
ย่างเข้าวันที่ 18 ของเหตุการณ์เรือหลวง (ร.ล.) สุโขทัยอับปางลง มีทหารเรือที่เสียชีวิตจากเหตุนี้แล้ว 24 ราย และยังค้นหาไม่พบอีก 5 ราย โดยที่กองทัพเรือ (ทร.) ได้พยายามระดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาผู้สูญหายที่เหลือเพื่อนำพวกเขาเหล่านั้นกลับคืนสู่ครอบครัวครบทุกคน
ตลอด 18 วันที่ผ่านมา ทร.ภายใต้การนำของ พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ตกอยู่ในสภาวะกดดันอยู่ไม่น้อย เนื่องจากต้องตอบคำถามในเรื่องประสิทธิภาพของเรือ การบังคับบัญชาช่วงประสบเหตุ การประสานงานช่วยเหลือเมื่อเรือใหญ่จม โดยเฉพาะเรื่องความพร้อมและมาตรฐานความปลอดภัย เมื่อมีการปล่อยเรือออกจากท่าเรือเพื่อไปปฏิบัติภารกิจ
ย้อนกลับไปในวันที่ พล.ร.อ.เชิงชาย เข้ารับหน้าที่ ได้ยืนยันว่า ทร.จะชี้แจง สื่อสารในเรื่องต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเครื่องยนต์เรือดำน้ำที่ยังคาราคาซัง หาจุดจบไม่ได้ และยืนยันว่าจะไม่มีการปกปิดข้อมูล และดำเนินการทุกอย่างให้โปร่งใส จนกระทั่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ ร.ล.สุโขทัย ก็สั่งการให้ ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาค 1 ส่วนหน้า (ศปก.ทรภ.1 สน.) ตั้งโต๊ะแถลงความคืบหน้า ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทุกวัน
ในขณะที่ส่วนกลางได้ให้ทีมงานโฆษกกองทัพเรือส่งข้อมูลความคืบหน้าให้สื่อไม่ได้ขาด อีกทั้ง ผบ.ทร. รวมถึง พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ มีการแถลงด้วยตนเองด้วย แม้บางครั้งการสื่อสารอาจทำให้สังคมเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ก็ไม่ได้งดการชี้แจง หรือลดระดับการแถลงแต่อย่างใด
ในเบื้องต้น ผบ.ทร.แสดงให้เห็นถึง “ภาวะผู้นำ” ที่กล้าจะตอบคำถาม โดยไม่ต้องกลัวว่าจะกระทบกระเทือนภาพลักษณ์ของตัวเอง สังคมจึงคาดหวังว่าในห้วงระยะเวลาอีก 9 เดือนที่จะเกษียณอายุราชการของ พล.ร.อ.เชิงชาย จะกล้าสะสางปัญหาขยะใต้พรมใน ทร.ให้ทุเลาเบาบางลงได้ พร้อมปรับแนวทาง วางแผนงาน ยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงอย่างที่ควรจะเป็น อย่างน้อยก็คือ การคลี่คลายปมสาเหตุการอับปางอย่างไร้ข้อกังขา
แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นมาตามคำสั่งกองทัพเรือที่ 55/2565 ลงนามโดย ผบ.ทร. เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2565 เป็นแค่เพียงการซื้อเวลา เพราะกว่าจะกู้เรือ สอบสวนผู้เกี่ยวข้องจนครบ ก็น่าจะใช้เวลาเป็นปี ถึงเวลานั้นเรื่องดังกล่าวก็จะเงียบไปเหมือนข่าวอื่นๆ ขณะที่สังคมก็หันเหความสนใจไปติดตามเรื่องที่เป็นกระแสในขณะนั้น
แต่ก็ต้องยอมรับว่า คำสั่งที่เขียนไว้ให้มีการสอบสวน ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ย่อมต้องใช้เวลานาน พลิกดูคำสั่งมีการระบุถึงอำนาจหน้าที่ไว้อย่างครอบคลุมและกว้างขวาง กล่าวคือ
-ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุเรืออับปาง
-ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการดำเนินการภายหลังประสบเหตุ เพื่อตรวจสอบการดำเนินการในขั้นตอนการสละเรือใหญ่
-การค้นหา ช่วยเหลือกำลังพลที่ประสบเหตุว่าเป็นไปตามหลักการและแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไร
-นำผลการสอบสวนมาเป็นบทเรียน และป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหาย เพื่อมิให้เกิดเหตุในทำนองเดียวกันอีก
-เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง
-เรียกเอกสารที่เกี่ยวข้อง สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานจากบุคคล หรือ หน่วยงาน ที่ครอบครองเอกสารดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน เป็นต้น
โดยมี พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธาน พล.ร.ท.อภิชัย สมพลกรัง รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานข่าว เป็นรองประธาน ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย รองเสนาธิการทหารเรือสายงานที่เกี่ยวข้อง เสนาธิการกองเรือยุทธการ เจ้ากรมยุทธการ ทร. เจ้ากรมอู่ทหารเรือ เจ้ากรมจเร ทร. สำนักงานพระธรรมนูญ ทร. เป็นต้น
แยกเป็น 2 คณะทำงาน คือ คณะทำงานสอบสวนสาเหตุการอับปาง มี พล.ร.ท.สมบัติ นาราวิโรจน์ เสนาธิการกองเรือยุทธการเป็นหัวหน้าคณะทำงาน พล.ร.ท.สุทธิศักดิ์ บุตรนาค เจ้ากรมอู่ทหารเรือ เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน มีตัวแทนจากทั้งกรมอู่ราชนาวีมหิดล กองเรือฟริเกตที่ 1 ทัพเรือภาค 1 กองการช่าง ส่วนคณะทำงานที่ 2 เป็น คณะทำงานสอบสวนการดำเนินการภายหลังประสบเหตุ ไล่ตั้งแต่ขั้นตอนการสละเรือใหญ่ มี พล.ร.ท.อภิชัย รองเสธ.ทร.สายงานข่าว เป็นประธาน มีเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ เป็นรองประธาน
ในระหว่างนี้ปรากฏว่า “นักสืบโซเชียล” คงรอไม่ไหว เริ่มทำหน้าที่ “คณะกรรมการสอบสวนเงา“ ทยอยเปิดข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นระลอก โดยเฉพาะ 27 สาเหตุปมอับปางครั้งนี้ ที่เป็นข้อความส่งต่อ ปลิวว่อนไปทั่วทุกช่องทาง คาดเดากันว่ามาจาก “คนเรือ” ตัวจริงที่คงทนไม่ไหว ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเรือ ความไม่พร้อมต่างๆ ขั้นตอนการสื่อสาร การสั่งการ ระหว่างผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งในเบื้องต้นยังมีข้อมูลจากปากคำทั้งสองฝั่งไม่ตรงกัน
ตามมาด้วย เอกสาร “ขุดบ่อล่อปลา” ชี้เป้าการซ่อมทำ ร.ล.สุโขทัย หลังจากปล่อยเอกสารราชการ รายงานปัญหาแผ่นเหล็กใต้แนวน้ำของเรือบางลง เพื่อขยายผลไปสู่ปมอื่นๆ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กองทัพเรือเจอปัญหา “ข้อมูล-เอกสาร” หลุด.....ก่อนหน้านี้มีการนำไปอภิปรายในสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เรือผิวน้ำ อากาศยาน อากาศยานไร้คนขับ ตอกย้ำด้วยข้อมูลจากเพจอาวุธต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล จุดอ่อนในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ไม่สมดุล สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับ
ยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ ร.ล.สุโขทัย ที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1 ใน 4 ของผู้ที่อยู่บนเรือ ขณะที่เรือรบชั้นดีจมลงสู่ก้นทะเลอย่างเสียหายหนัก สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย ขวัญกำลังใจพี่น้องทหารเรือ รวมถึง “อดีตครู ทร.” ที่เป็นทหารเรือรุ่นเก่า จึงเกิดปฏิกิริยา “ทนไม่ได้” การส่งต่อข้อมูลต่างๆ จึงหลั่งไหลยิ่งกว่าสายน้ำ
แน่นอนว่า บางข้อมูลอาจจะเป็นเพียงการวิเคราะห์ คาดการณ์ ผสมปนเปเข้ากับอคติของผู้เสียประโยชน์ รวมไปถึงความขัดแย้งภายใน จากปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ก็มีข้อเท็จจริงบางส่วนที่ ทร.ก็คงตระหนักดีว่า มีปัญหาเกิดขึ้นจริง และต้องเร่งแก้ไข โดยสังคมก็คาดหวังว่า ผบ.ทร.จะสร้างความกระจ่างให้กับสังคมโดยเร็วก่อนที่ตนเองจะเกษียณอายุราชการ
อย่างน้อยก็เป็นการเรียกความศรัทธาคืนให้กับองค์กรที่เคยเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนคนไทยมาอย่างยาวนาน!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

