วิกฤตกำลังจะมา

ถูกแล้วครับ รัฐบาลอย่าไปยุ่งเรื่องถ่ายทอดสดฟรีฟุตบอลโลกเลย

ปล่อยเอกชนเขาทำดีกว่า

และไม่เฉพาะครั้งนี้

ให้ถือเป็นบรรทัดฐานเลยครับว่าการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหลังจากนี้ ไม่ใช่งานของรัฐบาล

งบประมาณซื้อลิขสิทธิ์ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ดูยังไงก็ไม่คุ้ม สู้เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

อีกอย่างเศรษฐกิจประเทศไทย เศรษฐกิจโลก ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ฉะนั้นเงินทุกบาททุกสตางค์จะต้องถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า

คิดว่าคอบอลจะเข้าใจ

ส่วนพวกผีพนันเขามีช่องทางธรรมชาติที่สามารถหาดูได้อยู่แล้ว

อีกอย่างเวลาถ่ายทอดสดไม่เอื้อให้คนอีกซีกโลกหนึ่งได้ดูสักเท่าไหร่ 

ฉะนั้นเก็บไว้เงิน ๑,๓๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเอาไปคิดทำโครงการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศ จะสมเหตุสมผลมากกว่า

ครับ...วานนี้ (๑๙ พฤษภาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน" ออกแบบมาเพื่อคน ๔๓ ล้านคน

จากการแถลงข่าวของ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” และทีมงาน สรุปได้ดังนี้

โครงการไทยช่วยไทยพลัส ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนและรักษาไม่ให้กำลังซื้อลดลงมากเกินไป

รัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนกว่า ๔๓ ล้านคน

เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเป็นระยะเวลา ๔ เดือน

ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ เป็นงบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินรวมกว่า ๑.๗ แสนล้านบาท

การช่วยเหลือแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม

๑.ช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนประมาณ ๑๓.๒ ล้านคน รัฐจะให้เงินเพิ่มอีกเดือนละ ๗๐๐ บาท จากเดิมได้ ๓๐๐ รวมเป็น ๑ พันบาท เป็นเวลา ๔ เดือน

๒.ช่วยเหลือคนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือนที่ประสบปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น

กลุ่มนี้มี ๓๐ ล้านคน โดยใช้หลักการรัฐช่วยจ่าย ๖๐% และประชาชนจ่ายเอง ๔๐% โครงการ ๖๐/๔๐ นี้ ไม่ใช่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิม

แต่เป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยกำหนดเกณฑ์อายุผู้เข้าร่วมตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไปตามเกณฑ์ตลาดแรงงาน

มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขร้านค้าที่เข้าร่วม โดยจะไม่รวมร้านในภาคบริการ เช่น ร้านทำผม ร้านนวด หรือสปา เพื่อให้เงิน ๑ พันบาท ในแต่ละเดือนถูกนำไปใช้ซื้อสินค้าที่จำเป็นอย่างแท้จริง

และมีเงื่อนไขว่าเงินช่วยเหลือ ๑ พันบาทในแต่ละเดือนจะต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้นๆ ไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้

เพื่อให้เกิดผลในการบรรเทาภาระตามช่วงเวลาที่กำหนด

โครงการนี้มีระยะเวลา ๔ เดือนเช่นกัน

ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ตั้งแต่วันที่ ๒๕-๒๙ พฤษภาคม

ส่วนประชาชนรายเดิมที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถกดยืนยันสิทธิ์และจะทราบผลทันทีภายในวันที่ ๒๕-๒๙ พ.ค. ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐-๒๒.๐๐ น.

รายใหม่ต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครองประมาณ ๓ วัน ฉะนั้นใจร่มๆ

๓.การช่วยต่อลมหายใจให้ร้านค้าและธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศ โดยเน้นการเติมสภาพคล่องและเติมสายป่านให้ผู้ขายรายเล็กสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ทำไมต้อง ๔ เดือน!

ไม่มีอะไรพิสดาร ก็ล้อไปตามปีงบประมาณแผ่นดินครับ

๓๐ กันยายนคือวันสิ้นปีงบประมาณ

ทำไมต้องมีโครงการนี้

“เอกนิติ” อธิบายว่า...

