220 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นราว 30% ซึ่งตัวเลขนี้ทำให้ผู้บริโภคจะต้องทำใจแล้วว่า เราจะไม่ได้กินหมูในราคาถูกแน่ๆ อย่างน้อยก็ 6 เดือนแรก อย่างไรก็คงจะต้องปรับตัว และหวังว่ามาตรการต่างๆ จะช่วยให้ทิศทางราคากลับมาดีขึ้น.

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง