
กกพ.เคาะค่าไฟม.ค.-เม.ย.66 ภาคอุตสาหกรรม การค้า การเกษตร การบริการอยู่ที่ 5.69 บาท/หน่วย ขณะที่ค่าไฟภาคครัวเรือน 4.72 บาท/หน่วยตามเดิม
16 ธ.ค. 2565 -นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่าที่ประชุม กกพ. ได้พิจารณาผลการคำนวณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) ประจำงวดเดือนม.ค.-เม.ย.2566 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น (ได้แก่ อุตสาหกรรม การค้า การเกษตร การบริการทั้งหมด ทั้งกิจการขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ โรงแรม กิจการไม่แสวงหากำไร สูบน้ำเพื่อการเกษตร ไฟฟ้าชั่วคราวระหว่างก่อสร้าง) ที่อัตรา 190.44 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้มีค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่อัตรา 5.69 บาทต่อหน่วย ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เสนอตามแนวทางคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เห็นชอบ
“ปัจจัยหลักที่กระทบค่าเอฟทีผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นในรอบนี้มาจากต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่ต้องนำเข้ามาทดแทนการลดลงของก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและก๊าซธรรมชาติในสหภาพพม่า ตามการประมาณการปริมาณและราคาก๊าซธรรมชาติในการคิดค่าเอฟทีในรอบเดือนม.ค.-เม.ย.2566 และภาระการทยอยจ่ายคืนหนี้เอฟทีให้กฟผ. โดยส่วนนี้ให้ใช้ราคาก๊าซธรรมชาติ (Pool Gas ส่วนเหลือ) ในราคา 542 บาทต่อล้านบีทียู ทดแทนราคาก๊าซธรรมชาติเดิม”นายคมกฤช กล่าว
ในส่วนของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่อัตรา 93.43 สตางค์ต่อหน่วย จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยอยู่ในระดับเท่าเดิมที่อัตรา 4.72 บาทต่อหน่วย โดยใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยในราคา 238 บาทต่อล้านบีทียู ทดแทนราคาก๊าซธรรมชาติเดิม
โดยใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ กฟผ. บริหารจัดการผลกระทบราคาก๊าซธรรมชาติต่อค่าไฟฟ้า โดยให้ ปตท. คิดราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ในระดับราคาเดียวกับที่ใช้ประมาณการค่าไฟฟ้าตามสูตรปรับอัตราค่าเอฟที ตั้งแต่เดือนที่ กพช. มีมติเป็นต้นไป และให้นำส่วนต่างของราคาก๊าซธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นจริงกับราคาก๊าซธรรมที่เรียกเก็บดังกล่าวไปทยอยเรียกเก็บคืนในการคำนวณค่าเอฟทีรอบถัดไป
นอกจากนี้ ให้ ปตท. ทบทวนการประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติใหม่อีกครั้งให้สอดคล้องกับมติ กพช. และแนวทางการบริหารเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของกระทรวงพลังงาน เช่น เพิ่มการใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเพื่อทดแทนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) เพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกและความสามารถในการขนส่งน้ำมันดีเซลให้กับโรงไฟฟ้า
อย่างไรก็ตามการเพิ่มปริมาณก๊าซในอ่าวไทยในการผลิตไฟฟ้าโดยลดปริมาณก๊าซอ่าวไทยเข้าโรงแยกก๊าซ แล้วส่งมาผลิตไฟฟ้าเพื่อทดแทนการลดลงของก๊าซธรรมชาติในสหภาพพม่า การปรับปรุงสมมุติฐานราคานำเข้าแอลเอ็นจี สปอต อ้างอิงตามแนวโน้มที่ดีขึ้น และเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หน่วยที่ 4 ที่ปลดแล้วตามความจำเป็น เป็นต้น
นอกจากนี้ กกพ.จะพิจารณาภาระการเงินและภาระหนี้สินสะสมของ กฟผ. ให้มีการทยอยจ่ายคืนหนี้เอฟทีคงค้าง เพื่อไม่ให้เป็นภาระปัญหาสภาพคล่องของ กฟผ. และไม่เกิดภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้ามากเกินไป โดย กฟผ. ขอเสนอให้เฉลี่ยยอดหนี้ ณ เดือนส.ค.2565 จำนวน 122,257 ล้านบาท โดยเฉลี่ยการเรียกเก็บไปเป็นเวลา 2 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กกพ.’ แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล
แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะมาจากมติ กพช. ยกเว้นการเรียกเก็บไม่เกิน 10% ของปริมาณการใช้ในเขตพื้นที่ ขณะที่ กกพ. ทำได้เพียง เร่งรัดการไฟฟ้าติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้ ประชาชนแบกภาระเกินควร
อดีตนายกสภาทนายความ ชี้ช่องฟ้องรัฐ ยัดค่าไฟสาธารณะให้ประชาชนจ่าย
ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ได้เปิดเผยถึงกรณี ที่มีการนำค่าไฟฟ้าส่องทางสาธารณะ หรือในที่สาธารณะสอดไส้รวมใส่ใบแจ้งหนี้ให้ประชาชนเป็นผู้จ่ายทำให้ประชาชนต้องแบกภาระจ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าที่ได้ใช้ไฟจริง ว่าเรื่องนี้เป็นการผลักภาระให้แก่ประชาช
'พีระพันธุ์' จี้รื้อโครงสร้างค่าไฟ ประชาชนโดนกำไร 2 เด้ง พ่วงค่าพร้อมจ่าย เฉียดล้านล้านบาท
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเปิดประเด็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนขนมชั้นที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่หลายชั้น และสุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชน

