โจทย์หิน3แคนดิเดตนายกฯพท. ลูกเจ๊แดงโปรไฟล์ดีแต่มีข้อกังขา!

หลังพรรคเพื่อไทยเปิดตัว ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ลูกชายเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวทักษิณ ชินวัตร และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 1 อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองก็ดังอื้ออึงตามมา อาทิ พรรคเพื่อไทย สุดท้ายก็ข้ามไม่พ้นทักษิณ ยังเป็นพรรคตระกูลชินวัตร บ้างก็ว่า พรรคเพื่อไทยบริหารพรรคแบบครอบครัว เลือกตั้งปี 2554 ก็เอายิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชูเป็นนายกฯ เลือกตั้ง 2566 เป็นคิวลูก แพทองธาร ชินวัตร และเลือกตั้ง 2569 สายเลือดทักษิณหมดตัวเล่น เลยถึงคิวลูกเจ๊แดง หลานทักษิณ เป็นต้น

ซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์โทนดังกล่าวเป็นเรื่องที่ ศ.ดร.ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เบอร์หนึ่ง ตัวจริง-เสียงจริง จะต้องเจอและต้องทนรับแรงเสียดทาน แรงกระแทกทางการเมือง ตลอดช่วงการหาเสียงนับจากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 หลังกระโดดพรวดทางการเมือง ขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย ที่แม้วันนี้อาจจะดูถดถอยลงไปมาก แต่ก็ยังถือว่าเป็นพรรคใหญ่ ทั้งที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองใดๆ ไม่เคยมีตำแหน่งทางการเมืองทั้งในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ แม้จะเคยลงเลือกตั้งได้เป็น สส.เขต 3 เชียงใหม่ เมื่อตอนยิ่งลักษณ์ยุบสภาช่วงปี 2557 แต่ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งรอบนั้นเป็นการเลือกตั้งท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงการชุมนุม กปปส. และบางพรรคการเมืองบอยคอตไม่ส่งคนลงเลือกตั้ง

จึงทำให้ไม่ถือว่ายศชนันเคยผ่านเวทีการเมืองแบบเป็นทางการมาก่อน แต่รอบนี้เข้าสู่สนามการเมืองจริงจัง และหลังจากนี้ก็ได้หันหลังจากการเป็นนักวิชาการ เพื่อเป็นนักการเมืองเต็มตัว กับวัย 40 กลางๆ ถือว่ายังมีเส้นทางการเมืองอีกยาวไกล ในจังหวะเปลี่ยนผ่านการเมืองของตระกูล "ชินวัตร” ที่วันนี้มีผู้สืบทอดเข้ามารับไม้สานต่อพรรคเพื่อไทยจากทักษิณ ที่ขยายวงจากน้องสาว-ลูกสาว มาถึงหลานชาย ยศชนัน

แน่นอนว่าจากดีกรีประวัติการศึกษา การทำงาน ผลงานทางวิชาการและงานวิจัยของ ศ.ดร.ยศชนัน ถือว่าโปรไฟล์โดดเด่น โดยเฉพาะเรื่องงานวิจัยทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซึ่งที่ผ่านมาการเมือง การเลือกตั้งไทย โดยเฉพาะแคนดิเดตนายกฯ ในอดีตจนถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า 2569 ก็ไม่เคยมีแคนดิเดตนายกฯ ที่มีประวัติการศึกษา การทำงาน เป็น นักวิจัย-นักวิทยาศาสตร์ จนมีผลงานที่ถูกนำมาอ้างอิงในการหาเสียง ทำให้เพื่อไทยจึงใช้จุดแข็งดังกล่าวโหมผลงานของลูกเจ๊แดงอย่างหนักสมัยอยู่ ม.มหิดล เช่น การโหมชูผลงานการพัฒนาเทคโนโลยี Brain-Computer Interface (BCI) เพื่อช่วยผู้พิการจากที่เคยสิ้นหวังเป็นผู้ป่วยติดเตียง ให้กลับมามีความหวังในการใช้ชีวิตอีกครั้งหนึ่งกับการรักษาผ่านเทคโนโลยี BCI รวมถึงการก่อตั้งสตาร์ทอัปด้านการป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อไม่ให้ผู้คนประสบอุบัติเหตุจนนำไปสู่ความพิการได้ พร้อมไปกับการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลก จนนำทีมนักศึกษาไทยเข้าแข่งขันระดับนานาชาติในเวที Cybathlon ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดสู่ระบบนิเวศสตาร์ทอัปไทย เป็นต้น

ผลงานที่เพื่อไทยชูขึ้นมาเป็นจุดขายให้ลูกเจ๊แดง ต้องยอมรับกันว่าการเมืองไทยขาดตัวเลือกแบบนี้ คือพวกนักวิจัย-นักวิทยาศาสตร์ ให้ประชาชนมานานแล้ว โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องการเห็นตัวเลือกใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ตัวเลือกแบบเดิมๆ เช่น นักการเมือง นักวิชาการ นักธุรกิจ โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยมีผู้นำที่ให้ความสำคัญกับเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย เพื่อทำให้ประเทศไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก ที่มีพลวัตการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

จุดดังกล่าวทำให้แกนนำเพื่อไทยคงมั่นใจว่าประวัติการศึกษา-ผลงานของลูกเจ๊แดง เป็นเรื่องที่ "ขายได้” หาเสียงแล้ว "คนซื้อ-คนเลือก” จึงไม่ลังเลใจที่จะให้ ศ.ดร.ยศชนันเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์หนึ่ง

แต่เหตุผลที่สำคัญกว่า และเป็นเหตุผลข้อแรก ก็คือ ศ.ดร.ยศชนันคือหลานทักษิณ ลูกเจ๊แดง จากตระกูลชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์ จึงต้องให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ และต้องเบอร์หนึ่งเท่านั้น ตามสไตล์ เลือดข้นกว่าน้ำ จะไปดันคนอื่นทำไม ในเมื่อชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์ คือ "เจ้าของพรรคเพื่อไทย”    

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย หมายเลขหนึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน ก็จะต้องเตรียมตอบคำถามสื่อมวลชนและบนเวทีดีเบตหาเสียงในคำถามที่จะต้องโดนถามแน่ๆ เช่น เพราะการเป็นหลานทักษิณ ลูกเจ๊แดง ทำให้เติบโตเร็วจนขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ใช่หรือไม่, พรรคเพื่อไทย ต่อให้ยกเครื่อง รีแบรนด์ยังไง ก็ยังก้าวข้ามไม่พ้นทักษิณ ยังคงเป็นพรรคครอบครัวตระกูลชินวัตร มีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร, หรือ หากได้เป็นนายกฯ หรือรัฐมนตรีในรัฐบาล จะถูกเจ๊แดงครอบงำ สั่งการหรือไม่ จะต้องคอยฟังคำสั่งทางการเมืองจากทักษิณ และคนในตระกูลชินวัตร วงศ์สวัสดิ์ หรือไม่ เป็นต้น ที่หาก ศ.ดร.ยศชนันตอบไม่ดี เคลียร์ไม่ชัด จะมีผลทางการเมืองต่อคะแนนนิยมของตัวเองและเพื่อไทยตามมา

รวมถึงยังมีอีกหลายเรื่องที่ลูกเจ๊แดง ศ.ดร.ยศชนัน และอีกสองแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะต้องเจอคำถามไล่บี้จากสื่อมวลชนและบนเวทีดีเบตก็คือ “นโยบายการหาเสียงของเพื่อไทยที่เสนอมาจะมีหลักประกันอะไรว่าทำได้ ทำสำเร็จ”

เพราะคนเห็นกันทั้งประเทศ เพื่อไทยล้มเหลวมาแล้วกับ "นโยบายเรือธง” ที่เคยหาเสียงตอนปี 2566 แจกเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต คนไทยอายุเกิน 16 ปีได้ทุกคน ที่จะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ แต่สุดท้ายเป็นรัฐบาลสองปีก็ทำไม่ได้ เกิดปัญหาติดขัดทั้งข้อกฎหมาย-งบประมาณ จนต้องลดสเปกการแจกลง และแจกไปสองรอบ ล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เอาแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพื่อไทยก็กระอักแล้วในการจะชูนโยบายต่างๆ ในช่วงหาเสียง

ไม่นับรวมกับอีกหลายเรื่องที่เป็นรัฐบาลสองปีก็ทำไม่สำเร็จ แล้วมาอ้างว่าเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รวมถึงความพยายามผลักดันนโยบายที่สร้างความเคลือบแคลงให้กับสังคมว่ามีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง เช่น การเปิดเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ให้มีกาสิโน จนโดนสังคมต่อต้านและต้องพับไปในที่สุด

ขณะเดียวกัน เรื่องเศรษฐกิจที่เคยเป็นจุดแข็งของทักษิณ-เพื่อไทย ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย-พลังประชาชน จนมาเพื่อไทย ก็เห็นความจริงกันแล้วว่าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมาสองปี เศรษฐกิจไทยทรงกับทรุด ทำให้เรื่องเศรษฐกิจ จากที่เคยเป็นจุดแข็งกลายเป็นจุดอ่อนของเพื่อไทย ที่ล้มเหลวในการพลิกฟื้น

มันจึงเป็นโจทย์ยากทางการเมืองในการหาเสียงของ ศ.ดร.ยศชนัน และเพื่อไทย ที่หากปลดล็อกจุดอ่อนตัวเองไม่ได้ ย่อมจะมีผลมาถึงการลงคะแนนของประชาชนที่จะไม่เลือกเพื่อไทย ไม่เอาแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตกกต. เตือนสติประชาชน อย่าหลงติดกับดักนโยบายแจกเงินล้าน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง  อย่าติดกับดักแห่งการสร้างฝันของนักการเมือง

‘จตุพร’ อัดเพื่อไทยทำนโยบายฉุดบ้านเมืองด้อยพัฒนา  ชี้สุ่มแจกรวยล้านทำคนเพ้อฝัน

ฉะสุ่มแจกรวยล้านทำคนเพ้อฝันหวังมีโชคลมๆ แล้งๆ รายวัน ฟาดเพื่อไทยคิดนโยบายทำบ้านเมืองด้อยพัฒนา ย้อนกระตุ้นภาษีตรงไหนเมื่อจ่ายแวต 7% อยู่แล้ว ยุ ปชช.ลงทัณฑ์พรรคไม่ทำตามหาเสียง

จับโป๊ะ ‘เพื่อไทย’ นโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ไม่ได้แจ้งรายละเอียด กกต.

จับโป๊ะเพื่อไทย แจ้งกกต.ไม่เขียนชัดๆ นโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ9คน ใช้เป็น”ของขวัญเพื่อคนไทย"แจงใช้งบ 3,500 ล้านบาท แต่ไร้รายละเอียด อ้างยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง รัฐได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม เบ็ดเสร็จรวม 57 นโยบาย ใช้งบ 243,300 ล้านบาท  

หมัดเด็ด-ไพ่ลับ2สัปดาห์สุดท้าย พรรคส้ม-ประชาชน กลางเสียงครวญ'เราถูกรุม'

เหลือเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ จะถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ เร่งหาเสียงกันอย่างหนัก เรียกได้ว่าใครมี ไม้เด็ด-อาวุธลับ-ไพ่ใบสุดท้าย

'ชวน' ลั่นไม่จับมือเพื่อไทย มั่นใจประชาธิปััตย์ได้ สส. เพิ่ม

“ชวน” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ลั่นประชาธิปัตย์ยืนบนหลักการ ไม่ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย พร้อมชี้การเมืองซื้อสิทธิขายเสียงทำประเทศเสียหาย มองกระแสพรรคฟื้นหลังเฉลิมชัยลาออก เชื่อการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคได้เก้าอี้เพิ่ม ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้ง

‘แดง’เปิดวอร์‘ส้ม’ ‘สุริยะ’อัดเทากว่าเพื่อน/อ๋อยซัดดึงพิธาทำ ‘ณัฐพงษ์’แห้ว

กกต." เตือนซื้อสิทธิขายเสียงโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ ตั้งรางวัลแจ้งเบาะแสจับ 1 ล้านบาท "นายกฯ" ย้ำ จนท.รัฐใช้อำนาจเอื้อการเมืองถือว่าทุจริต "ภูมิธรรม"