"...สถานการณ์ในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ระลอกที่สองคือวิกฤตต้นทุน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเฉพาะอย่างเกษตรกรและผู้ขับรถขนส่งไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมา

แต่ในขณะนี้กำลังก้าวเข้าสู่ระลอกที่สามคือ วิกฤตของแพง โดยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ ๒.๙% และมีโอกาสจะสูงขึ้นอีก

หากไม่ดำเนินการแก้ไขจะนำไปสู่ระลอกต่อไป นั่นคือวิกฤตกำลังซื้อ ซึ่งจะกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเงินออมสะสม จนอาจนำไปสู่การปิดตัวของธุรกิจ การตกงาน และเศรษฐกิจซึมยาว

หากรัฐบาลไม่สามารถรับมือกับวิกฤตของแพงได้ หรือหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปโดยไม่ทำอะไรเลย อัตราเงินเฟ้ออาจจะพุ่งสูงขึ้นไปถึง ๕% ได้ ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อที่อาจขึ้นไปถึงระดับ ๕% นั้น เป็นภาพสะท้อนของภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมาก

และหากไม่สามารถประคองสถานการณ์ไว้ได้จะนำไปสู่วิกฤตกำลังซื้อที่ทำให้ธุรกิจรายย่อยต้องปิดตัวลงและส่งผลให้เกิดปัญหาคนตกงานตามมา..."

ฟังดูก็มีเหตุผล เป็นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วมาตามแก้ทีหลัง

แต่ขณะนี้ พ.ร.ก.กู้เงินอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หากศาลวินิจฉัยว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน  รัฐบาลจะทำอย่างไร

มีหลายแนวทางครับ

ยื่นเข้าสภาใหม่เป็นพระราชบัญญัติกู้เงิน

หรือหางบประมาณจากแหล่งอื่นมาทดแทน

รวมทั้งลดขนาดโครงการลง

แต่ที่จะล่อแหลมกว่าคือความรับผิดชอบทางการเมือง

จะมีการนำไปเป็นเงื่อนไขโจมตีรัฐบาลว่าจงใจกระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายค้านสามารถนำไปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

ครับ...นี่คือเส้นทางของเงินกู้ ๔ แสนล้านบาท ที่รัฐบาลกับฝ่ายค้านมองคนละมุม

ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในวิกฤตหรือไม่

มีปัญหาต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนหรือไม่

ต้องช่วยปัญหาค่าครองชีพประชาชนหรือไม่

ต้องกู้เงินหรือเปล่า

ป้องกันกับแก้ไขอะไรดีกว่ากัน

สามัญสำนึกผู้คนทั่วไปคงแยกแยะออกครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อะไรคือ 'เร่งด่วน'

เข้าไปอยู่ในสารบบของศาลแล้วครับ วานนี้ (๑๘ พฤษภาคม) ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องคดี พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ใครๆ เขาก็ทำกัน

ไม่ต้องถอดบทเรียนอีกนะครับ เพราะเอียนคำนี้เต็มทน ประเทศไทยเก่งเรื่องถอดบทเรียนโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะทุกเรื่องตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือดำน้ำ ล้วนมีให้ถอดบทเรียนทั้งนั้น

โกงสิ้นชาติ

งานช้างครับ... วานนี้ (๑๕ พฤษภาคม) นายกฯ อนุทิน เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ ๑๐ กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญเข้าหารือแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

เสือ ๒ ตัวในถ้ำเดียว

โลก...มันก็เป็นแบบนี้ เห็นภาพการเยือนจีนของ "โดนัลด์ ทรัมป์" โดยที่ "สี จิ้นผิง" ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติบนพรมแดง ราวกับว่าทั้ง ๒ ประเทศเป็นมหามิตร

ยังลำบากกันอีกเยอะ

การบ้านการเมืองวันนี้ยังวนอยู่ไม่กี่เรื่องครับ เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้าน เรื่องนักโทษชายทักษิณ เรื่องเขมร และจะยังวนไปอีกหลายวัน

โจรนอก-โจรใน

วิจารณ์กันให้ขรม รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยจีนเทาแอบซ่อนคลังแสงในไทย ถ้ารถไม่คว่ำ หมิงเฉิน ซัน เจ้าของฉายา หมิง C4 ไม่มีทางถูกจับ