ลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่

ประเดิมวันแรก ยอดใช้จ่ายคึกคักสำหรับโครงการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาลอย่าง โครงการคนละครึ่งเฟส 4 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่ 2

โดยจากข้อมูลพบว่า เพียงวันแรกของการเปิดโครงการ กระทรวงการคลังระบุว่า ณ เวลา 16.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 5.44 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 1,132.44 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้

1.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 2.89 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 573.54 ล้านบาท  

2.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่ 2 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1.47 แสนราย มียอดการใช้จ่ายรวม 57.66 ล้านบาท 

3.โครงการคนละครึ่งระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 2.4 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายรวม 501.24 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 253.43 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 247.81 ล้านบาท โดยมีประชาชนที่กดยืนยันเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 4 แล้ว จำนวน 16.93 ล้านราย

จะเห็นได้ว่า วันแรกยอดใช้จ่ายก็คึกคัก ทะลุ 1 พันล้านบาทแล้ว ซึ่งสิ่งนี้ทำให้มีเงินไหลเวียนในระบบดีขึ้น และทำให้เศรษฐกิจมีการขยับเติบโตได้ แม้จะทราบกันดีว่าโครงการแนวร่วมจ่ายไม่ใช่แนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยั่งยืน แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ระบบเศรษฐกิจฝืดเคือง โดยเฉพาะในภาวะที่การท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเป็นปกติแบบนี้

ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงยังเป็นภาระหน้าที่ที่รัฐบาลจำเป็นต้องกระทำ เพราะภาคการคลังของรัฐบาลถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ถ้ารัฐไม่ขับเคลื่อนก็อย่าไปหวังกับการเติบโตในระยะยาวได้

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าในส่วนของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. เพิ่งมีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ครั้งใหม่ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการประมาณ 20 ล้านคน (ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ เดิมและผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิรายใหม่) คาดสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65

จากการติดตามข้อมูลพบว่า การลงทะเบียนรอบนี้จะมีการหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้น และจะต้องได้ผู้ถือบัตรที่เป็นกลุ่มคนจนที่เดือดร้อนจริงๆ ไม่ใช่กลุ่มที่เนียนจน และใช้สิทธิอย่างในปัจจุบัน

ซึ่งข้อมูลที่กระทรวงการคลังระบุออกมามีดังนี้

1.มีสัญชาติไทย 2.มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 3.ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้ ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ฯ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน ผู้รับบำนาญปกติ

4.รายได้ของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี และหากมีครอบครัว รายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง (การคำนวณรายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนคำนวณได้จากการรวมรายได้ของผู้ลงทะเบียน และสมาชิกในครอบครัวของผู้ลงทะเบียน หารด้วยจำนวนบุคคลทั้งหมดในครอบครัว)

5.ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก สลาก พันธบัตรและตราสารหนี้ภาครัฐของผู้ลงทะเบียนต้องมีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน 6.ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว หากเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา หากเป็นห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร และกรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดิน 7.ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีบัตรเครดิต ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง และ 8.ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีวงเงินกู้ หรือมีวงเงินกู้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์ ดังนี้ วงเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท วงเงินกู้สำหรับยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท

จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.45 ล้านคน ทั้งหมดจะต้องมาลงทะเบียนใหม่ด้วย โดยในรอบนี้คาดว่าจะมีผู้ผ่านเกณฑ์และได้สิทธิราว 17 ล้านคน

ดังนั้นใครที่คิดว่าเข้าเกณฑ์ก็อย่าลืมไปลงทะเบียนกัน.

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน